thansettakij
thansettakij
ระธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

'ทรัมป์' แพ้ซ้ำสอง 'ศาลการค้าสหรัฐฯ' สั่งเบรคภาษีนำเข้า 10% จ่อคืนเงินมหาศาล

08 พ.ค. 69 | 01:37 น.
อัปเดตล่าสุด :08 พ.ค. 69 | 01:46 น.

เขย่าการค้าโลก! 'ศาลการค้าสหรัฐฯ' ตัดสินภาษีนำเข้า 10% ของทรัมป์ "ผิดกฎหมาย" ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต เปิดทางภาคธุรกิจแห่ขอคืนเงินภาษีมหาศาล ขณะทรัมป์กร้าวไม่สน เตรียมงัดไม้ตายใหม่ มาตรา 301 สู้ต่อในเดือน ก.ค. นี้

KEY

POINTS

  • ศาลการค้าสหรัฐฯ มีมติสั่งระงับมาตรการเก็บภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกของทรัมป์ โดยชี้ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและใช้อำนาจเกินขอบเขต
  • คำตัดสินดังกล่าวเปิดทางให้ภาคธุรกิจและผู้นำเข้าสามารถยื่นฟ้องเพื่อขอคืนเงินภาษีที่จ่ายไปแล้ว ซึ่งอาจมีมูลค่ามหาศาล
  • นี่ถือเป็นความพ่ายแพ้ในประเด็นกำแพงภาษีครั้งที่สองในรอบปีของทรัมป์ หลังจากเคยแพ้คดีในศาลฎีกามาแล้วก่อนหน้านี้
  • ฝ่ายบริหารของทรัมป์ประกาศไม่ยอมรับคำตัดสินและเตรียมยื่นอุทธรณ์ พร้อมหาทางใช้กฎหมายมาตราอื่นเพื่อคงมาตรการภาษีไว้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานตรงกันหลายสำนัก โดยรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สงครามการค้าโลกครั้งสำคัญ เมื่อ "ศาลการค้าสหรัฐฯ (Court of International Trade)" ณ นครนิวยอร์ก มีคำวินิจฉัยด้วยมติ 2 ต่อ 1 เสียง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (7 พฤษภาคม 2569) ว่ามาตรการเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเรื่อง "ผิดกฎหมาย" และ "ไม่มีอำนาจรองรับตามกฎหมาย"

หมัดเด็ดศาลฯ ชี้ทรัมป์ "ลุแก่อำนาจ"

คำตัดสินดังกล่าวระบุชัดเจนว่า คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากเห็นว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่สภาคองเกรสมอบให้ภายใต้ มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974

โดยกฎหมายฉบับนี้อนุญาตให้เก็บภาษีได้ไม่เกิน 150 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะขาดดุลการชำระเงินที่รุนแรง

อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าสถานการณ์ดุลการค้าที่รัฐบาลทรัมป์นำมาอ้างนั้น "ไม่สมเหตุสมผล"และไม่เข้าข่ายวิกฤตเศรษฐกิจตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ขณะที่ผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยเห็นว่ากฎหมายควรเปิดช่องให้ประธานาธิบดีมีดุลยพินิจมากกว่านี้

แต่ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในรอบปี หลังจากที่ ศาลฎีกาสหรัฐฯ เพิ่งสั่งยกเลิกกำแพงภาษีมหาศาลที่ทรัมป์ประกาศใช้ภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เปิดช่องภาคธุรกิจ "ขอคืนเงิน"

แม้คำสั่งศาลในเบื้องต้นจะมีผลบังคับใช้โดยตรงกับโจทก์เพียง 3 ราย ได้แก่ รัฐวอชิงตัน, บริษัทเครื่องเทศ Burlap & Barrel และบริษัทของเล่น Basic Fun! แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้ามองว่านี่คือ "สารตั้งต้น" ที่จะทำให้ผู้นำเข้ารายอื่นๆ ทั่วสหรัฐฯ ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอระงับการจ่ายภาษีและขอคืนเงิน (Refund) ที่จ่ายไปก่อนหน้านี้

นายเจย์ โฟร์แมน ซีอีโอของ Basic Fun! ให้สัมภาษณ์อย่างยินดีว่า "นี่คือชัยชนะครั้งใหญ่ของบริษัทอเมริกันที่ต้องพึ่งพาเครือข่ายการผลิตระดับโลกเพื่อให้ได้สินค้าที่ปลอดภัยและราคาถูก การเก็บภาษีที่ผิดกฎหมายทำให้ธุรกิจเติบโตยาก"

ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังอย่าง นางกีตา โกปินาท อดีตรองกรรมการผู้จัดการหมายเลขหนึ่งของ IMF ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เผชิญกับวิกฤตดุลการชำระเงินตามที่รัฐบาลกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ทรัมป์ไม่ถอย! เตรียมงัดมาตรา 301 สู้กลับ

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดทันควัน โดยเรียกผู้พิพากษาว่าเป็นพวกซ้ายจัด พร้อมระบุว่า "ผมไม่แปลกใจกับคำตัดสินของศาล เราจะหาทางอื่นจัดการเรื่องนี้"

แหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลทรัมป์เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาคพื้นรัฐบาลกลาง และมีแผนจะเปลี่ยนไปใช้อำนาจตามมาตรา 301 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตอบโต้คู่ค้าที่ไม่เป็นธรรมแทน เพื่อคงมาตรการภาษีไว้แบบถาวรในเดือนกรกฎาคมนี้

โดยปัจจุบันกำลังมีการตรวจสอบคู่ค้า 16 ราย รวมถึงจีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ในประเด็นการผลิตสินค้าเกินความต้องการ และการใช้แรงงานบังคับใน 60 ประเทศทั่วโลก