thansettakij
thansettakij
“สังฆราชจิ้งจก” พระเมตตาแห่งวัดบวร เปิดเรื่องเล่าจากปลายปากกา ม.ร.ว.คึกฤทธิ์

“สังฆราชจิ้งจก” พระเมตตาแห่งวัดบวร เปิดเรื่องเล่าจากปลายปากกา ม.ร.ว.คึกฤทธิ์

27 ส.ค. 69 | 07:55 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ส.ค. 69 | 08:02 น.

“สังฆราชจิ้งจก” เรื่องเล่าจาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ถึงพระเมตตาของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ที่ทรงเมตตาแม้กระทั่งจิ้งจก ข้อคิดลึกซึ้งเรื่องความรักของพ่อแม่ คอลัมน์ สังฆานุสติ โดย บาสก

สังฆราชจิ้งจก คอลัมน์นี้ ได้ถ่ายทอดเรื่องที่ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนถึงสมเด็จ พระสังฆราชเจ้ากรมหลวง วชิรญาณวงศ์แห่งวัดบวร ไป 3 ตอนแล้วจากนี้เป็นตอนที่ว่าด้วยความเมตตาซึ่งความเมตตานี้ ท่านเมตตาต่อจิ้งจกที่อยู่รอบตัวท่าน หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ จึงขนานพระนามให้ท่านว่า "สังฆราชจิ้งจก" โดยหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ เล่าว่าสมเด็จฉันข้าว ก็เห็นจะต้องบอกไว้ด้วยว่า ตั้งแต่ผมได้รู้จักเคารพนับถือท่านมาหลายสิบปี ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กมาจนโตเคยเห็นแต่ท่านฉันเพื่ออยู่แท้ ๆ ไม่เคยเห็นท่านสนพระทัยในอาหารที่เขาประเคนท่านเลย

วันนี้จะพูดถึงเรื่องความเมตตา ของ สมเด็จ พูดกันทางเมตตานั้น ฝรั่งเขามีนักบุญที่บวชเป็นพระชื่อเซนต์ ฟรังซิสแห่งอัสซีซี ผู้ซึ่งมีเมตตาสูง ขนาดนกป่าบินเข้ามาห้อมล้อมท่านไม่เกรงกลัวเลย

เมืองไทยเราก็เคยมีพระสังฆราชไก่เถื่อน ซึ่งว่ากันว่า ท่านมีเมตตาสูง ขนาดไก่ป่าซึ่งเปรียวที่สุดนั้นเข้ามาหาท่านได้

ถ้าจะขนานนามแบบนี้ ก็เห็นจะต้องเรียกกันว่า"สังฆราชจิ้งจก" เพราะท่านเลี้ยงจิ้งจกเชื่องทั้งกุฏิของท่าน เวลาสมเด็จฉันเช้าหรือเพลท่านก็ออกไปนั่งที่ห้องเล็กหน้ากุฏิหลังพิงฝาฉันข้าวเพียงช้อนถ้วยเดียวท่านฉันอยู่ตั้งนานไม่รู้จักหมด

แต่ขณะที่ท่านฉันนั้นท่านก็หยิบข้าวสุกทีละเม็ดจิ้มกับข้าวอย่างนั้นบ้างอย่างนี้บ้างแล้วก็เอาติดไว้ที่ฝาเบื้องหลังท่านเอานิ้วเคาะที่ฝาเบา ๆ ทีหนึ่งหรือสองทีจิ้งจกก็วิ่งออกมากิน บางตัวก็ออกมาคอยอยู่เลยและกินจากมือท่าน บางวันดูเหมือนจิ้งจกจะได้กินข้าวมากกว่าสมเด็จฯความเมตตานั้นมีหลายชั้นเหลือเกินบางคนเมตตาสัตว์เฉพาะบางชนิดเช่นสัตว์ที่สวยงามหรือฉลาดหรือมีราคา แต่สมเด็จท่านเมตตาแม้จิ้งจกที่เป็นสัตว์เลื้อยคลานซึ่งคนส่วนมากรังเกียจ เรื่องนี้ผมเคยแต่นั่งดูแล้วเก็บเอาไว้ในใจ ไม่เคยถามท่านและท่านก็ไม่เคยพูดกับผมแต่ดูเหมือนกับว่าท่านจะรู้จักกับจิ้งจกทุกตัวในกุฏิและจิ้งจกตัวหนึ่งก็เป็นอีกชีวิตหนึ่งในโลกที่มีชีวิตเป็นอนันต์นี้

พูดถึงเรื่องสมเด็จฉันข้าวก็เห็นจะต้องบอกไว้ด้วยว่าตั้งแต่ผมได้รู้จักเคารพนับถือท่านหลายสิบปีตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนโตเคยเห็นแต่ท่านฉันเพื่ออยู่แท้ ๆ ไม่เคยเห็นท่านสนพระทัยในอาหารที่เขาประเคนท่านเลย

