
ลายแทงของน่ากินสิงห์บุรี (ที่มาของแม่ครัวหัวป่า)
ลายแทงของน่ากินสิงห์บุรี เปิดตำนาน “แม่ครัวหัวป่า” ตามรอยสำรับโบราณถึงร้านเด็ดเมืองสิงห์ คอลัมน์ อิ่ม_โอชาฯ โดย Joie de La Cuisine
KEY
POINTS
- หัวป่า ต้นกำเนิด “แม่ครัวหัวป่า” ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี มีชื่อเสียงด้านฝีมือทำอาหารคาวหวานมาตั้งแต่โบราณ จนได้รับพระราชทานชื่อ “แม่ครัวหัวป่า” ในสมัยรัชกาลที่ 5
- สิงห์บุรีคือเมืองแห่งอาหารพื้นถิ่นและเมนูในตำนาน โดดเด่นทั้งปลาช่อนแม่ลา อาหารโบราณ ขนมหวาน ข้าวหมก ผัดไทย ข้าวแกง และของฝากอย่างซาลาเปา ขนมเปี๊ยะ กุนเชียง และเนื้อทุบ
- “ลายแทง” ของกินสิงห์บุรีคือเสน่ห์จากรสมือและความทรงจำ ตั้งแต่ร้านเก่าแก่ริมตลาดไปจนถึงคาเฟ่รุ่นใหม่ ล้วนสะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองรองที่มีทั้งอาหารหากินยาก สูตรดั้งเดิม และบรรยากาศท้องถิ่นที่ควรออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง
ลายแทงของน่ากินสิงห์บุรี (ที่มาของแม่ครัวหัวป่า)ตำบลหัวป่า ในอำเภอพรหมบุรีของจังหวัดสิงห์บุรี เป็นตำบลของผู้คนซึ่งมีฝีมือทางทำกับข้าวคาวหวานมาแต่โบราณ
เพียง แค่เรื่องขนมหวานของหวาน
ท่านกำนันเก่ายุค 90 s แห่ง ตำบลหัวป่าท่านสามารถกล่าวขานเป็นคำกลอน เชื่อมโยงรายการอาหารกับท่านผู้มีฝีมือทำกับข้าวชาวหัวป่าได้อย่างถนัดถนี่ ว่า “ขนมเปี๊ยะไส้ฟักไส้ไข่ บ้านนางสมศรี จิตรไพศาล ปาท่องโก๋จืด เค็ม หวาน บ้านน.ส.สุ่ม ดันทรง เต้าเจี้ยวรสดี บ้านนางลิ้นจี่ ศรสำราญ ข้าวหลามกะทิสด บ้านนางอุบล ธรรมเนียมจัด”
ส่วนนอกจากนี้ของน่ากินท่านยังว่ามี “ข้าวหลามไส้ไข่ไส้สังขยา, ข้าวหลามกระบอกสั้นไส้เผือก, เทียนหอม ขนมหม้อแกง, ขนมเทียนไส้ถั่ว, ขนมไข่สุวรรณสีขาวและสีดอกผักตบ, ขนมถ้วยฟูถ้วยเล็กใหญ่, ขนมเต่าไส้ถั่ว, ขนมชั้น, ขนมบ้าบิ่นอบเทียนหอม,ขนมปิ้งบ้านนางสมศรี ชื่นอารมณ์ ขนมเข่ง ขนมเทียน, ขนมเปียกปูน, ขนมกวน ขนมกง, ขนมสังขยาถาด, ผลไม้ มะม่วง ละมุด ชมพู่ บ้านนางเฉลี่ย สังข์ยิ้มทับ”
เล่นเอาคนเป็นเบาหวานฟังเพลินจนน้ำลายสอ นี่เพียงของหวานเท่านั้นในช่วงเวลาแห่งความสุขความทรงจำเหล่านั้นแล้วยังของคาวอีกเล่าที่ล้วนเป็นอาหารโบราณทำแบบตำรับเก่าที่หารับประทานที่ใดได้แสนยาก ทั้งแกงขี้เหล็กใส่ดอกขี้เหล็ก แกงบอน (ใส่ปลาย่าง) แกงบวน(เครื่องในหมูใส่ใบมะตูม) ปลาร้าปิ้ง ยำตะไคร้ (ตะไคร่หั่นฝอยผสมน้ำมะมาว มีหมูสับ กุ้งแห้ง ถั่วลิสง มะพร้าวคั่ว น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว ขิง พริกหยวก เคล้ากัน รับประทานกับใบผักกาดหอมหรือใบชะพลู) ฯลฯ
อันว่าตำบลหัวป่านี้ มีหมู่บ้านอยู่ ๔ หมู่ คือ บ้านจวนเก่า บ้านชะรอน บ้านวัดโบสถ์ และบ้านหัวงิ้ว แต่เดิมทีที่ตำบลหัวป่า เป็นที่ตั้งของเมืองพรหมบุรีมาก่อน เจ้าเมืองได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระสิงห์บุรึ เมืองพรหมบุรีในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นเมืองที่เจ้านายทางกรุงเทพฯ เสด็จไปเยี่ยมเยือนแวะตรวจแวะพักเป็นประจำ ข้าราชการทางเมืองพรหมจึงคล่องแคล่วจัดเจนทางการต้อนรับมีคำกล่าวมาแต่โบราณว่า “ก้นถึงฟาก (พื้นไม้ไผ่) ยกเชี่ยนหมากให้เจ้า หุงข้าวให้กิน”
พระยาอภัยราชาเป็นผู้หนึ่งที่ไปเมืองพรหมบุรี บ่อย และประทับใจการต้อนรับ อีกทั้งการจัดอาหารการกินของชาวเมืองพรหมๆ มาก จึงนำคณะศรัทธามาสร้างโบสถ์ศาลาให้วัดชะรอน แล้วเสร็จลง ปีถัดมาจึงกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดกฐินที่วัดชะรอน ทางเมืองพรหมบุรีได้จัดการรับเสด็จพระราชดำเนินอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะภาคเกี่ยวกับเครื่องสวย คุณหญิงโหมด ภริยาเอก ของเจ้าเมืองท่านเป็นหัวหน้า นำแม่ครัวฝีมือเยี่ยมมาปรุงรสอาหารทั้งคาวหวาน ในทำเนียบประวัติเมืองพรหมบุรี มีบันทึกไว้ว่า แม่ครัวเครื่องคาว ได้แก่ อำแดงเกลี้ยง อำแดงอึ่ง อำแดงแพ อำแดงสรวง ส่วนเครื่องหวาน ได้แก่ อำแดงหงส์ อำแดงสิน อำแดงพลับ อำแดงพา
สำหรับเครื่องเสวยที่จัดถวายครั้งกระนั้นมี แกงมัสมั่น แกงบอน แกงบวน ต้มปลาร้าหัวตาล ขนมจีนน้ำยา ส่วนเครื่องหวานมี ขนมปิ้งสังขยา ทองหยิบ ฝ่อยทอง เม็ดขนุน และข้าวตอกน้ำกะทิ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดปรานในฝีมือการปรุงเครื่องเสวยของคณะแม่ครัวชุดบ้านหัวป่า เมืองพรหมบุรีเป็นอันมาก เมื่อจะเสด็จกลับ พระยาอภัยราชากราบบังคมทูลขอรับพระราชทานชื่อให้แก่คณะแม่ครัวชุดนี้ก็ได้จึงพระราชทานว่า “แม่ครัวหัวป่า” จากนั้นไม่ว่าจะเสด็จไปแห่งหนใดก็มักจะทรงมีพระราชอนุสรณ์เอ่ยถึงแม่ครัวหัวป่าเป็นเนือง ๆ
