thansettakij
thansettakij
เร่งสร้างความเชื่อมั่นรับนักท่องเที่ยวไฮซีซั่น

เร่งสร้างความเชื่อมั่นรับนักท่องเที่ยวไฮซีซั่น

07 ต.ค. 66 | 01:50 น.

เร่งสร้างความเชื่อมั่นรับนักท่องเที่ยวไฮซีซั่น บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3929

กรณีเหตุการณ์กราดยิงกลางห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นนักท่องเที่ยวจีน และ ชาวเมียนมา และมีผู้บาดเจ็บ 5 ราย เป็นข่าวดังไปทั่วโลก
 
กระแสที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนกังวลถึงผลกระทบด้านการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้น เพราะจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่รัฐบาลพยายามจะดึงดูดให้เข้ามา โดยการออกมาตรการวีซ่าฟรี หวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนตลอดทั้งปีได้ราว 5 ล้านคน
 
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 1 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ทั้งสิ้น 20.05 ล้านคน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วราว 8.39 แสนล้านบาท
 

ในจำนวนนี้ เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนราว 2.50 ล้านคน เป็นอันดับ 2 จากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทั้งหมด อันดับ 1 เป็นของมาเลเซีย เดินทางเข้ามาราว 3.28 ล้านคน โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาไทยราว 30 ล้านคน
 
จากจำนวนนักท่องเที่ยวดังกล่าว ธนาคารโลก ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทย มีปัจจัยการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง และจะช่วยส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ เติบโตอยู่ที่ระดับ 3.4 %
 
สอดรับกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ที่ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ประมาณ 2.5-3.0% จากภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยเฉพาะมาตรการวีซ่าฟรีของภาครัฐบาลจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น และมีส่วนช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาตามเป้าหมาย ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มแตะระดับ 29 - 30 ล้านคนในปีนี้

แต่! เหตุการณ์กราดยิงกลางห้าง ทำให้หลายฝ่ายกังวล หรือ ดับฝันภาคการท่องเที่ยวของไทยในช่วงไฮซีซั่นนี้
 
สมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย หรือ ATTM ประเมินเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าว จะมีผลกระทบทางจิตวิทยาที่กังวลต่อเนื่องความปลอดภัย และอาจกระทบยอดนักท่องเที่ยวชาวจีนมาไทยหายไปประมาณ 50% ในเดือนตุลาคมนี้ จากคาดไว้ 7 แสนคน และต่อเนื่องใน 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ที่จะหายไปอีกราว 30% ต่อเดือน เท่ากับ 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้นักท่องเที่ยวจีนจะหายไปประมาณ 7.7 แสนคน หากรวมกับนักท่องเที่ยวชาติอื่น ที่มีเชื้อสายจีน เช่น มาเลเซีย หรือ เกาหลีใต้ มีโอกาสที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไปประมาณ 1 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท
 
ดังนั้น หากจะให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจ เป็นไปตามเป้าหมาย รัฐบาลจะต้องบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัย และเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเร็ว เพราะปัญหาด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเกิดขึ้นซํ้าซากแทบจะทุกปี 

โดยหวังว่า การไปเยือนประเทศจีนของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประมาณวันที่ 17-19 ตุลาคมนี้ น่าจะเป็นโอกาสที่ดี ในการตอกยํ้าสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กับประเทศได้อีกทางหนึ่ง