
'ออสเตรเลีย'ผวา พบไข้หวัดนก H5N1 ครั้งแรกบนแผ่นดินใหญ่
ออสเตรเลียยืนยันพบเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ครั้งแรกบนแผ่นดินใหญ่ หลังนกสกัวสีน้ำตาลติดเชื้อและตายในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เร่งจับตาการแพร่กระจายในสัตว์ป่า
KEY
POINTS
- ออสเตรเลียยืนยันการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 บนแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรก
- เชื้อไวรัสดังกล่าวถูกพบในซากนกสกัวสีน้ำตาลที่อุทยานแห่งชาติทางตอนใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
- ทางการกำลังตรวจสอบนกอีกตัวที่ป่วยในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสนกป่วยหรือตาย
ออสเตรเลียยืนยันพบเชื้อไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 บนแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรก หลังผลตรวจยืนยันว่านกสกัวสีน้ำตาลที่พบในอุทยานแห่งชาติทางตอนใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ติดเชื้อและตายจากไข้หวัดนกชนิดก่อโรครุนแรง
พบในนกป่า ตายจากเชื้อก่อโรครุนแรง
รายงานข่าวจากสำนักข่าวซินหัว ระบุว่า จูลี คอลลินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้ของออสเตรเลีย เปิดเผยวันนี้ (20 มิ.ย.) ว่า ผลการตรวจสอบยืนยันการพบเชื้อ H5N1 ในนกสกัวสีน้ำตาล หรือ Brown Skua ที่ถูกพบเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางตอนใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
การยืนยันดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ออสเตรเลียตรวจพบเชื้อไข้หวัดนก H5N1 บนแผ่นดินใหญ่ ท่ามกลางความกังวลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อชนิดนี้ ซึ่งแพร่กระจายไปหลายภูมิภาคทั่วโลกตั้งแต่ปี 2020 และคร่าชีวิตนก รวมถึงสัตว์ชนิดต่าง ๆ ไปแล้วหลายล้านตัว
กักกันนกป่วยอีกตัว เร่งประเมินการแพร่เชื้อ
นอกจากกรณีนกสกัวสีน้ำตาลที่ตายจากการติดเชื้อแล้ว ออสเตรเลียยังพบนกยักษ์เพเทรล หรือ Giant Petrel อีกตัวหนึ่ง มีอาการป่วยในพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ถูกนำเข้าสู่มาตรการกักกันโรค เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลออสเตรเลียได้จัดสรรงบประมาณ 113 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 2.6 พันล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนก H5N1 โดยคอลลินส์ระบุว่า รัฐบาลได้ถอดบทเรียนจากสถานการณ์ในหลายประเทศ จึงมีการจัดเตรียมงบประมาณและมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้าแล้ว
เตือนประชาชนเลี่ยงสัมผัสนกป่วย-นกตาย
ขณะเดียวกัน ทางการออสเตรเลียได้เรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสนกที่มีอาการป่วยหรือตาย และขอให้แจ้งเหตุผ่านสายด่วนโรคสัตว์ฉุกเฉิน หากพบสัตว์ต้องสงสัยติดเชื้อ
เจ้าหน้าที่คาดว่าจะทราบผลภายในไม่กี่วันข้างหน้าว่า เชื้อไวรัส H5N1 ดังกล่าวได้เริ่มแพร่กระจายในกลุ่มประชากรสัตว์ของออสเตรเลียแล้วหรือไม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดมาตรการควบคุมโรคในระยะต่อไป
.