โดยไม่ได้เกี่ยวข้องว่าเขาจะต้องไปทำกับข้าวกันอยู่ในป่าแต่อย่างใดต่อมาทรงมีพระราชดำริอยากได้แม่ครัวบ้านหัวป่าตามเสด็จเข้ามาทำเครื่องเสวยในวังหลวงสัก ๔ คน คุณหญิงโหมดจึงจัด อำแดงเกลี้ยง อำแดงอึ่งมาถวายเป็นแม่ครัวเครื่องคาว จัดอำแดงหงส์ อำแดงสิน มาเป็นแม่ครัวเครื่องหวาน
ยิ่งกว่านั้น บ้านหัวป่ายังโด่งดังในฐานะมี “ละคร” ระดับมาตรฐาน ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เช่นกัน อำแดงเหม อำแดงปลื้ม ก็ได้ไปเป็นครูฝึกละครในวังหลวงมีลูกศิษย์ลูกหามากมายอันนี้ก็เข้าข่าย ลายแทงที่ควรจะทิ้งไว้เพื่อการเสาะแสวงหากับข้าวในตำนานให้ท่านได้รับประทานอิ่มเอมใจอร่อยเอร็ดปาก มาเที่ยวสิงห์บุรีซึ่งเป็นเมืองรองแล้วลองนอนพักสักคืนเป็นไร ในอดีตนั้นอาหารมื้อเช้าเราต้องหาทางแวะไปบริเวณตลาดโต้รุ่งทางเข้าตลาดสดเทศบาลต้มเลือดหมูใส่เครื่องในขึ้นป้ายร้านนายเล็กชวนชิม
สมัยก่อนนายเล็ก ที่แต่งตัวเรียบร้อย แถมสวมหมวกทรงสูงแบบกุ๊กโรงแรม เช้าวันๆหนึ่งก็ต้องตั้งโต๊ะเกิน ๒๐ โต๊ะบริการตั้งแต่ย่ำรุ่งจน ๑๐ โมงเช้านั่นแหละ เกาเหลาเลือดหมูเขาไม่ได้อร่อยอย่างเดียวโจ๊กก็อร่อยด้วย ไม่รู้ว่าปัจจุบันนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ดีสำหรับท่านที่นิยมกินหนักๆ เหล่าข้าราชการที่ศาลากลางแนะนำข้าวแกงป้ากิมลั้งที่หน้าโรงพยาบาลสิงห์บุรีดังที่สุดในเมืองสิงห์ ร้านป้ากิมลั้งหายไปพักหนึ่งขณะนี้มาเปิดใหม่แล้ว ของพื้นฐานจำพวกแกงกะทิใส่หน่อไม้ทั้งแดงทั้งเหลืองน่ารับประทานแนมกันด้วยไข่พะโล้หมูสามชั้น ผักกาดดองผัดไข่ ฯลฯ
ส่วนทางไปโรงพยาบาลหมอเจิด มีร้านตามสั่งแบบอิสลามขนาดเล็กตั้งอยู่ชื่อว่าโต๊ะม่วยเขาทำข้าวหมกเรียงเมล็ดอร่อยมากเพราะว่าข้าวทำตามเครื่องข้าวเต็มตามสูตรใช้ทั้งนมเปรี้ยวและก็เนยแต่เอาใจคนทั่วไปตรงที่ไม่ใส่เครื่องเทศให้ฉุนนักของที่น่ารับประทานก็คือข้าวหมกของเขาซึ่งควรจะใส่ไก่ทอดด้วยสักหน่อยนึงแล้วก็โรยหอมเจียวรับประทานกับน้ำจิ้มสะระแหน่สีสีเขียวสดใส จากนั้นจึงค่อยไปต่อที่ซุปหางวัวซึ่งต้มกับหัวหอมแล้วก็มะเขือเทศมีเนื้อน่องลายด้วยบีบมะนาวใส่พริกทุบสะใจดีของที่ไม่ควรพลาดจริงๆด้วยประการทั้งปวงก็คือผัดกะเพราเนื้อสับราดข้าวหมกอันนี้ต้องยกให้กับโต๊ะม่วยเรื่องของฝีมือที่สามารถผัดกะเพราได้ฉุนดีแล้วก็แห้งด้วย การรับประทานกับข้าวเปล่าก็อย่างงั้นอย่างงั้นแต่บังเอิญเค้ามีฝีมือเรื่องข้าวหมกเมื่อมาบรรจบกันแล้วก็ต้องยกนิ้วให้
ส่วนเจ้าที่นำหางวัวในซุปมาทำผัดกะเพรารสจัดต้องยกให้ร้านติ๋ม นุ่มหนึบ ส่วนอาหารมื้อกลางวันก็ได้ เย็นก็ดี อันดับแรกไปถนนนายแท่น หาร้านเจริญทิพย์ ให้พบ ที่นี่เป็นร้านอาหารเชลล์ชวนฮิม แห่งแรกของจังหวัด โดย เมนูไข่ฟูอเมริกัน ที่ได้เซลล์ชวนชิมเมื่อ พ.ศ.2513 ต่อมาก็ ยำมะม่วงสูตรพิเศษ ข้างปลาช่อนของจังหวัดนี้มีชื่อเสียงทางร้านก็นำมาทำต้มยำน้ำใสโดยใส่พุงแล้วก็ใส่ไข่ปลาช่อนลงไปด้วยอันนี้รสชาติสดชื่นมากต่อกันด้วยเชิงปลากราย ได้มาจากปลากรายสดๆตัวโต เอาไปเกลือกแป้งแล้วทอดกรอบ ของพิสดารมีปูนิ่มซึ่งเอาไปทอดกรอบแล้วค่อยราดด้วยผัดสะตอ! ส่วนเมนูคลาสสิก คือแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ที่รสชาติกลมกล่อมสามารถคลุกข้าว สนิทสนมได้ที่อย่างชนิดไม่ต้องเติมนำปลาพริกขี้หนูให้ยากเลย จากนั้นยังมีปลาช่อนล่องซุง ซึ่งใช้ปลาจากลำแม่ลาการ้องอันลือชื่อนี่ล่ะ มาปรุงรสจนเข้าที่แล้วจึงนำไปทอด ใช้หมี่กรอบเป็นส่วนประกอบ ส่วนทอดมันปลากรายที่เรียกเสียหรูว่า ประกายทองเนื้อปลากรายของเจริญทิพย์เขาปรุงได้หนึบหนับถึงเครื่องดีจริง ๆ
ส่วนร้านอาหารเชลล์ชวนซิมอีกร้านที่นิยมกัน คือร้านกุ้งเผาทองชุบ อยู่ลึกเร้นถึงตำบลบ้านหม้อ อำเภอพรหมบุรี ริมน้ำอาหารจานเก่งที่เลื่องลือคือกุ้งเผา แต่ถ้าคนกินรุ่นเก่าแล้วก็นิยมของเด็ดต้องจัดการเรียกหาเมนูปลากระเบนน้ำจืดผัดเครื่องแกงซึ่งในอดีตนั้นเขายังมีแบบเผาแล้วฉีกเป็นชิ้นชิ้นให้จิ้มน้ำปลาหรือจิ้มน้ำจิ้มซีฟู๊ดแบบเผ็ด ได้กลิ่นหอมเหมือนปลากรอบรมควันและเนื้อหนึบแต่ไม่เหนียวคล้ายปลาหมึกปนเนื้อไก่ แต่ทว่ามันเป็นปลา สมัยนี้ไม่แน่ใจว่ายังมีขายอยู่ไหม ก็เรียนท่านทราบแล้วว่ามันเป็นเรื่องของลายแทง 55 ซึ่งจะต้องมีกลิ่นอายของอดีตที่คงขลังปนเจืออยู่บ้างเพื่อความบันเทิง
ส่วนเรื่องของไก่ย่างนั้นที่ทำอร่อยถึงเครื่อง ต้องยกให้ร้านไพบูลย์ไก่ย่าง ซึ่งปัจจุบันนี้ขยายขนาดใหญ่โตรองรับการจัดงานต่างๆได้ทั้งหมด เรื่องตำส้มต้มยำ เขาก็ไม่เป็นรองใคร เมนูองค์ประกอบไก่ย่างทั้งหลายไม่ว่าจะลาบน้ำตกมีหมด เรื่องปลาเผา มีหลายร้าน ทั้งร้านลุงเจิด, ร้านแม่ลาปลาเผา ซึ่งเก่าแก่มานานมีปลาช่อนจากลำแม่ลาที่เผากึ่งรมควันเนื้อสดหวานรับประทานกับผักพื้นบ้านโดยเฉพาะสะเดาแล้วก็น้ำปลาหวาน ส่วนร้านชื่อร้านริมแม่ลา
นอกจากจานเด็ดจะเป็นปลาช่อนแม่ลาเผากินกับสะเดาฟาดไฟแล้วยังมีของเด็ดก็คือซี่โครงหมูอ่อนสับผัดเผ็ดแล้วก็กินกับใบยี่หร่า โดยที่นี่สูตรเขาจะใส่ขมิ้นลงไปตอนผัดด้วย ส่วนปลาช่อนที่เอาไปหั่นเป็นชิ้นแล้วทอดกรอบผัดกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ต้องยกให้กับร้านรำพึง ซึ่งเขามีเมนูอื่นๆอีกมากจำพวกปลาหมึกสดที่เอาไปทอดได้จังหวะแล้วก็มาผัดกับไข่เค็ม ซึ่งเมนูผัดไข่เค็มนี้ อีกร้านที่ชื่อ สอาด...ชวนชิม เขาใช้ปลาช่อนทอดกรอบมาผัดก็มีฝีมือไม่เป็นสองรองใคร
ทีนี้ ทีนี้ ทีนี้ ถ้าในอำเภอเมืองเรื่องพวกปลาแม่น้ำทำฉู่ฉี่ทำต้มยำต่างๆมีอีกร้านนึงซึ่งฝีมือดีมากๆก็คือร้านหนุงหนิง และแล้วก็มาถึงเรื่องของว่างกันบ้างนั่นคือ ซาลาเปาเลิศรส ยี่ห้อ แม่สายใจ ต้นตำรับสูตรกวางเจาอยู่ถนนวิไลจิตต์ ตำบลบางพุทรา ในอำเภอเมืองอยู่ริมเขื่อนหน้าเมืองเลย เป็นร้านที่มีรถมาจอดหน้าร้านตั้งแต่สายยันบ่ายแก่ ๆ และภาพที่ชินตาคือมีรถจอดยังไม่พอ จะเห็นมีคนยืนรอซาลาเปาที่สุกไม่ทันขาย ไส้ของเขามีทั้งไส้หน่อไม้แล้วก็ไส้ฮ่องเต้ ที่จัดเต็มหลายอย่างนอกจากนี้ยังมีเต้าส้อซึ่งเป็นขนมที่คล้ายกับขนมเปี๊ยะแต่ว่าไม่ใช่ให้บริการขายเป็นกล่องๆ
ของว่างที่กินเล่นก็ได้กินจริงเป็นกับข้าวก็อร่อยก็ต้องยกให้กับเนื้อทุบ ซึ่งย่างสุกดีแล้วก็ทุบให้เป็นฝอยนิดๆ ปรุงรสสักหน่อยอร่อยหอมหวล เนื้อทุบ ที่อาจารย์ วนิดา การะเกตุ ทำเป็นต้นตำรับเนื้อทุบสิงห์บุรี ส่งชื่อเสียงมาแต่ยุค 90 ปัจจุบันนี้ผู้คนรับประทานเนื้อวัวกันน้อยลงรับประทานเนื้อหมูกันมากขึ้นก็เป็นหมูทุบแทนมียี่ห้อต่างๆขายตามร้านของฝากอร่อยทั้งนั้นแต่ว่าเนื้อทุบกับหมูทุบนั้นมาสิงห์บุรีพลาดไม่ได้
ฉบับก่อนพูดถึงเรื่องกระยาสารทอร่อยที่เมืองกำแพงเพชรถ้าสิงห์บุรีแล้วยี่ห้อที่ดังมานานคือกระยาสารทเหรียญทองของคนบ้านไร่อำเภออินทรบุรี นอกนี้ของว่างยังมีขนมเปี๊ยะกาหลง ที่ลือชามาตั้งแต่ก่อน กึ่งพุทธกาล อยู่ที่อินทรบุรี โรงขนมเปี๊ยะของนายมัก แซ่ตั้ง เปิดทำการมาอย่างมีกิตติศัพท์ โดยมีเจ๊กาหลงทายาทผู้สืบทอดสูตรขนมเปี๊ยะแบบดั้งเดิมของเตี่ยมัก มา ปัจจุบันมีทั้งหน้าร้านแล้วก็มีในระบบออนไลน์
