svasdssvasds

อย่ามองข้าม ภัยร้าย ทำลาย ‘ดวงตา’

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
12 มิ.ย. 2565 เวลา 22:32 น. 2.0k

Tricks for Life

สิ่งหนึ่งที่สำคัญและควรเช็คอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้งคือ “ดวงตา” การตรวจตาอย่างสม่ำเสมออาจพบโรคเรื้อรังทางกายซ่อนอยู่ ระหว่างการตรวจอาจพบโรคร้ายซึ่งอาจมีผลทำให้ตาบอด หรืออันตรายชีวิตได้ เช่น เนื้องอกในดวงตา ต้อหินเฉียบพลัน

 

หากมีอาการทางตา เช่น ปวดตา ปวดศีรษะบ่อยๆ ตามัว ตาแดง เห็นภาพซ้อน น้ำตาไหล ตาแฉะ ควรตรวจตาให้ละเอียดว่าเป็นโรคร้ายแรงอะไรหรือไม่ บ่อยครั้งที่พบว่าผู้ป่วยเป็นต้อหิน ต้อกระจกซ่อนอยู่

Tricks for Life               

แม้ดวงตาอาจจะไม่ใช่อวัยวะสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต แต่ดวงตานั้นเป็นอวัยวะสัมผัสที่สำคัญสามารถทำให้ดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วน แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ให้ความสนใจและไม่ได้นึกถึงว่าดวงตาทำงานอย่างไร ดวงตามีความผิดปกติอะไรได้บ้าง และดวงตามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างไร

              

นายแพทย์อภิชัย สิรกุลจิรา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า หลายคนคิดว่า “ตา” ไม่เป็นไรตราบที่การมองเห็นยังเป็นปกติ คงไม่ต้องตรวจก็ได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะโรคตาบางโรคมาเงียบๆ ช่วงแรกอาจไม่มีอาการเลย โดยเฉพาะโรคต้อหินชนิดเรื้อรัง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นภัยเงียบที่อาจทำให้ตาบอดได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แนะนำว่าควรตรวจสุขภาพตาซึ่งสามารถตรวจได้ทุกช่วงอายุไม่จำเป็นต้องตรวจตาตอนอายุมาก

              

การตรวจสุขภาพโดยจักษุแพทย์มีความจำเป็น เพราะหลายโรคอาจพบความผิดปกติได้จากการมาตรวจ เช่นภาวะต้อหินในระยะแรกอาจไม่มีอาการตามัว เนื่องจากเป็นโรคที่มีการสูญเสียลานสายตาโดยรอบก่อนโดยการมองเห็นตรงกลางยังเป็นปกติเว้นเป็นต้อหินระยะท้ายจึงมีการมองเห็นลดลงหรือลานสายตาแคบลง

 

หรือผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพที่ตาข้างใดข้างหนึ่งโดยที่ตาอีกข้างปกติดีและเพราะไม่เคยทดสอบการมองเห็นด้วยตนเองง่ายๆ ด้วยการปิดตาทีละข้างเพื่อทดสอบการมองเห็นว่า ความผิดปกติหรือไม่ เกิดขึ้นจากตาข้างใดจึงมาพบแพทย์เมื่ออาการเป็นมากแล้วหรือมีความผิดปกติในตาทั้งสองข้างซึ่งในการพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจการมองเห็นนั้น จะมีขั้นตอนโดยการทดสอบการมองเห็นทีละข้าง ถ้าผิดปกติต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากโรคตาหรือเป็นจากสายตาผิดปกติ

 

ยังมีภาวะทางจักษุบางอย่างที่เป็นอันตรายและอาจส่งผลต่อการมองเห็นได้จึงควรมาพบจักษุแพทย์ เช่น อุบัติเหตุทางตาที่ก่อให้เกิดอาการระคายตาเคืองตา ตามัว เลือดออก สารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา กระแทกตา หรืออุบัติเหตุที่ใบหน้า เปลือกตาที่อาจส่งผลต่อดวงตา เป็นต้น

              

อาการปวดตามากที่อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นการติดเชื้อที่กระจกตา เยื่อบุตา เบ้าตา ถุงน้ำตา ม่านตาอักเสบ ต้อหินฉับพลัน หรือเห็นจุดลอยใหม่หรือไฟแฟลชในตาอาจเป็นจากภาวะน้ำวุ้นลูกตาเสื่อมซึ่งมีการดึงรั้งจอประสาทตา อาจก่อให้เกิดจอประสาทตาฉีกขาดหลุดลอก หรือเลือดออกในน้ำวุ้นลูกตา

              

อาการตาแดงที่เกิดการติดเชื้อที่กระจกตา เยื่อบุตาอักเสบ ม่านตาอักเสบ ต้อหินฉับพลัน แผลที่กระจกตาเป็นต้น หรือการมองเห็นลดลงฉับพลันต้อหินฉับพลัน จอประสาทตาฉีกขาดหลุดลอก เลือดออกในน้ำวุ้นลูกตาหรือจุดรับภาพ เส้นเลือดที่จอประสาทตาอุดตัน เส้นประสาทตาอักเสบ เป็นต้น

              

ยังมีโรคตาอีกมากมาย ที่ไม่อาจมองข้าม และเราเองอาจมองไม่เห็น แต่โรคใกล้ตัว หรือโรคใกล้ตาเมื่อผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อคัดกรองหรือรับการตรวจจะดีที่สุด

 

หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 42 ฉบับที่ 3,791 วันที่ 12 -15 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 

 

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด