
เปิดโมเดล “เนเธอร์แลนด์” ต้นแบบป้องกันน้ำท่วม บริหารก่อนวิกฤต ต่ำกว่าทะเลยังเอาอยู่
เปิดโมเดล “เนเธอร์แลนด์” ป้องกันน้ำท่วม ต้นแบบการจัดการน้ำที่ประสบความสำเร็จ แม้พื้นที่จะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล โดยมีระบบป้องกันน้ำท่วมขนาดใหญ่ (Delta Works) สะท้อนแนวคิดการบริหารจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติ
KEY
POINTS
- เนเธอร์แลนด์เป็นต้นแบบการจัดการน้ำที่ประสบความสำเร็จ แม้พื้นที่จะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล โดยมีระบบป้องกันน้ำท่วมขนาดใหญ่ (Delta Works) ที่เกิดจากบทเรียนมหาอุทกภัยในปี 1953
- หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนแนวคิดจากการพยายาม "กั้นน้ำ" เพียงอย่างเดียว มาสู่การ "เปิดพื้นที่ให้น้ำ" (Room for the River) เพื่อให้น้ำมีพื้นที่ไหลและลดความเสี่ยงน้ำท่วม
- โครงการ Room for the River ใช้วิธีการต่างๆ เช่น การขยายพื้นที่รับน้ำของแม่น้ำ และการลดระดับพื้นที่ลุ่มรับน้ำ แทนการสร้างคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นเพียงอย่างเดียว
- การบริหารจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และไม่ได้มองว่าเป็นการแก้ปัญหาครั้งเดียวจบ
“กรุงเทพฯ มีโอกาสจมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลล้านเปอร์เซ็นต์ หากยังคงบริหารจัดการน้ำในรูปแบบเดิม”
นี่คือคำพูดที่ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ได้เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งผ่านการรวมรวมข้อมูลและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากที่เห็นตรงกัน
เนเธอร์แลนด์โมเดล ต่ำกว่าทะเลยังเอาอยู่
เมื่อพูดถึงปัจจัยเกี่ยวกับระดับน้ำทะเล และปัญหาน้ำท่วม ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศเนเธอร์แลนด์คือโมเดลความสำเร็จของการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม และวางระบบการป้องกันประเทศไม่ให้จมบาดาล ทั้งที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตั้งอยู่ในบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ และพื้นที่ขนาดใหญ่มีระดับต่ำกว่าทะเล แต่กลับสามารถพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานให้อยู่ร่วมกับน้ำได้ ผ่านระบบบริหารจัดการน้ำที่ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายร้อยปี
ข้อมูลจาก Rijkswaterstaat หน่วยงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการน้ำของเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า หากไม่มีระบบป้องกันน้ำท่วม พื้นที่ประมาณ 60% ของประเทศมีความเสี่ยงที่จะจมน้ำ และพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรจำนวนมากและเป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ
พื้นที่ที่อยู่ต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศบริเวณ Krimpen aan den IJssel อยู่ต่ำกว่าระดับ NAP ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับน้ำของเนเธอร์แลนด์ประมาณ 6.76 เมตร และได้รับการป้องกันด้วย Hollandsche IJsselkering หนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระบบ Delta Works
จุดเปลี่ยนจากมหาอุทกภัยปี 1953
บทเรียนสำคัญของเนเธอร์แลนด์เกิดขึ้นในปี 1953 เมื่อพายุรุนแรงและน้ำทะเลหนุนทำให้คันกั้นน้ำหลายแห่งพังเสียหาย ส่งผลให้น้ำทะเลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชายฝั่ง มีผู้เสียชีวิต 1,836 คน และพื้นที่ประมาณ 150,000 เฮกตาร์ถูกน้ำท่วม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์เร่งสร้างระบบป้องกันน้ำขนาดใหญ่ หรือ Delta Works
Delta Works เป็นแกนหลักของระบบป้องกันน้ำทะเลของประเทศ ประกอบด้วยโครงสร้างสำคัญหลายประเภท ทั้งประตูกั้นน้ำทะเล เขื่อน และระบบควบคุมทางน้ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญจากน้ำทะเลหนุนและคลื่นพายุ หนึ่งในโครงสร้างที่โดดเด่นคือเขื่อนมาเอสลันท์ (Maeslant Barrier) ใกล้เมือง Rotterdam