เมื่อมาอินทร์บุรีแล้วตรงหน้าโรงพยาบาลอินทร์บุรีจะมีร้านก๋วยเตี๋ยวเปิดอยู่เป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรมะนาว ชื่อว่าตาเปี๊ยกก๋วยเตี๋ยวมะนาวอร่อยใช้ได้ทุกเส้น โดยเฉพาะเส้นเล็ก ของดีเมืองสิงห์อีกอย่างหนึ่งคือกุนเชียงในเมืองสิงห์จะเห็นร้านกุนเชียงหลายร้าน แต่ที่เก่าแก่โด่งดังมานานคือกุนเชียงของนายอิ้ว แซ่ตั้ง ซื้อกุนเชียงแล้วควรช้อปเอาหมูหยองติดมาด้วยของนายอิ้วเขาดีจริง ๆ เพราะหอม กรอบ รสถึงแบบรสจัด
ทุกวันนี้กุนเชียงของเมืองสิงห์พัฒนาการไปสู่การใช้เนื้อสัตว์ผลิตภัณฑ์ปฐมภูมิที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเอามาทำการผลิตเรียกกันว่ากุนเชียงปลา แล้วยังมีการดัดแปลงนำเนื้อโปรตีนแล้วปลาช่อนที่ฟูฟูไปทำไอศกรีมกะทิกลายเป็นไอศกรีมกะทิเนื้อปลาช่อน ขนมเค้กก็มีทำเป็นรูปปลาช่อนขายเป็นของฝากแล้วก็สนุกดีเวลาซื้อไปรับประทานหรือแจกกันในวันเกิด ปักเทียนปักเค้ก
เรื่องปลาช่อนนี้เป็นที่เลื่องลือมานานนั้นจะหายไปจากเมืองสิงห์บุรีไม่ได้เลยพิสูจน์ง่าย ๆ แค่ในตลาดสดสิงห์บุรี จะพบว่าปลาแม่ลายังยืนหยัดเป็นปลาช่อนชั้นเยี่ยม ที่ใครๆก็ยังมาตามหาที่ตลาดเมืองสิงห์ ถ้ามาถึงเมืองสิงห์ในหน้าที่ปลาวางไข่ ชาวบ้านเขาไม่จับกันเท่าไหร่ จึงเห็นเขาทำปลาริ้วปลาช่อนขายน้อยกว่าช่วงหน้าน้ำ อันเป็นระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม
ส่วนว่าและในตลาดสดเมืองสิงห์จะเห็นเขาขายขนมจีนน้ำยาอยู่มากมายหลายเจ้า น้ำยาน้ำยาที่อร่อยต้องมาจากบ้านบางเลา เขาจะปรุงมือหนักทั้งเนื้อปลาแล้วก็เครื่องแกง จะรับประทานกับเส้นสดหรือเส้นหมักก็อร่อยทั้งนั้น ความอร่อยลือชานั้นมาจากการใช้ปลาร้าสุก ต้มกับเครื่องสมุนไพรต่างๆก่อน จึงใช้เป็นสารตั้งต้นเวลาทำจึงใช้เป็นสารตั้งต้นเวลาทำน้ำยา ถึงเวลาปากเหมาะจะต้องรับประทานกับใบแมงลักจึงจะเข้าท่าที่สุด
แต่ละเจ้าล้วนบอกว่าตนเองเป็นน้ำยาเชื้อสายบางเลาทั้งนั้น ส่วนผัดไทยนั้นนิยมไปรับประทานกันที่ปากบางเป็นผัดไทยที่มีเอกลักษณ์ใส่หมูโดยเฉพาะหมูแดงเป็นพื้นฐานก่อนรสชาติไม่เหมือนที่อื่นรับประทานกับผักสดเช่นถั่วงอกแล้วก็ใบกุยช่าย
ส่วนร้านที่ผัดแบบถึงน้ำถึงเนื้อหมายความว่าตั้งเครื่องน้ำซอสเต็มอัตราแล้วก็ใส่เส้นกับไข่ลงไปดูดซึมซับต้องยกให้กับ ร้านผัดไทยเตาฟืนของแม่แก้วผัดไทยโบราณ แกเล่นใส่กากหมูติดหนังหมูกรอบกรอบมาด้วยแล้วก็มีมะม่วงสับแถมให้กินกับต้นหอมสดอร่อยถั่วป่นนิดพริกแห้งหน่อย! ส่วนอีกร้านนึงทางพรหมบุรีชื่อว่าร้านแม่ถ่ายแกเป็นร้านเล็กๆแต่เวลาผัดไทยแล้วใส่ไข่เป็ดห่อมาแล้วจึงโปะหน้าเสียด้วย ด้วยหมูกรอบ !
