thansettakij
thansettakij
ฟังให้ชัดอีกครั้ง APEC 2022 ไทยได้อะไรบ้าง ?

ฟังให้ชัดอีกครั้ง APEC 2022 ไทยได้อะไรบ้าง ?

17 พ.ย. 65 | 04:54 น.
อัปเดตล่าสุด :17 พ.ย. 65 | 16:47 น.

การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC 2022 ของไทยในปีนี้ นอกจากจะมีผู้นำเขต 21 เศรษฐกิจ ซีอีโอบริษัทชั้นนำของโลก และคณะเดินทางเข้าไทยไม่ต่ำกว่า 5,000 คน หอการค้าไทยประเมินผลทางตรง และทางอ้อมหลังจบงาน จะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 10,000-20,000 ล้านบาท

ในมุมของนักวิชาการ มองการจัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค และผู้นำภาคเอกชน (APEC CEO Summit) ในครั้งนี้ ไทยจะได้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างนั้น รศ.ดร.อัทธ์  พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” โดยระบุไทยจะได้ประโยชน์ดังนี้

 

1.การประชาสัมพันธ์การพัฒนาของประเทศไทยทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียบประเพณี ให้เป็นที่รู้จักในสายตาของประเทศสมาชิกเอเปค

 

2.ประเทศไทยและผู้นำอีก 20 ประเทศสมาชิกเอเปค มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อสถานการณ์และปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ทั่วโลกกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นเสียงสะท้อนว่าประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ ควรหันมาร่วมช่วยกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจร่วมกัน

3.ได้มีโอกาสนำเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ ที่เรียกว่า BCG Model ให้ประเทศสมาชิกรับรู้และเห็นโอกาสของอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมไทยในการพัฒนาตามแนว BCG

 

4.มีโอกาสนำเสนอศักยภาพของพื้นที่ EEC ที่เน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อให้ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน  

 

5.ให้ผลไม้ไทยและสินค้า SMEs ไทย และธุรกิจ StartUp เป็นที่รู้จัก

 

6.เป็นโอกาสของภาคเอกชนไทยและประเทศสมาชิกเอเปค ได้แลกเปลี่ยนความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกัน ทำให้มีโอกาสในอนาคตที่ทำให้เกิดการค้าและลงทุนร่วมกัน  

 

ภาพจาก Nation

  • การประชุม APEC ในหลายระดับที่เกิดในขึ้นช่วงที่ผ่านมาของปีนี้ และในระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจและผู้นำภาคธุรกิจเอกชนที่จะเกิดขึ้นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อมได้อย่างไรบ้าง

 

1.การจับจ่ายใช้สอยของผู้นำและผู้ติดตามทั้งภาครัฐและเอกชน การบริโภคของไทยช่วงสุดท้ายน่าจะเพิ่มขึ้น

2.กลุ่มสินค้าของฝาก และของที่ระลึก น่าจะมียอดขายที่เพิ่มขึ้น

3.ธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยว และขนส่งมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น

 

ฟังให้ชัดอีกครั้ง APEC 2022 ไทยได้อะไรบ้าง ?

 

  • รัฐบาลและผู้นำภาคเอกชนไทยควรใช้โอกาสของทั้ง 2 เวทีนี้ ในการโปรโมทประเทศไทย ในด้านใด หรืออย่างไรบ้าง

 

1.ควรประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตร และเกษตรแปรูปที่ไทยมีคุณภาพ และมาตรฐาน

2.ภาคการผลิตไทยทั้งเกษตร อุตสาหกรรม ให้ความสำคัญกับปัญหาภาวะโลกร้อน เห็นได้จากแนวทางการพัฒนาที่เน้นไปใน BCG มากขึ้น และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

 

3.ประชาสัมพันธ์กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness Tourism

4.ประชาสัมพันธ์กลุ่มอาหาร Plant Based Food และกลุ่มอาหารแห่งอนาคต (Future Food)

 

รศ.ดร.อัทธ์  พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย

 

  • รูปธรรมและความคาดหวังจากที่ผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจมาร่วมประชุมหารือกันในไทยระหว่าง 18-19 พ.ย.กับผลที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย และกับประเทศสมาชิก เช่น การจัดตั้งเขตการค้าเสรี (FTAAP) ร่วมกัน

 

 ผู้นำทั้งหลายคงไม่ได้คาดหวังอะไรที่เป็นรูปธรรม เพราะตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เอเปคเป็นเวทีประชุมผู้นำเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ไม่มีผลผูกพันที่เป็นรูปธรรม