
เดินหน้าอีอีซีไร้ไฮสปีด ขับเคลื่อนได้แค่ไหน
เดินหน้าอีอีซีไร้ไฮสปีด ขับเคลื่อนได้แค่ไหน : บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,219
KEY
POINTS
- การขับเคลื่อนอีอีซีในระยะสั้นยังสามารถเดินหน้าได้ หากรัฐบาลเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นทดแทน เช่น ท่าเรือ มอเตอร์เวย์ และระบบรางเดิม
- ความล่าช้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงซึ่งเป็นโครงการเรือธง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- ในระยะยาว รถไฟความเร็วสูงยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงการพัฒนาในพื้นที่อีอีซีอย่างเต็มศักยภาพ
การเดินหน้าพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังคงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาล ในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งถูกวางให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของอีอีซี กลับยังเผชิญความล่าช้าและความไม่แน่นอน จนเกิดคำถามว่า หากโครงการนี้ยังไม่เกิดขึ้นตามแผน รัฐจะสามารถขับเคลื่อนการลงทุนในอีอีซีได้จริงหรือ
ในระยะสั้น คำตอบอาจเป็น “ได้” หากรัฐบาลเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นควบคู่กัน ทั้งการพัฒนาท่าเรือ สนามบิน ระบบมอเตอร์เวย์ ระบบรางเดิม รวมถึงการยกระดับสาธารณูปโภค และโครงข่ายดิจิทัล เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในระยะยาว ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ยังคงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยเชื่อมการเดินทาง การขนส่ง และ การพัฒนาเมืองตลอดแนวเส้นทาง เป็นโครงการที่มีผลต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากกว่ามิติด้านคมนาคมเพียงอย่างเดียว
นักลงทุนจำนวนไม่น้อยไม่ได้พิจารณาเฉพาะสิทธิประโยชน์การลงทุน แต่ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของนโยบาย ความชัดเจนของโครงการ และความสามารถของรัฐในการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นตามกำหนดเวลา
หากโครงการเรือธงของอีอีซีต้องล่าช้าซํ้าแล้วซํ้าอีก ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่น และอาจทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุนเช่นเดียวกัน
โจทย์สำคัญของรัฐบาลในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการประกาศเป้าหมายการลงทุนให้สูงขึ้น แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกโครงการสำคัญสามารถเดินหน้าได้จริง มีกรอบเวลาที่ชัดเจน และมีแนวทางแก้ไขอุปสรรคที่เป็นรูปธรรม
อีอีซีอาจเดินหน้าต่อได้ แม้ไม่มีไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินในวันนี้ แต่หากปล่อยให้โครงการหลักยังคงไร้ข้อยุติ ความสามารถในการดึงดูดการลงทุนระยะยาวย่อมไม่อาจเดินได้เต็มศักยภาพ
อย่างไรก็ตาม มองว่าควรหารือกับคนในพื้นที่ ว่า หากไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน อาจยกเลิกสัญญา ระหว่างภาคเอกชน กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และในทางปฏิบัติควรมีโปรเจ็กต์ทดแทน รองรับโครงการหลักที่ขาดหายไปโดยเฉพาะรถไฟทางคู่ตามแนวเส้นทางเดิม เชื่อมโครงข่ายการเดินทางทั้งดึงนักท่องเที่ยว การขนส่งสินค้า และ ขยายเส้นทางไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ประชาชน นักลงทุนในพื้นที่ยอมรับและสนับสนุน ขณะเดียวกัน ต้องเปิดพื้นที่ที่เวนคืนไปแล้วพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อเนื่อง
การขับเคลื่อนอีอีซีจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การสร้างเม็ดเงินลงทุน แต่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านการส่งมอบโครงการสำคัญให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะความเชื่อมั่น คือ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญไม่แพ้ระบบราง หรือ ถนน และเป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จของอีอีซีในระยะยาว
บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,219 วันที่ 19 - 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569