ดูสมเด็จฉันข้าวแล้วก็เหมือนกับดูคนเติมน้ำมันรถหรือเอาถ่านใส่ไฟในเตาเพื่อไม่ให้ดับ มิได้มีความคิดถึงการกินข้าวด้วยความเอร็ดอร่อย เกิดขึ้นในใจเลย บางทีมีคนเอาอาหารตกแต่งแล้วอย่างประณีตไปถวายท่านก็ฉันเพียงเพื่อฉลองศรัทธาแล้วก็แค่นั้น

ผมเองชอบทำบุญไปให้พ่อให้แม่

ที่ตายไปแล้วชอบกินอะไรก็มักจะหาของเหล่านั้นไปถวายพระ

แล้วก็กรวดน้ำไปให้พ่อแม่ได้กินในปรโลก ทำแล้วเกิดความสบายใจได้มาก จำได้ว่าครั้งแรก นำเอาแกงที่พ่อเคยชอบกินไปถวายสมเด็จตอนท่านฉันเพล ท่านรับประเคนแล้วท่านก็ยังเฉย ๆ อยู่ ผมก็ทูลว่าต้องขอแรงเป็นพิเศษ ฉันแกงสักช้อนเถิดจะได้กรวดน้ำไปให้พ่อได้กินเพราะพ่อ ชอบกินแกงอย่างนี้ "อ๋อ!" สมเด็จว่า "เอ็งเห็นพระเป็นตู้ไปรษณีย์หรือ?" ผมก็รับว่าใช่ ฉันให้หน่อยเถอะน่าจะได้สบายใจ ท่านก็ฉันให้ผมก็กรวดน้ำไปให้พ่อต่อมาก็เป็นที่รู้กันมีอะไรที่พ่อแม่ชอบกิน และคิดถึงพ่อคิดถึงแม่ขึ้นมาก็หาของไปถวายสมเด็จแล้วก็กรวดน้ำไปให้ทุกครั้ง

แม่ผมชอบกินด้วงโสนเป็นอย่างยิ่งยวด

สำหรับคนสมัยใหม่ ที่ไม่รู้จักก็บอกว่าด้วงโสนเป็นตัวด้วงขาว ๆ ยาวขนาดนิ้วก้อยเกิดในต้นโสน ได้ตัวมามากพอแล้วก็เอาผัดตีกระเทียมใส่หมูเล็กน้อย ยอดน้ำปลาดีนิดหน่อยกินกับข้าวร้อน ๆ ดีนัก

ถ้าจะพูดกันอย่างหาความก็เหมือนหนอนตัวโต ๆ ผัด

ครั้งหนึ่งหาด้วงโสนมาได้ผัดตีกระเทียมอย่างที่แม่เคยชอบกินรีบเอาไปถวายสมเด็จที่วัดบวรให้ทันเพล

พอเปิดฝายื่นชามเข้าไปจะประเคน ท่านมองดูด้วงในชามแล้วก็หดมือถามว่า"นั่นอะไร?" "ด้วงโสน" ผมว่า

"ไม่กินว่ะใครจะไปกินหนอน"

"เอาหน่อยน่าแม่ชอบกิน"ผมออด

"วันนี้ไปรษณีย์ปิดโว้ย" สมเด็จว่า "กันกินไม่เป็น เห็นเขาก็คลื่นไส้ใครจะไปกินลง " "แล้วจะทำไงกันดีล่ะ"

ผมถาม "เอ็งกินเข้าไปเองก็แล้วกัน" "มันก็ไม่ถึงแม่น่ะซี"ผมเถียง

"นั่นแหละดีกว่าอะไรทั้งหมด สมเด็จท่านว่าพ่อแม่นั้นรักลูกยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น พ่อแม่ ยอมอด เพื่อให้ลูกได้กิน

ถ้าแม่เอ็งรู้ว่าเอ็งได้กินอะไรที่เขาชอบ เขาคงดีใจมากทำให้พ่อแม่ได้ยินดีมีความสุขใจนั้นเป็นบุญนักหนาอยู่แล้ว"

ผมเอาชามปิดด้วงโสนแล้วถอนออกมาวางไว้ห่าง

ก้มลงกราบสมเด็จน้ำตากลบลูกตา

ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวไม่เคยกินด้วงโสนอร่อย เท่าวันนี้สมเด็จท่านบวชมาตั้งแต่เป็นเณรถึงนาน ๆ จะมีลูกสาวมาเดินอยู่ในวัดก็เป็นเรื่องเรื้อรังมาจากชาติก่อนชาตินี้ท่านไม่เคยมีลูก

แต่ท่านพูดเพียงคำสองคำอย่างไรก็ไม่รู้ คำพูดของท่านมาเปิดหัวใจผม ทำให้ผมแลเห็นความรักของพ่อแม่ได้ ตลอดทุกแง่ทุกมุม

อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน.