thansettakij
thansettakij
อยากเห็นท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์  ช่วยประเทศมากกว่าผู้ว่ากทม.

อยากเห็นท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ช่วยประเทศมากกว่าผู้ว่ากทม.

28 ก.ย. 69 | 04:20 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ย. 69 | 04:29 น.

อยากเห็นท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ช่วยประเทศมากกว่าผู้ว่ากทม. คอลัมน์บ้านเมืองของเรา โดยสมหมาย ภาษี

ภาวะอุทกภัยใหญ่ที่เกิดใน กทม. ที่ผ่านมา 2-3 วันนี้พอๆ กับปี 2554 ได้ชี้เห็นถึงความสามารถของผู้ว่าชัชชาติ เป็นอย่างดีมาก ถ้าเป็นผู้ว่าฯ คนอื่นละก็ความเสียหายของชาวกทม. คงไม่น้อยกว่างบไทยช่วยไทยพลัสทั้งหมดที่ใช้เงินกู้พิเศษโดยการออกพันธบัตรกู้เงินด้วยพระราชกำหนดของรัฐบาลเป็นแน่

บรรดาผู้รู้ทั้งหลายต่างก็รู้ดีว่าการกำกับดูแลน้ำท่วมในกทม. ซึ่งเป็นโจทย์ที่เทวดาฟ้าดินร่วมกับรัฐบาล 20 - 30 ชุด ที่ได้แต่พูดว่าจะทำโครงการโน่นนี่ ปล่อยให้เกิดซ้ำซากจนกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์เป็นเมืองใกล้เคียงกับมหาอเวจีในขณะนี้ แต่เมื่อฟังท่านผู้ว่าฯประชาสัมพันธ์ให้คน กทม. ทราบในครั้งนี้ คนไทยคงรู้ว่าทุกอย่างเกี่ยวกับการบริหารน้ำท่วม ไม่ว่าคลองระบายเล็กใหญ่ ประตูผันน้ำทั้งหลายรวมทั้งพื้นที่สูงต่ำในกทม. ล้วนเป็นเรื่องหลับตาเห็นของผู้ว่า กทม. คนนี้หมดแล้ว

ผมเองเข้าใจเอาว่าก่อนวันศุกร์ที่ 25 กันยายน ท่านคงหันไปใส่ใจทำงานด้านอื่น เพราะเชื่อในคำพูดที่เผยแพร่ของผู้ใหญ่กรมอุตุนิยมวิทยาที่อุตส่าห์ประชาสัมพันธ์ว่า ภาวะน้ำฝนที่กำลังจะเกิดค่อนข้างมากในสัปดาห์นี้เป็น “เรื่องที่เอาอยู่” จึงน่าจะไม่ได้เข้าไปกำชับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องน้ำท่วมในเตรียมตัวรับซึ่งใครก็ทราบว่าเจ้าหน้าที่ของกทม. ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยตื่นตัวถ้านายใหญ่ไม่สั่งซึ่งก็เหมือนข้าราชการทั่วไป

สำหรับกรมอุตุนิยมวิทยานั้น ผมได้ยินเด็กวัยรุ่นขณะนี้พูดกันว่า เดี๋ยวนี้ใช้เงินแค่ 500 บาท ไปจ่ายค่าบริการรายปีสำหรับแอป Windy ก็รู้ว่าวันไหนฝนฟ้าหรือพายุจะมามากหรือน้อยอย่างสบาย ถ้าเป็นคนที่วิเคราะห์เป็นก็จะมีรายละเอียดไม่น้อยกว่า 20 ภาพที่มีบอกอยู่พร้อม ซึ่งวัยรุ่นยังสงสัยว่ากรมอุตุฯ ยังไปใช้และเชื่อเครื่องมือหลายพันล้านที่ล้าสมัยอยู่ได้อย่างไร ซึ่งผมยังคิดต่อไปว่าควรมีการลดขนาดกำลังคนของกรมดังกล่าวนี้ลงสัก 70% ก็ไม่เห็นจะแปลก