พลบค่ำลงแล้วร้านข้าวต้มที่น่ากินก็คือร้านพรศรีข้าวต้ม เขาต้มข้าวมาสวยเนียนเลยของอร่อยดีก็คือหอยลายผัดพริกเผาซึ่งผัดมาดีมากแล้วก็ครีมมี่มาก อีกร้านคือร้านข้าวต้มประชามิตรซึ่งเปิดมาไม่น่ามีต่ำกว่า 40 ปีฝีมือคงที่คงเส้นคงวารับประทานโดยฝากท้องได้ไม่เสียใจไม่ผิดหวัง
ส่วนในเรื่องของปลาแม่น้ำแล้วก็อาหารป่านั้นเรื่องงูเห่ากับคางคกค่อนข้างจะเป็นเมนูพิสดารแต่ยังเป็นที่นิยมรับประทานกัน เมนูคางคกท่านเรียกกันว่าผัดอุทัยเทวี เพราะตามตำนานพื้นเพราะตามตำนานพื้นบ้านนางอุทัยเทวีเขามีความเกี่ยวพันในเรื่องของการแปลงร่างกับการคางคกซึ่งคนทำจะต้องเป็นคนมีฝีมือในการเลาะเอาเส้นที่อาจจะมีพิษกว่าคางของคางคกออกไปก่อนก่อนที่จะนำมาสับมาปรุงทำรับประทาน
ส่วนกรณีของงูเห่านั้นไม่ใช่ว่าทำรับประทานกันง่ายง่ายต้มเสร็จแล้วเอาหนังออกแล้วลวกเสร็จแล้วน้ำทิ้งไปแล้วถึงจะเลาะเอาเนื้อมาทำสับให้ละเอียด คั่วไฟผัดเผ็ด ส่วนหนูนาซึ่งตัวอ้วนเปล่งมันย่องเพราะว่ามาขอกินข้าวเปลือกสุกปลั่งในนา เอาหนังทิ้งไปแล้วย่างเสีย เอามาสับผัดเผ็ดนิยมจะใส่มะพร้าวคั่วเข้าไปด้วยแล้วแต่ตำราใครสูตรใคร
ร้านเจ๊หนึ่ง อยู่ที่อินทร์บุรีทำกับข้าวในสไตล์นี้มีฝีมือมานาน ใครไม่รับประทานของเผ็ดของร้อนหรือของแปลกก็ไม่เป็นไรอย่างอื่นก็มีให้เลือกรับประทานได้ฝีมือเด็ดดวง
ส่วนบรรดาคาเฟ่ ที่ชงเครื่องดื่มอร่อยแล้วก็บรรยากาศดีมีให้เลือกหลายสไตล์แบบทุ่งนาได้กลิ่นอากาศโล่งโล่ง เช่นร้านอิงกิต ร้านเมืองทอง ส่วนที่ MINIMAL หน่อย งานดีไซน์ เช่นร้าน เฌอเอม ร้าน hidden tree วินเทจไทย ไปบ้านสวนแม่ทองหยิบ วินเทจบาร์นเฮ้าส์ ไป little barn cafe สวนสวยๆ ไปลอยชายคาเฟ่, ชงในสวน, seasons story และ brown brown







