thansettakij
thansettakij
ทรัมป์ ไม่พอใจ เฟดขึ้นดอกเบี้ย ครั้งแรกในรอบ 3 ปี ย้ำสิ่งที่ควรทำ คือ ลดดอกเบี้ย

ทรัมป์ ไม่พอใจ เฟดขึ้นดอกเบี้ย ครั้งแรกในรอบ 3 ปี ย้ำสิ่งที่ควรทำ คือ ลดดอกเบี้ย

17 ก.ย. 69 | 04:16 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ย. 69 | 04:24 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ไม่พอใจที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยชี้ว่า อัตราดอกเบี้ยควรลดลงมาเหลือ 1% หรือต่ำกว่านั้น เพราะสหรัฐฯ คือประเทศที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดในโลก

KEY

POINTS

  • โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี
  • ทรัมป์เรียกร้องให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ยลงมาเหลือ 1% หรือต่ำกว่านั้น โดยอ้างว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดในโลก
  • เฟดให้เหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ยว่าเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงและยาวนานเกินไป
  • ประธานเฟดยืนยันว่าการตัดสินใจของธนาคารกลางเป็นอิสระ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอิทธิพลทางการเมือง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social แสดงความไม่พอใจที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี โดยชี้ว่า อัตราดอกเบี้ยควรลดลงมาเหลือ 1% หรือต่ำกว่านั้น เพราะสหรัฐฯ คือประเทศที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดในโลก

ทรัมป์ ไม่พอใจเฟดขึ้นดอกเบี้ย ชี้ควรต้องลดดอกเบี้ยมากกว่า

“อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาควรจะอยู่ที่ 1% หรือต่ำกว่านั้น เพราะเราคือประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ (เครดิต) ดีที่สุดในโลก ดีแบบทิ้งห่าง” ข้อความของทรัมป์ระบุ “ประเทศของเรากำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการลงทุนใหม่ๆหากเราหยุดทำการค้ากับทุกประเทศที่เราขาดดุลด้วย ซึ่งก็คือเกือบทั้งหมดของประเทศที่เราทำการค้าด้วย เราจะทำกำไรได้อย่างน้อย 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี”

“คำว่า ‘ขาดดุล’ ก็เป็นแค่คำหรูๆ ที่ใช้เรียก

คำว่า ‘ขาดทุน’ เท่านั้น เรากำลัง ‘แบก’ เกือบจะทุกประเทศในโลกใบนี้เอาไว้ และเรื่องนี้จะดำเนินต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ลดอัตราดอกเบี้ยให้สหรัฐอเมริกาได้แล้ว และต้องทำโดยด่วน  ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

มติเฟด ขึ้นดอกเบี้ย เป็นผลจากอัตราเงินเฟ้อสูงเกินไป

ก่อนหน้านี้นาย เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ แถลงข่าวหลังมติคณะกรรมการ FOMC ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75% – 4.00% โดยเน้นย้ำว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นผลจาก อัตราเงินเฟ้อที่ “อยู่ในระดับสูงเกินไปและนานเกินไปแล้ว” ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อช่วงฤดูร้อนไม่ได้ส่งสัญญาณว่าแนวโน้มจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เขายอมรับถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เช่น วิกฤตราคาพลังงานจากสงครามอิหร่าน ที่ส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อ แต่ด้วยอัตราการว่างงานซึ่งทรงตัวที่ราว 4.1% เปิดโอกาสให้เฟดสามารถดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อคุมเงินเฟ้อได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานรุนแรงเกินไป

อย่างไรก็ตามนายวอร์ช ปฏิเสธ ที่จะตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับปฏิกิริยาของนายทรัมป์ ที่มีต่อการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ แต่เขายืนยันถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และการตัดสินใจของเฟดขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจและภารกิจหลักในการดูแลการจ้างงานและเงินเฟ้อ ไม่ได้ถูกชักจูงหรือได้รับอิทธิพลจากฝ่ายการเมืองหรือตลาดการเงิน