thansettakij
thansettakij
ฝนระลอกใหม่เดิมพัน “บริหารน้ำ” รัฐบาลต้องเปลี่ยนจากแก้เฉพาะหน้า สู่ป้องกันเศรษฐกิจ

ฝนระลอกใหม่เดิมพัน “บริหารน้ำ” รัฐบาลต้องเปลี่ยนจากแก้เฉพาะหน้า สู่ป้องกันเศรษฐกิจ

02 ต.ค. 69 | 23:00 น.

ฝนระลอกใหม่เดิมพัน “บริหารน้ำ” รัฐบาลต้องเปลี่ยนจากแก้เฉพาะหน้า สู่ป้องกันเศรษฐกิจทั้งระบบ : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,241

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ในช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นความเสี่ยงซ้ำเติมในขณะที่หลายพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง
  • ผลกระทบจากน้ำท่วมไม่ได้จำกัดแค่บ้านเรือน แต่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ การคมนาคม และ ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ
  • บทความเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการน้ำจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การวางแผนป้องกันเชิงระบบเพื่อปกป้องเศรษฐกิจของประเทศ

สถานการณ์นํ้าท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายน ยังไม่ทันคลี่คลาย หลายพื้นที่ยังอยู่ระหว่างเร่งระบายนํ้าและฟื้นฟูความเสียหาย ประเทศไทยก็ต้องเตรียมรับมือกับ “ฝนระลอกใหม่” ที่กำลังเข้ามาอีกครั้ง 

โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในช่วง วันที่ 4-6 ตุลาคม 2569 ไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางพื้นที่ ก่อนขยายผลกระทบมายังภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะที่ภาคใต้ยังมีฝนต่อเนื่องและฝนตกหนักบางแห่ง

โจทย์สำคัญในเวลานี้จึงไม่ใช่เพียงว่า “ฝนจะตกมากแค่ไหน” แต่คือ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับนํ้าระลอกใหม่มากน้อยเพียงใด เพราะพื้นที่จำนวนไม่น้อยยังอยู่ในภาวะนํ้าท่วมขัง ระบบระบายนํ้ายังต้องเร่งฟื้นฟู ขณะที่ประชาชนและผู้ประกอบการเพิ่งผ่านผลกระทบจากฝนหนักระลอกที่ผ่านมา 

ช่วงต้นเดือนตุลาคมจึงเป็นช่วงเวลาที่ภาครัฐ ต้องใช้ทุกนาทีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการเร่งระบายนํ้าออกจากพื้นที่ลุ่มตํ่า การเตรียมเครื่องสูบนํ้า การเปิดทางนํ้า การบริหารพื้นที่รับนํ้า ตลอดจนการตรวจสอบระบบระบายนํ้าในจุดเสี่ยง 

นี่คือ ภารกิจที่ต้องทำให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพราะหากฝนระลอกใหม่ตกลงบนพื้นที่ที่ยังมีนํ้าท่วมขังอยู่แล้ว ความเสียหายจะไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง แต่มีโอกาสขยายตัวเป็นวงกว้าง ทั้งต่อชุมชน ระบบคมนาคม ภาคธุรกิจ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 

บทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นชัดว่า เมื่อกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกิดนํ้าท่วม ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่บ้านเรือนประชาชน แต่ลามไปถึงการเดินทาง การขนส่ง การท่องเที่ยว ร้านค้า โรงงาน และการให้บริการของภาคธุรกิจ  

การบริหารจัดการนํ้าในยุคที่สภาพอากาศมีความผันผวน ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการติดตามระดับนํ้า หรือ ประกาศเตือนภัย แต่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้จริง 

รัฐบาลมีหน้าที่สำคัญในการทำให้การบริหารนํ้าเป็นเรื่องของ “ระบบ” มากกว่าเรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ตั้งแต่การพยากรณ์อากาศ การบริหารเขื่อนและอ่างเก็บนํ้า การจัดการพื้นที่รับนํ้า ระบบระบายนํ้าในเมือง ไปจนถึงแผนรองรับภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 

เพราะทุกครั้งที่นํ้าท่วม เศรษฐกิจต้องจ่ายต้นทุน ทั้งในรูปของรายได้ที่หายไป ต้นทุนการฟื้นฟู ความเสียหายต่อทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นที่ลดลง 

ฝนระลอกใหม่จึงไม่ควรเป็นเพียงบททดสอบการรับมือภัยพิบัติ แต่เป็นบททดสอบประสิทธิภาพการบริหารจัดการของภาครัฐด้วย การบริหารนํ้าจึงไม่ใช่เพียงการป้องกันนํ้าท่วม แต่คือ การปกป้องกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศด้วย

บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46  ฉบับที่ 4,241 วันที่ 4 - 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569