33 ปี ที่รอคอย ของ“ผู้ประกันตน”

14 พ.ค. 2565 | 23:40 น.

คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...ว.เชิงดอย

*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3783 ระหว่างวันที่ 15-18 พ.ค.2656 โดย “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย


*** 33 ปีที่รอคอยของ “ผู้ประกันตน” ในระบบประสังคม ในที่สุดก็มาถึง ถึงมาช้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา... นั่นคือ การเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณี “ชราภาพ” โดยผู้ประกันตนสามารถ 1.ขอเลือกรับเงินบำเหน็จ หรือ เงินบำนาญชราภาพได้ 2.ขอคืนนำเงินชราภาพออกมาใช้ก่อน และ 3. ขอกู้นำเงินชราภาพไปเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินเพื่อกู้สินเชื่อได้ มติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเกินขึ้นในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2565 ที่ผ่านมา เมื่อ สุชาติ ชมกลิ่น  รมว.แรงงาน ได้นำเสนอหลักการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ประกันสังคม (ฉบับที่..)พ.ศ. ..ให้ที่ประชุมครม.พิจารณา และ ครม.ก็ให้ความเห็นชอบ 

*** สุชาติ ชมกลิ่น อธิบายหลักการของร่างกฎหมายดังกล่าวคือเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ “ผู้ประกันตน” ข้อแรกข้อคือ “ขอเลือก” ซึ่งที่ผ่านมามีกองทุนชราภาพ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอส่งเงินเกิน 180 เดือน หรือ อายุ 55 ปี จึงจะได้เป็น “บำนาญ” แต่ใครส่งไม่ถึงจะได้บำเหน็จ กลายเป็นไม่มีประตูให้เขาได้เลือก จึงแก้ให้สามารถเลือกได้คือ พออายุ 55 ปี ครบกำหนดเกษียณ หากมีหนี้สินต้องใช้เงินก้อนให้เขาสามารถเลือกได้ว่า จะเอา “บำเหน็จ” หรือ “บำนาญ” ส่วนเรื่องบำนาญได้นำเข้าครม.ไปเมื่อเดือนที่แล้ว เช่น ผู้ประกันตนอายุ 55 แต่สมมุติว่าอายุ 56 ปี เสียชีวิต จะได้ 10 เท่า ซึ่งไม่คุ้มค่ากับเงินที่เขามีอยู่ แต่แก้ไขให้เป็นหากอายุ 55 ปี แล้วเสียชีวิตอายุ 56 ปีเราการันตีให้อีก 4 ปี อายุครบ 60 ปี เงินจะตกถึงลูกหลานเขา
    

*** ส่วนที่สอง คือ “ขอกู้” หากตรวจสอบดูว่าเรามีเงินชราภาพ ยกตัวอย่างเช่น มีเงินอยู่ 2 แสนบาท แต่เราไม่มีเงินสด ไม่มีเครดิตจะไปกู้สถาบันการเงิน ถ้าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่าน “ผู้ประกันตน” สามารถไปกู้สถาบันการเงิน ใช้สิทธิ์ในเงินชราภาพไปค้ำประกันได้ เปรียบได้กับว่า “ผู้ประกันตน” มีหลักทรัพย์ใช้ค้ำประกันได้ชัวร์ยิ่งกว่าที่ดิน ก็คือเงินที่หักไปให้ประกันสังคมทุกเดือน ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ เพราะเมื่อถึงเวลาที่เราจำเป็นต้องใช้เงิน เราก็ไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบ ...ในส่วนเรื่องการ “กู้” นี้ รมต.สุชาติ ระบุถึง “ดอกเบี้ย” ว่า  ผู้กู้จะจ่ายดอกเบี้ยแค่ 1.5% ต่อปีเท่านั้น ถือเป็นอัตราที่ต่ำมาก 

*** ข้อที่สาม ในส่วนของการ “ขอคืน” สามารถนำเงินกรณี “ชราภาพ” ที่สมทบอยู่ในกองทุนประกันสังคม ออกมาใช้ก่อนบางส่วน ในส่วนนี้มีข้อห่วงใยจากนักวิชาการว่า การนำเงินออกมาใช้ก่อนจะกระทบทำให้เสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมลดลง รมว.แรงงาน ชี้แจงว่า การขอคืนไม่ใช่จู่ๆ จะขอคืนได้เลย แต่ต้องเกิดวิกฤติ เช่น สถานการณ์โควิด ถูกล็อกดาวน์ และเป็นวิกฤติของโลก เราจึงออกเป็นกฎหมายนี้ออกมาเพื่อช่วยเหลือ  ซึ่งจำเป็นต้องทำเรื่องนี้ เพราะกฎหมายประกันสังคม 33 ปี ไม่เคยแก้ไข และไม่เคยแก้ปัญหาในยามจำเป็น ทุกคนที่มาบริหารคิดอย่างเดียวว่า กองทุนต้องให้คงไว้ ซึ่งความจริงกองทุนนั้นคงไว้อยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้ “ผู้ประกันตน” มีประตูปิดเปิดหลายๆ ประตู
    

*** ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกรัฐบาล อธิบายเพิ่มเติมถึงหลักการร่างพ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับนี้ว่า  เป็นการปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคมกรณี “ชราภาพ” ให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อน (ขอเลือก ขอคืน และขอกู้) รวมทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีอื่น  อาทิ เพิ่มเงินทดแทนกรณีขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ จากร้อยละ 50 ของค่าจ้าง เป็นร้อยละ 70 ของค่าจ้าง เพิ่มจ่ายเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรจากเดิม 90 วันเป็น 98 วัน ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร ภายหลังการสิ้นสภาพเป็นผู้ประกันตน ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรต่อไปอีก 6 เดือน เป็นต้น 


*** รวมทั้งแก้ไขขยายอายุขั้นสูงของผู้ประกันตนที่เป็นลูกจ้าง จากเดิมอายุ 60 ปีบริบูรณ์ เป็น อายุ 65 ปีบริบูรณ์ …การแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ส. 2533 นี้เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย เพื่อให้ผู้ประกันตนที่สูงอายุได้รับความคุ้มครองและได้รับสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสังคม สร้างหลักประกันทางสังคมที่เพิ่มมากขึ้นกับผู้สูงอายุที่อยู่ในระบบประกันสังคมด้วย
    

*** ไปปิดท้ายกันที่ “ข่าวเศร้า” ขอแสดงความเสียใจกับ บุญชัย ถิราติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้สูญเสีย บุปผา ถิราติ ภรรยา ซึ่งได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ โดยทางญาติได้กำหนดจัดงานสวดพระอภิธรรม และพิธีฌาปนกิจศพ  ณ ศาลาจารุมิลินท วัดชลประทานรังสฤษฎ์ พระอารามหลวง ตําบลบางตลาด อําเภอปากเกร็ด จังชวัดนนทบุรี ดังนี้ วันที่ 11 พ.ค.2565 เวลา 16.30 น. พิธีรดน้ำศพ เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม, วันที่ 12, 13, 14 และ 16 พ.ค. เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม, วันที่ 17 พ.ค. เวลา 16.30 น. มีพิธีณาปนกิจศพ โดยเจ้าภาพ ขอความร่วมมืองดพวงหรีด ดอกไม้สด และพัดลมทุกชนิด ส่วนวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ค. 2565 งดสวดพระอภิธรรม 1 คืน เนื่องจากเป็นวันวิสาขบูชา