สำหรับกรุงเทพมหานครที่มีกฎหมายพิเศษกำกับดูแลนี้ หากมีการปรับปรุงพระราชบัญญัติให้กว้างมากขึ้น ทั้งในเรื่องดูแลถนนหนทาง ซึ่งเข้าใจว่า กทม.ต้องรับผิดชอบอยู่แล้วไม่มากก็น้อย ถ้ามอบให้สามารถเข้าไปปรับปรุงบรรดาจุดที่รถติดกันเป็นคอขวดได้ โดยรัฐบาลกลางจัดงบอุดหนุนให้ปีละห้าหกหมื่นล้านสักระยะหนึ่ง เป็นต้น แล้วสนับสนุนให้ กทม. ใช้งบได้จากภาษีที่อยู่อาศัยเข้าไปทุ่มลงทุนด้วย คนกรุงเทพก็คงจะได้เห็นการคลี่คลายรถติดในกรุงเทพได้ เรื่องนี้เคยเห็นเกิดขึ้นในฮ่องกงที่รถราติดกันมากเมื่อก่อน 30 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือน 4-5 ปีหลังจากนั้น รัฐบาลฮ่องกงได้ทำการแก้จุดคอขวดครั้งใหญ่ จนเดี๋ยวนี้รถติดน้อยลงมาก 

คนไทยส่วนใหญ่ก็รู้กันดีว่ากรุงเทพมหานครมีงานต้องทำมาก แต่มีการสนับสนุนโดยรัฐบาลไทยที่มีวิสัยทัศน์น้อยมาก รุ่นผมได้เห็นรัฐบาลมอบที่สาธารณะที่ดูแลโดยกรมธนารักษ์หรือส่วนราชการอื่นให้ กทม.เพียง 3 แปลงในรอบ 60 ปีที่ผ่านมา คือสวนจตุจักร สวนเบญจกิติ แถวสุขุมวิท สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เท่าที่ทราบสวนนี้โรงงานยาสูบในสังกัดกระทรวงการคลังได้ถวายให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ มาก่อน และต่อมาพระองค์ท่านได้ทรงมอบให้ทำเป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาราษฎร์ 

ผมเห็นว่าช่วงนี้รัฐบาลนี้ทำอะไรก็ไม่ค่อยเข้าตาประชาชน แทนที่จะไปทำสิ่งที่เลอะเทอะ ควรที่รัฐบาลจะพิจารณานำที่ดินของการรถไฟจัดเป็นสวนสาธารณะให้แก่ กทม. ได้อีก เช่นที่แถวมักกะสันบางส่วนที่ไม่ควรจะใช้เพื่อการพาณิชย์ หรือที่แถวใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาที่นักการเมืองคิดจะนำไปทำบ่อนคาสิโน

ที่ตั้งหัวข้อเรื่องในวันนี้ว่าอยากเห็นท่านผู้ว่าชัชชาติ ช่วยประเทศมากกว่าอยู่ในตำแหน่งนี้ เพราะคนส่วนใหญ่ได้เห็นว่าท่านเป็นผู้ที่เหมาะสมกับการทำงานสาธารณะมากกว่าคนอื่น เป็นคนมีความรู้ความสามารถสูงมาก เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาแล้ว แต่ไม่เคยมีเรื่องทุจริตคิดมิชอบให้เห็น ขณะนี้อายุอานามประมาณ 60 ปี ก็ยังเป็นวัยที่จะอยู่ในตำแหน่งสูงระดับนายกรัฐมนตรีได้ 

ถ้าท่านเอาจริงประชาชนในกทม. และปริมณฑลทุกเขตคงต้องลงคะแนนเลือกท่านด้วยคะแนนก้อนใหญ่ที่จะให้แก่นายกรัฐมนตรีหน้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 20% แน่ และคะแนนที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้ใดอีกร่วม 20% ก็จะมาเลือกท่านชัชชาติ และจากต่างจังหวัดอีกอย่างน้อย 15% ก็คงจะได้ ผมพูดตรงๆ นะครับไม่ได้มาพูดเอาใจแต่อย่างใด