thansettakij
thansettakij
จิตเคลมบุ้ค บำรุง สุขเซฟฮาร์ทฉากที่ 19

จิตเคลมบุ้ค บำรุง สุขเซฟฮาร์ทฉากที่ 19

จิตเคลมบุ้ค บำรุง สุขเซฟฮาร์ทฉากที่ 19 : คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย...ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • ผู้เขียนนำเสนอการทดลองเปลี่ยนสไตล์การเขียน โดยเน้นการเล่นคำและหยิบยกมุกตลกต่างๆ มาสร้างเป็นงานเขียนแนว "สาระบันเทิง"
  • เนื้อหาเป็นการรวบรวมเรื่องเล่าและมุกตลกขบขันหลายเรื่อง เช่น มุกทดสอบความรักระหว่างภรรยากับสุนัข และเรื่องสุนัขรับสายโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ
  • บทความนำเสนอบทกลอนที่ผู้เขียนแต่งขึ้นสดๆ เพื่อขอโทษสุนัขที่ถูกรถทับหาง ซึ่งสะท้อนถึงตัวตนในฐานะ "นักพูดกลอนสด"
  • ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า นักคิดนักเขียนสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้จากการรู้จักดัดแปลง และคัดเลือกถ้อยคำมาใช้ให้เกิดอารมณ์ขัน

นักเขียนมือใหม่ที่ยังไม่สะใจในการหยิบจับเอา อักษร หรือ ถ้อยคำ  นำมาทดลอง ฝีนใจ ฝืนใจ นะครับไม่ใช่ ขืนใจ (ฮา) ฝืนใจลงมือเปลี่ยนสไตล์จาก ธรรมดา พลิกซ้าย เอาฮา พลิกขวาเอาสาระจะออกหัวหรือออกก้อย เดี๋ยวก็รู้ว่ามันผุดตรงปกกลายเป็น สาระบันเทิง หรือเปล่า 

ผมเที่ยวท่องล่องเวปเสพมุกของเราเองที่จดแล้วเก็บอุบอิบเอาไว้ในสมุดบันทึก และสมุดฉกชิงวิ่งฮุบมุกทั่วสากลแผ่นดินที่ยังไม่มีใครเอามาใช้สอยรวมทั้งมุกฮาแสนอร่อยที่ผุดขึ้นในสภาผู้แทน หัวคะแนน เงินทอนของแดนลับที่ไม่มีใครได้แล เพราะว่าเขาขำกันในเซฟเฮาส์ แล้วเราเดินกางหูผ่านมาพอดี (ฮา)

เราลองมาแปลขัดกันสักดอกสองดอก อย่างเช่น นายเก๊ก ถามลองของกับ นายกั๊ก ว่า "เวลาเด็กเขาเอานิ้วไปจิ้มๆ ไชๆ เอวของคนรวย คนรวยเขาพึมพำพูดอะไรกัน ฉันฟังไม่ทัน" 

นายกั๊ก เขาเฉลยทันควันว่า "กุชชี่ กุ๊ชชี่ กุชชี่แพงกว่าเอ็งเว้ย ถ้าเอ็งขูดอีกข้าจะเอากระต่ายมาขุด -กรวยจิ๋ว- ของเองมั่งแล้วจะรู้สึก!" (ฮา)  

 

ผมอ่านเจอ นักประหลาด เขาเป็น นักบูดไม่ทำบุญ ลูกเลี้ยง ของ นักปราชญ์ เขาได้ "วิธีก๊าก" มากกว่า "วิธีคิด" เอ๊ะ! มันหมายถึงเรารึเปล่าเนี่ย (ฮา) เขาเขียนเอาไว้ทะเล้น เหมาะที่จะเอาไปตั้งไว้หน้าด่านมีเนื้อความครบทุกรสว่า 

ผมต้องบอกล่วงหน้าเอาไว้ก่อนเลยว่า เรื่องนี้ผมไม่ได้มีเอี่ยวสิ่งใดในทุก "อุตริยาบด" เนื่องจาก "กรณีนี้" จะเป็น "กรณีหนี"  (ฮา) 

วิธีทดสอบว่าใครจะรักเราจริงแค่ไหน

1.จับหมาที่เราเลี้ยงขังไว้ห้องหนึ่ง 

2.จับเมียตัวดี๊ตัวดีของเราขังไว้อีกหนึ่งห้อง

3.ปล่อยเกาะทิ้งร้างเอาไว้ 3 ชั่วโมง 

4.เปิดประตูห้องพร้อมกัน แล้วเราก็จะรู้ว่าใผเป็นใผแบบว่า เมื่อเห็นหน้าเรา ใครจะดีใจ และ  ใครจะกัดเรา  (ฮา)  

