ชาลิงหยิบ

04 ก.ย. 2564 | 00:30 น.

คอลัมน์ Cat out of the box โดย พีรภัทร์ เกียรติภิญโญ

ผู้ใหญ่จีนในเมืองไทยให้คำจำแนกชนิดน้ำชาออกเปนกว้างๆ 2 อย่าง ชากินดื่มแล้วหอมปาก กับชากินดื่มแล้วชุ่มคอ เวลาไปไหนมาไหนเขาเชิญชวนว่า ‘เจี้ยะเต้ๆ’ มาๆกินน้ำชาๆ
 

คนไทยเรียกตามเขาว่า ‘เต๊’ - tea น้ำชา
 

ท่านซินแสจอหงวนได้ยินเข้าถึงขั้นคอแข็งเชิดจมูกส่ายหน้าแล้วบอกว่าที่ไหนกัน พลางปล่อยลมขึ้นฐานจมูกข้างขวา ผ่อนเสียงว่า ‘แต๊’บ่งเจตนาให้เขาใจการออกสรรพสำเนียงที่ว่าถูกต้อง แต่ก็ช่างเถอด นี่มันคอลัมน์ CAT Out of The Box ก็ต้องบอกความลับของแต่ละฝ่าย ใครจะไปสู้อิ่ม_โอชาฯ joie de la cuisine คอลัมน์ข้างๆที่ว่ากันด้วยสรรพรสโอชายาปากยาเสียง
 

ยามเมื่อเข้าไปดงผู้ดี(จีน) เขาจะลวงล่อดูกิริยา ว่าเรานั้นมีลักษณาการเหมาะแก่การเปนเขยเปนสะใภ้ร่วมใช้สมบัติบ้านเขาไหม 
 

หนึ่งเงินทองไม่มี ก็ต้องมีสอง_คือวิชา สองวิชาไม่มีก็ต้องมีสาม_มารยาทจรรยา หาไม่มีทั้งสามก็เหลือว่าสี่ คือรู้เข้าหาด้วยวิทยาแบบธรรมเนียม(ฝ่ายของเขา)น้ำชานั้นผู้ใหญ่จีนกินเปนยา นัยยะบำรุงปากบำรุงคอ ด้วยมีคติถือว่า คอแห้งเปนเเหล่งเพาะโรค เสมหะเปนอสรพิษ เจ็บคอนำสู่ความตาย ดังนั้นจึงได้เห็นคนขากเสลดยาวๆและเสียงดัง ก่อนจะถุยย..ออกจากตัวให้ไกลสุดกู่ ซึ่งบางคนทำได้รุนแรงราวยิงกระสุน เหล่าผู้ดีไทยไม่เข้าใจว่าทำไม๊เสียมารยาท_ทำกิริยาทรามอย่างงั้น ว่าเเล้วก็หยิบกระโถนเบญจรงค์เคลือบลายน้ำทอง มารับรองการบ้วนน้ำหมากอย่างแช่มช้อย จากนั้นจึงกีดกันมิให้ลูกหญิงลูกชายไปได้กับบ้านฟากตรงข้าม เปนการต่อไปฯ

เรื่องเจ็บคอนี้สำคัญนัก ท่านประธานาธิบดีบุรุษห้าสั้น_เติ้งเสี่ยวผิง ท่านไม่นิยมอยู่พำนักในปักกิ่ง ค่าที่ว่าอากาศไม่ใครโปร่ง มักจะเจ็บคอ จึงย้ายมาอยู่เซี่ยงไฮ้มีลมบกลมทะเลปลอดโปร่ง _ไม่เจ็บคอ
 