เป็นประตูขนาดใหญ่ 2 บาน แต่ละบานกว้าง 210 เมตร สูง 22 เมตร และสามารถปิดได้โดยอัตโนมัติเมื่อระบบคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะสูงถึงเกณฑ์ที่กำหนด โดยออกแบบให้รองรับคลื่นพายุที่มีระดับสูงถึง 5 เมตรเหนือ NAP
ไม่ใช่แค่ “กั้นน้ำ” แต่ต้อง “เปิดทางให้น้ำ”
บทเรียนที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ไม่ได้อยู่ที่การสร้างเขื่อนให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนแนวคิดจากการพยายามกักน้ำทั้งหมด มาเป็นการเปิดพื้นที่ให้น้ำมีทางไหลและพื้นที่รองรับ
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาใช้ในโครงการ Room for the River หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำในแม่น้ำสูงผิดปกติในปี 1993 และ 1995 โดยรัฐบาลพบว่าการยกระดับคันกั้นน้ำเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบในระยะยาว โครงการดังกล่าวดำเนินมาตรการในหลายพื้นที่ เช่น
- ถอยแนวคันกั้นน้ำเข้าไปด้านใน
- ขยายพื้นที่รับน้ำของแม่น้ำ
- ขุดช่องทางให้น้ำไหล
- ลดระดับพื้นที่ floodplain
- ปรับพื้นที่บางแห่งให้สามารถรองรับน้ำได้เมื่อระดับแม่น้ำสูง
Rijkswaterstaat ระบุว่าโครงการ Room for the River ดำเนินมาตรการรวม 39 โครงการใน 34 จุดตามลุ่มน้ำสายสำคัญ เช่น IJssel, Waal, Nederrijn และ Lek เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำ พร้อมกับปรับปรุงคุณภาพภูมิทัศน์และระบบนิเวศ
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โครงการนอร์ดวาร์ด (Noordwaard) เป็นพื้นที่รับน้ำแห่งใหม่ขนาด 4,450 เฮกตาร์ ที่จะเตรียมความพร้อมให้กับประเทศเนเธอร์แลนด์สำหรับระดับน้ำที่สูงขึ้นในโครงการ “พื้นที่สำหรับแม่น้ำ” (Room for The River) ด้วยสถานีสูบน้ำ 12 แห่ง โครงสร้างทางไฮดรอลิก และสะพานจำนวนมาก
เมื่อระดับน้ำสูงถึงจุดที่กำหนด น้ำจะสามารถไหลเข้าพื้นที่ดังกล่าว เพื่อลดแรงดันและระดับน้ำในบริเวณโดยรอบ ขณะเดียวกันยังพัฒนาให้เป็นพื้นที่ธรรมชาติและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
ระบบน้ำของเนเธอร์แลนด์ไม่ได้มีแค่เขื่อน
หัวใจของระบบป้องกันน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบทำงานร่วมกัน ทั้งคันกั้นน้ำ ,เขื่อน,ประตูกั้นน้ำทะเล , คลอง ,พื้นที่รับน้ำ, สถานีสูบน้ำ , ระบบพยากรณ์ และการบริหารจัดการพื้นที่
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังใช้ NATIONAL DELTA PROGRAMME เป็นกรอบระดับประเทศ เพื่อเตรียมรับมือทั้งน้ำท่วม การขาดแคลนน้ำจืด และผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น โดยมีรัฐบาลกลาง จังหวัด หน่วยงานท้องถิ่น และองค์กรด้านน้ำทำงานร่วมกัน
แนวคิดสำคัญคือการมอง “น้ำ” เป็นเรื่องของทั้งประเทศ ไม่ใช่ปัญหาของเมืองใดเมืองหนึ่งหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
บทเรียนสำคัญจากเนเธอร์แลนด์
แนวคิด “กั้นน้ำเมื่อจำเป็น แต่เปิดพื้นที่ให้น้ำเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” ทำให้เนเธอร์แลนด์สามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้ แม้ประเทศจะมีพื้นที่จำนวนมากอยู่ต่ำกว่าระดับทะเล และยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ฝนตกหนัก และปริมาณน้ำในแม่น้ำที่ผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
อย่างไรก็ตาม เนเธอร์แลนด์ไม่ได้มองว่าปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องที่แก้เสร็จครั้งเดียวแล้วสำเร็จ แต่ต้องลงทุน บำรุงรักษา ทดสอบระบบ และปรับปรุงมาตรการอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันยังเดินหน้าพัฒนาแนวทาง Room for the River 2.0 เพื่อรับมือทั้งน้ำหลาก น้ำแล้ง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และสภาพอากาศสุดขั้วในอนาคต