ผมช่วยล่วงหน้าเอาไว้ในอนาคตว่า ก่อนที่ผมจะบรรยายในห้องฝึกอบรมว่า "หากินอย่าหาเรื่อง" สำหรับกระแสในบ้านก็ควรจะจำไว้คล้ายคลึงกันว่า "เราเป็นแฟนกันเพื่อจะสรรหาความสุข จึงไม่ควรปรุงรสความทุกข์สาดกันไปเขวี้ยงกันมา" 

ผมมีความภาคภูมิใจที่จะโม้อีกสักครั้งว่า ผมเป็น "นักพูดกลอนสด" อีกทั้งเป็น "นักเขียนร้อยกรอง" แบบว่า แบบว่า กรองก่อนจะเอามาร้อย ผมเองเคยสารภาพไว้เป็นกลอนว่า 

คนขับถอยทับหางหมา

โสตหูก้องมา เอ๋ง! เอ๋ง! 

ผมต้องขอโทษหมาเอง 

พนมมือไหวเอ๋งฉับพลัน 

บอกเอ๋งว่าผมไม่ได้ขับ

แต่ขอรับว่าผิดแม่นมั่น

ผู้ขับคือลูกน้อง..ยืนยัน

เขาทับท่าน=ผมทับเอง 

ผมพูดกับเอ๋งว่าขออภัย 

กะจะอุ้มไปให้คลีนิกเพ่ง

เสียดายตีสองมืดวังเวง

กลัวเอ๋งจะฮึดฮัดกัดงับ

ดีนะเอ๋งที่หางยังไม่หัก

ดีมากลูกเอ๋งดวงไม่ดับ

ขอให้เอ๋งโปรดตั้งใจรับ

พึงสดับรับพรก่อนจะลา

ด้วยกุศลผลบุญที่ทำไว้

ขอส่งให้เอ๋งรับสู่วันหน้า

นับแต่นี้อย่ามีภัยใดมา

บุญคือยาให้หางปกติดี

ขอให้เอ๋งและลูกมีที่พัก

บ่มีใครหาญหักทุกพื้นที่

อาหารจงสมบูรณ์พูนทวี

สุขภาพดีไร้โรคตัดรอน

พระคุ้มกันเทพอุปถัมภ์

ให้ชีวิตชื่นฉ่ำดีกว่าก่อน

ไม่มีปัญหาให้เดือดร้อน

เอ๋งกับลูกอ่อนจงสวัสดี

จงอยู่เป็นสุขให้เนิ่นนาน

ละสังขารก็จงเกษมศรี

ขึ้นไปอยู่วิมานหมื่นๆปี

เอ๋งโชคดีระดับพหูพจน์

ขอโทษอีกครั้งก่อนลา

ยกมือวันทาใจหมดจด

ทำบุญใดเอ๋งได้ไม่อด

ไหว้แล้วก็ขึ้นรถปลื้มใจ

มุกล่าสุดผมโชคดีที่ได้ดู "คลิปไอ้เทาเสียหมา" คือ "ไอ้มิจตัวผู้" มันโทรเข้ามาถามนั่นตะคอกนี่ คนที่รับสายไม่ตอบกลับ เขามอบหมายให้ "ท่านบอดี้การ์ด" มาทำหน้าที่แทน   

ผมต้องขอใช้นามแขวงกันไว้ไม่ให้ใครโชคร้าย "ไอ้มิจตัวผู้" มันถามว่า "คุณคือ เยี่ยวฉี่ไหล ใช่ไหม" ผู้ที่ช่วยรับหน้าก็เปล่งเสียงแบบบดคัดย่อว่า "อื้อ!" และ "อื้อ!" จนมันหงุดหงิด มันตะคอกกลับมาว่า "มึง อื้อ...อื้อ อะไรของมึง" ได้จังหวะเป๊ะเลย "ท่านบอดี้การ์ด" ส่งเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือว่า "อะ.. ฮู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" เขา คือ "ท่านสุนัข" (ฮา) 

นักคิด นักเขียน ต้องคัดเอา อักษร หรือ ถ้อยคำ มา คิดเอง หรือ ดัดแปลง ให้ได้แบบนี้ รายได้จะมีเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเก๊ะ!

คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย...ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล ฐานเศรษฐกิจออนไลน์