ทบทวนวาทะผู้นำโลก 2565

26 มกราคม 2565

ทบทวนวาทะผู้นำโลก 2565 : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ โดย รศ.ดร.ชโยดม สรรพศรี อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,752 หน้า 5 วันที่ 27 - 29 มกราคม 2565

โดยปกติแล้วผู้น้อยจะรอรับคำอวยพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ที่เป็นญาติหรือเป็นผู้บังคับบัญชาทำนองเดียวกันผู้นำของประเทศย่อมมีประเด็นที่ดีๆ มาสื่อสารกับประชาชนในวันสิ้นปีเก่าต้อนรับวันปีใหม่ ด้วยผมมีความสนใจเป็นพิเศษในปีนี้จึงพยายามค้นคว้าหาสาส์นอวยพรจากผู้นำหลายๆประเทศมาเปรียบเทียบกัน ประเด็นที่น่าสนใจคือระยะเวลาสื่อสารกับประชาชน วิธีการสื่อสาร และเนื้อหา 

 

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งมาร่วมกันพูดเป็นเวลาไม่ถึง 2 นาที สาระนั้นประธานาธิบดีเน้น “No Quit America” เป็นประโยคหลัก และกล่าวสั้นๆ ให้ร่วมกันสู้และแก้ปัญหาโควิด ยังมีหยอดเรื่องการสนับสนุนอิสรภาพในโลก และให้ความสำคัญกับคุณค่าครบครัว ตอนจบมีลูกหมาวิ่งออกมาตอนจบรายการ ท่านประธานาธิบดีสั่งให้นั่ง แต่เขาก็ไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไหร่ 

 

ส่วนนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร บอริส จอห์นสัน ให้สัมภาษณ์ในรูปแบบง่ายๆ เป็นกันเอง มีการตัดต่อประโยคอยู่ตลอด และใช้เวลาสื่อสารเพียง 2 นาที ได้กล่าวถึงความสำเร็จที่เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในธุรกิจใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมากกว่าประเทศอื่นในสหภาพยุโรป และการขอบคุณความร่วมมือจากประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหาโควิดอีกทั้งยังได้ยกตัวอย่างว่าหากป่วยจะลำบากมาก และได้ทิ้งท้ายให้คนเร่งไปรับวัคซีนเพิ่มเติมโดยเร็วที่สุด 

 

ในส่วนของญี่ปุ่นนั้น แม้ว่าจะไม่ได้เห็นคลิป แต่ได้อ่านจากการถอดความนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นไม่ได้กล่าวยาวนักโดยมีประเด็นหลักเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ผ่านมา และขอบคุณบุคลากรที่การร่วมกันทุกภาคทุกส่วนงาน ในการบรรเทาปัญหาจากโควิด และมุ่งที่จะสร้างสังคมระบบใหม่เมื่อโควิดผ่านพ้นไป และได้หยอดถึงความสำคัญของ “a free and open Indo-Pacific” ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับสหรัฐอเมริกาอย่างลึกซึ้ง (ผลน่าจะกดดันจีนได้มากทีเดียว) 

 

ทบทวนวาทะผู้นำโลก 2565

 

 

ส่วนในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจนั้น ปัจจัยที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวถึงคือ “Green and Digital” (ทำให้ชาติอื่นๆ ต้องจับตาดูนโยบายรัฐบาลญี่ปุ่น ในอนาคตต่อไป) ส่วนนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ก็มีสาส์นที่สั้นๆ เช่นเดียวกันโดยชื่นชมความร่วมมือร่วมใจของคนในชาติแม้ว่าจะประสบปัญหาจากโควิด ภัยธรรมชาติ นํ้าท่วม พายุไซโคลน และภาวะแล้งจัด โดยตั้งเป้าใน ปี 2022 ให้เมืองและชนบทเจริญเติบโตไปด้วยกัน เชียร์ให้ประชาชนเร่งฉีดวัคซีนบูสเตอร์ และให้เด็กอายุ 5-11 ปี ได้รับวัคซีนโดยเร็ว 

 

ประเทศสังคมนิยม เช่น รัสเซียและสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว สาส์นจากผู้นำประเทศจะมีความยาวมากกว่ากรณีของประธานาธิบดีปูติน ของรัสเซียใช้เวลาประมาณ 7 นาที 

 

ส่วนประธานาธิบดีสีจิ้นผิงยาว ถึง 12 นาที และเป็นสาส์นที่เป็นทางการมาก รัสเซียมีการจัดทำภาพและเสียงเพลงประกอบอย่างอลังการ ส่วนจีนก็จัดทำได้ยิ่งใหญ่และเป็นทางการมากไม่แพ้กัน ทำให้เกิดความสงสัยในกรณีของจีน ผมจึงย้อนกลับไปหาสาส์นปีใหม่ 2 ปีย้อนหลังคือ 2020 และ 2021 ก็พบว่าความยาวประมาณ 12 นาทีเช่นกัน

 

ประธานาธิบดีปูติน ได้กล่าวถึงความเสียสละของคนรัสเซียในการต่อสู้ปัญหาโควิด โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวและความสามัคคี (united and solidarity) ขอบคุณกับการเสียสละ และอดทนของประชาชน ขอบคุณกองกำลังทหาร 

 

สาส์นจากประธานาธิบดีปูตินยังให้ความสำคัญกับคนสูงวัยและเยาวชนเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต คุณค่าของสถาบันครอบครัว คุณภาพชีวิตของประชาชนชาวรัสเซียทุกคน ในภาพรวมแล้ว สาส์นไม่ได้มีสาระทางการเมืองระหว่างประเทศหรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ให้ความสำคัญกับคนรัสเซียเป็นศูนย์กลาง บรรยากาศการนำเสนอง่ายๆ นอกห้องส่ง พูดไปควันออกจากปากไปเพราะอากาศหนาวเย็น แต่ใบ หน้านิ่งแสดงถึงความเข้มแข็ง 

 

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมีความแตกต่างจากผู้นำชาติอื่น สาส์นปีใหม่จะมีความยาว มีความเป็นทางการ ทั้งการแต่งตัวและฉากหลัง บวกกับมีภาพเคลื่อนไหวประกอบ ด้วยความอยากรู้ผมจึงทำให้ต้องกลับไปค้นสาส์นปีใหม่ 2 ปีย้อนหลัง สาส์นปีเก่า 2019 ต้อนรับปีใหม่ 2020 ตอนนั้น โควิดยังไม่ระบาดหนักไปทั่วโลก 

 

สาส์นกล่าวถึงความสำเร็จทางเศรษฐกิจของจีน โดยมี GDP ขนาดใหญ่มาก และรายได้ต่อหัวประชาการสูง มียุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงระหว่างมณฑลต่างๆ มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอวกาศ ด้านเทคโนโลยีสาระสนเทศ ด้านสาธารณูปโภค เช่น สนามบินใหม่ การจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษและที่สำคัญคือ การต่อสู้เพื่อขจัดความยากจน 

 

ท่านยังได้เล่าถึงการเดินทางเพื่อเข้าถึงประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ได้กล่าวเพื่อปลุกใจให้รักชาติ ความสำคัญกับการทหารการรักษาความมั่นคง นวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม และยังได้สรุปเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์ 

 

นอกจากนั้นท่านยังได้กล่าวถึงบทบาทของจีนในเวทีนานาชาติ Belt Road Initiatives และได้หยอดในเรื่องของ one country, two systems อีก ด้วย เรียกว่ามาครบทุกมิติ

 

ในปี 2020 เมื่อโควิดระบาดหนักในจีนและลามไปทั่วโลก สาสน์ในวันสิ้นปี ได้กล่าวถึง “solidarity and resilience” ในการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด และชื่นชมทีมแพทย์ พยาบาลนักวิทยาศาสตร์ ทหาร ข้าราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการจัดการควบคุมและดูแลผลกระทบของการแพร่ระบาด อีกทั้งยังได้ประสานงานกับผู้นำชาติอื่นๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายของโรคโควิด 

 

ประธานาธิบดีสี ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การต่อสู้ภัยพิบัติทางธรรมชาติจากนํ้าท่วมการจัดทำแผนที่ 14 ระยะห้าปี การเตรียม พร้อมงานพรรคคอมมิวนิสต์จีนครบรอบ 100 ปี และความสำเร็จในเทคโนโลยีอวกาศและการจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษเช่นเดียวกับปี 2019 ผ่านมา และที่สำคัญคือความสำเร็จในการขจัดความยากจนในจีน คำที่น่าติดตามและต้องขยายความในสาส์นคือ “Two Centenary Goals” 

 

ในสาส์นส่งท้ายปี 2021 และตอนรับปี 2022 ประธานาธิบดีสีพูดถึงเป็นเรื่องแรกแม้ว่าระยะเวลาจะห่างกัน 12 เดือน คือ การเดินหน้า “Two Centenary Goals” (อนึ่ง Two Centenary Goals คือ 2021 CPC Centenary เพื่อสร้าง moderately prosperous society และ 2049 PRC Centenary เพื่อสร้าง great national rejuvenation ที่ถูกขยายความว่า wealthy, strong, democratic, civilized, harmonious, and modern great power) ประธานาธิบดีสียังได้กล่าวถึงความสำเร็จของการเฉลิมฉลอง 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วยความภาคภูมิใจ และอ้างอิงถึงประวัติศาสตร์ตั้ง แต่ประธานเหมา 

 

เช่นปีที่ผ่านมาประธานาธิบดีสี จะให้ความสำคัญกับการเยี่ยมเยือนชนบทการเข้าถึงประชาชนความเข้าใจในเรื่องของความยากจนความสำคัญของแต่ละครัวเรือน การขจัดความยากจนนั้นเป็นพื้นฐานของ 2021 CPC ที่ได้กล่าวไปแล้ว 

 

ท่านประธานาธิบดีได้กล่าวถึง คือความภาคภูมิใจในประชาชนจีนการมีเทคโนโลยีอวกาศ มีกองกำลังทหารที่มีความแข็งแกร่งในการปกป้องประเทศ และยังมีเรื่องความสำเร็จของการแข่งขันทางกีฬาความร่วมมือร่วมใจในการต่อสู้กับโรคโควิด การมีนักวิทยาศาสตร์จีนสามคนกำลังทำงานอยู่ในอวกาศ และจีนกำลังจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวในปีนี้ 

 

สิ่งที่แตกต่างไปจากชาติอื่นคือ สาส์นจากประธานาธิบดีสี ไม่กล่าวถึงเรื่องเศรษฐกิจ และการจัดการปัญหาจากโรคโควิดในประเทศแต่มีในมิติของการต่างประเทศ ประธานาธิบดีสีได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำประเทศอื่นและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จีน ยื่นมือให้ความช่วยเหลือทางด้านวัคซีนกับนานาชาติ เพื่อสร้างความร่วมมือและความสามัคคีในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามมีการเสริมประเด็นทางการเมืองระหว่างประเทศ เดิมที่มี ฮ่องกง และมาเก๊า แต่คราวนี้มีที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันด้วย ทำให้เป็นการประเด็น หลังปีใหม่ขึ้นมาทันที   

 

สาส์นจากผู้นำประเทศต่างๆ มีความแตกต่างกันทั้งความยาวและสาระในส่วนของจีนนั้นน่าสนใจมาก เพราะได้สะท้อนถึงการสอดแทรกเนื้อหาความสำเร็จใน 12 เดือนที่ผ่านมา ความภาคภูมิใจ และแนวโน้มนโยบายในอนาคตทั้งในและต่าง ประเทศข้อสังเกตในปี 2022 จีนได้ ก้าวข้ามปัญหาโควิด และตั้งเป้า Great National Rejuvenation ที่เป็นการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของจีน มากกว่าการตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้นๆ สร้างความหวาดหวั่นให้ชาติตะวันตกพอควรเลย