ฝรั่งก็พอกัน ก่อนนี้กินน้ำไม่สะอาด บิด_dysentery ลงท้องมรณาไปหลายศพ ครั้นจะต้มน้ำเปนรายครั้งก็ขี้คร้านจะหาฟืน พระเลยหมักเบียร์กินซะ อิ่มด้วยโอสถด้วย คนทั่วไปไม่ทำหรอกเบียร์_มันยุ่ง แถมมีกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ ยามได้ใบชายุคปล้นอาณานิคมมาจากเมืองจีนก็เอาแช่น้ำกิน นัยยะว่าฆ่าเชื้อๆ กินบ่อยๆเข้านอกจากอร่อยแล้วก็ติดน่ะสิมันมีคาเฟอีนนี่นะ_เปนสารเสพติดน่ะ
 

ปัญหาว่าไปกินข้าวร้านจีนแล้วเขาเอาเมนูชามาให้เลือกต่อหน้าว่าที่พ่อตา จะทำอย่างไง?
 

มันก็คล้ายกับเลือกไวน์ใน wine list ฝรั่ง (ซึ่งก็คือพ่อตาคนที่แล้ว)นั่นแหละหนา เขียนรำพึงไว้เเล้วในตอน ‘งานสมรสของเมรัยฝ่ายองุ่น’ ถึงการจัดการดังกล่าว
 

อีทีนี้ก็ถึงคราวต้องตั้งสติให้มั่นจากที่เขา (พ่อตาใหม่) จับตาดูอยู่ดังที่ได้กล่าวแล้วว่ามันมีชาอยู่หลักๆ 2 อย่างคือชากลิ่นกินหอมปาก กับ ชาขมอมชุ่มคอ มันก็ต้องเปิดศักราชกันด้วยชากลิ่นหอมปากเสียก่อนเปน starter ด้วยว่าปวงพวกมันกลิ่นเด่นกว่ารส
 

ชากลิ่นอย่างเนื้อบาง body ไม่เต็ม กินแล้วหอมรื่น ระรวย เช่นพวกชาขาว ชงแล้วแลเหมือนน้ำต้มธรรมดาสีน้ำไม่ใคร่เปลี่ยน ชาพุดตานขาว_ไป๋หมู่ตาน เปนตัวเลือกที่ดี หอมฟุ้งจรุงจิต

ถัดมาสีออกมากหน่อยก็พวกชาเชียว ชงแล้วน้ำสีเขียวอ่อนใสให้กลิ่นหอมของยอดไผ่ไหวลมต้องน้ำค้าง ชาทากตัวเขียว_ปิหลอชุน รสชาตินุ่มนวล สดชื่น ชาบ่อมังกร_หลงจิ่ง กินดี คลายร้อนในและหายร้อนนอกวันอากาศร้อนอ้าวๆ
 

เอ้า_กินน้ำชามันก็เกี่ยวแก่อากาศด้วยซิ ไม่งั้นเขาจะมีคำพูดคำทักกันเรอะ “วันนี้อากาศดีนะ” (หมายเหตุ :ถ้าจะทำเปนยา เอาหลงจิ่งแช่น้ำผสมผิวส้มจีนและลูกซันจาแห้ง ช่วยย่อยดี แก้ตับเสีย น้ำดีห่วย) แต่เมื่อถึงเวลาอาหารมาลงโต๊ะ น่าจะต้องขยับเปนชาเหลืองสีอำพัน ซึ่งมีไล่เลียงไปตั้งกะ ชาพระแม่กวนอิมฝ่ามือเหล็ก_ทิกวนอิม, ชาอุทกเทวาจุ้ยเซียน ชาที่รสเด่นกว่ากลิ่น 
 

อีทีนี้ก็ระวังพ่อตามาล้วงลับว่า จุ้ยเซียนของที่ไหนที่สั่งมา เราก็ต้องออกหน้ากำกับซอมเมอลิเย่ฝ่ายชาว่า ‘เอาที่มาจาก บู่ อี๋ ซัน นะ’  งี้ , พ่อตาก็จะยิ้มในดวงตา ค่าที่เราเอาชาระดับจักรพรรดิมาให้ดื่มจิบ!!


อันชานี้ก็มี vintage เหมือนกันกับไวน์ แต่ว่าเปน vintage ระดับไตรมาส ไม่เปน ‘ปีที่ดี-grand anne’ เหมือนไวน์ฝรั่ง เขาไล่กันว่าในรอบปีนั้นเก็บชา ไตรมาสหนึ่ง คือ ‘ชุง’ เดือนจีน 1-2-3 ดีที่สุด ฝนไม่มีแดดไม่มา รสชาคงที่สมค่าตัวมันเอง
 ชา ‘ชุง’ นี้เขานับว่าเปนชาคอชุ่ม ขึ้นทำเนียบยอดแห่งชา ซึ่งเเถวเยาวราชว่า หนึ่งโหลปิ่นทอง a dozen of great barrettes จับ_ยี่_กิม_โทย มีสิบสองจำพวกเช่น เพ็กหล่อชุง (ยอดเขียว_ไตรมาสแรก), เจ๊กกี่ชุง (ที่หนึ่ง_ไตรมาสแรก) แต่ยังหรอก อีชาจากบู่อี๋ซัน ที่พลันมาเสิร์ฟพ่อตานั้น ถ้าแกถามว่า ‘นี่เก็บฤดูชุงรึ?- ถึงแพงอย่างงี้’ ตามประสาผู้ขี้เหนียวกับคนอื่นแต่ฟุ่มเฟือยกับตัวเอง


เราก็ต้องว่า ‘โอ้_หามิได้ขะรับ อันนี้เก็บเดือนพฤษภวันที่ 1 เลิกเก็บวันที่ 10 ไม่ขาดเกิน’ ดังนี้ฯ แล้วจึงปล่อยให้ท่านรำพึงโศลกฝังใจ
 

“ฝนตกไม่เก็บ มีเมฆไม่เก็บ เก็บวันปลอดโปร่ง”
 

เพื่อให้ท่านยังดูดีและผู้ร่วมโต๊ะเปนพยานว่าสติปัญญาสัมปชัญญะแห่งท่านยังครบถ้วนสมบูรณ์สามารถทำพินัยกรรมได้
 

ข้างชาฝ่ามือเหล็กฯนั้น (ใส่ไปยาลเพราะผู้น้อยมิควรเอ่ยนามพระโพธิสัตว์ผู้ใหญ่พร่ำเพรื่อมันจะเสียมารยาท) ต้องไปเอาจากหมู่บ้านอันซี เขาเก็บใบชาปลายเมษาต้นพฤษภา เอาแต่ยอดและใบรองยอดผึ่งแดดอ่อนไล่กลิ่นสดเขียว เอามือกลับไปมาให้เกิดเสียดสีกันกับอากาศบ่มให้ร้อน แล้วม้วนกลิ้งนวด_ห่อผ้าขาว เอามาปิ้งไล่ชื้นแล้วจึงผึ่งเย็นก่อนขาย 55-ทีนี้ก็จ่ายมาซะดีๆ หนึ่งชั่ง 5,000 มีหกขีด!
 

ประดาชาพระแม่ชาเทพอุทกนี้ เขาจัดว่าอยู่จำพวกน้ำเข้ม เปนสกุลมังกรดำอู่หลง รสหนักขึ้นมาจากชาเขียว เพราะเปนชากึ่งหมัก ชาอู่หลงเหล่านี้ยังมีของดีๆอีกมาก เช่น ชาเสื้อคลุมแดงใหญ่ (ต้ง หง เผา) กินดีแก้แพ้ภูมิ, ชาไก่หงอนขาว (ไบ๋ จิน ก๊วน), ชาเนื้อทอง (เนก กุ่ย), ชาเข็มเงินเก่าแท้ (โก๊ว เหลา งิ้ง จำ), ชาภูเขาทอง (กิม แต้ ฮง), ชาดอกบ๊วยแดงใหญ่ (ไต้ อั๊ง บ๊วย), ชาหอมไกลพันลี้ (โชยลี้เฮียง), ชากุญแจทอง (กิมซ้อซี้)
 

ส่วนที่ไต้หวันเขามีชา อู่หลงต้งติ้ง หอมหวลดีนัก ปลูกบนยอดเขาสูงฉ่ำน้ำค้าง ได้พันธุ์ต้นทางมาจาก บู่ อี๋ ซัน ที่ว่าชาอู่หลงนี้เขามีตำนาน ว่าต้นชาสกุลนี้เดิมทีมีงูดำใหญ่ขดเฝ้ารักษาอยู่ ใครจะไปเก็บเด็ดต้องระวังหนักหนา จึงขนานนามกันว่า ชามังกรดำ อู่_ดำ/หลง_มังกร 
 

ส่วนชาเสื้อคลุมแดงใหญ่ ตำนานว่านายอำเภอผู้อารี ป่วยภูมิแพ้รักษาไม่หาย ชาวบ้านพากันเปนห่วงเอาใบชาสำคัญไปมอบให้ชงกิน กินไปกินมาหายป่วย นายอำเภอซึ้งใจให้ชาวบ้านพาไปดูต้นชา ถึงที่ชานั้นแล้วแกถอดเสื้อคลุมยศออกถวายเปนพฤกษาบูชา_คารวะต้นไม้ทำให้หายป่วย
 

ชาลิงเก็บ monkey pick ก็มี โบราณนานเกต้นชาขึ้นที่สูงชัน คนเก็บไม่ถึง ต้องฝึกลิงไปเก็บหา
 

ชาลิงตัวพ่อ Daddy Monkey Tea ก็มีชื่อ โหว กง ฉา มาจากเขาเฉาเทียน มณฑลฟูเจี้ยน ตำนานว่าเมียลิงท้องแก่ ลูกไม่กลับหัวคลอดไม่ได้ ลิงผัวลงจากเขามาเรียกหาหมอตำแยแก่บ้านอยู่ตีนผา ทำท่ากิริยาครวญคราง หมอชราสงสัยตามลิงไปยอดเขาเจอเมียลิงร้องรนอยู่จึงเข้าช่วยโกยท้องทำคลอด ลูกลิงกลับหัวออกมาสำเร็จ แทนคำขอบคุณนั้น ลิงตัวพ่อ เอาเมล็ดชากำหนึ่งห่อใบไม้มาให้ เมล็ดชานี้หมอตำแยทำหกระหว่างทางเกิดเปนต้นชารสสุขุมชุ่มคอ หอมหวล
 

เวลาอ้ายพวกฝรั่งมันด้อยค่าวานรสมุยช่วยเก็บมะพร้าวว่าเรานี้ช่างเถื่อนไพร่จัญไรมนุษย์ก็ไม่เห็นมีผู้แทนการค้าใดในเมืองไทยไปต่อตีกะมันบ้าง ว่าชะหนอย คุณ(มึง)น่ะแลตัวดี กินชาทั้งทีต้องimport เสาะหากินชาลิงเก็บ!
 

สุดท้ายคือชาหมักนานปี กลิ่นดินอย่างโป๋วเหลย มีอำนาจทะลุทะลวงไขมันดีมาก สำเนียงหนึ่งเรียกว่า ผู่ เอ๋อ ตามชื่อที่ผลิตแต่แรกในยุนนานชงแล้วสีแดงเข้มดินน้ำตาล ชงซ้ำได้หลายน้ำ มันเปนแผ่นอัดเเข็งเป๊กของเก่าแพงกว่าของใหม่ วันไหนกินของมันมากๆ ต้องเรียกหาชา โป๋วเหลย/ผู่เอ๋อ
 

ชาโป๋วเหลยนี้ blend_ผสมได้ชงกับดอกเก็กฮวย เข้ากันดี_หอมกรุ่นกินปิดท้ายมื้ออาหารชุ่มคอๆล้างท่อเลือดร่างกาย
 

อนึ่งว่าน้ำชาชงทิ้งไว้ในกา ชงทิ้งแช่ไว้นานจนสีอำพันนั้นออกดำอย่ากิน มันทำท้องผูก


นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 หน้า 17 ฉบับที่ 3,711 วันที่ 5 - 8 กันยายน พ.ศ. 2564