thansettakij
thansettakij
ทรัมป์ เปิดทางเจรจา ‘อิหร่าน’ สัปดาห์นี้อีกรอบ หลังราคาน้ำมันโลกร่วงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์

ทรัมป์ เปิดทางเจรจา ‘อิหร่าน’ สัปดาห์นี้อีกรอบ หลังราคาน้ำมันโลกร่วงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์

15 เม.ย. 69 | 01:40 น.
อัปเดตล่าสุด :15 เม.ย. 69 | 01:54 น.

“โดนัลด์ ทรัมป์” ส่งสัญญาณพร้อมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจากับ "อิหร่าน" ภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ เตรียมกลับมาเจรจาสันติภาพกับอิหร่านอีกครั้งที่ปากีสถานในสัปดาห์นี้ หลังการเจรจารอบก่อนล้มเหลว
  • สัญญาณบวกทางการทูตส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยคลายความกังวลของตลาด
  • ประเด็นหลักที่เป็นอุปสรรคในการเจรจาคือโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างเรื่องระยะเวลาการระงับกิจกรรม

การเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านอาจเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ณ ประเทศปากีสถาน ภายในช่วงสองวันข้างหน้า ภายหลังจากความพยายามเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาล้มเหลวลง จนเป็นเหตุให้รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจประกาศมาตรการปิดล้อมท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการเคลื่อนไหวสำคัญเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ และทีมเจรจาของสหรัฐฯ เตรียมพร้อมที่จะเดินทางไปยังปากีสถานแล้ว แม้ว่าแหล่งข่าวระดับสูงจากฝั่งอิหร่านจะระบุว่ายังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอนก็ตาม

นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทรัมป์ต้องการผลักดันให้เกิด "ข้อตกลงครั้งใหญ่" (Grand Bargain) กับอิหร่าน แต่ยอมรับว่ายังมีปัญหาเรื่องความไม่ไว้วางใจระหว่างสองประเทศที่สะสมมานาน ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้เพียงชั่วข้ามคืน

อย่างไรก็ตาม สัญญาณบวกทางการทูตที่เริ่มปรากฏช่วยให้ตลาดน้ำมันผ่อนคลายความกังวล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงร่วงลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่าตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อิหร่านจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญของโลกก็ตาม โดยความขัดแย้งในครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 5,000 ราย

สำหรับประเด็นหลักที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจา ณ กรุงอิสลามาบัด คือโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยสหรัฐฯ เสนอให้อิหร่านระงับกิจกรรมนิวเคลียร์ทั้งหมดเป็นเวลา 20 ปี ในขณะที่ทางเตหะรานเสนอให้ระงับเพียง 3 ถึง 5 ปีเท่านั้น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังกดดันให้มีการเคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์เสริมสมรรถนะออกจากพื้นที่ของอิหร่านทั้งหมด ทว่าแหล่งข่าววงในระบุว่าการเจรจาลับหลังในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีความคืบหน้าในการลดช่องว่างของข้อเสนอทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงที่ชัดเจนขึ้นในการเจรจารอบใหม่

ในส่วนของมาตรการปิดล้อมทางทะเล ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) รายงานว่าในรอบ 24 ชั่วโมงแรก ไม่มีเรือลำใดสามารถผ่านการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านได้ และมีเรือพาณิชย์ 6 ลำที่ต้องเลี้ยวกลับไป โดยมีการใช้เรือรบมากกว่า 12 ลำในการปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งมุ่งเป้าเฉพาะเรือที่เดินทางเข้าหรือออกจากอิหร่านเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ข้อมูลการขนส่งทางเรือพบว่าการปิดล้อมดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซมากนัก โดยยังคงมีเรืออย่างน้อย 8 ลำที่แล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าวในวันอังคาร

ทางด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลก พร้อมเตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจเผชิญกับภาวะถดถอยหากความขัดแย้งรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันยังคงตัวเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ไปจนถึงปี 2027 ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ก็ได้ปรับลดคาดการณ์ความต้องการและอุปทานน้ำมันโลกลงเช่นกัน

ในเวทีระหว่างประเทศ พันธมิตร NATO อย่างอังกฤษและฝรั่งเศส ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในการปิดล้อมทางทะเล แต่พร้อมจะช่วยดูแลความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซหากบรรลุข้อตกลงสันติภาพแล้ว

ฝั่งประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน ออกมาวิจารณ์การปิดล้อมของสหรัฐฯ ว่า "อันตรายและขาดความรับผิดชอบ" ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น

ในขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าราคาน้ำมันจะยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อไปอีกหลายสัปดาห์แม้ช่องแคบจะเปิดใช้งานได้เต็มที่ เนื่องจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายและความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่

ทรัมป์ เปิดทางเจรจา ‘อิหร่าน’ สัปดาห์นี้อีกรอบ หลังราคาน้ำมันโลกร่วงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์

สถานการณ์ในภูมิภาคยังมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นจากการที่อิสราเอลยังคงโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลอ้างว่าการโจมตีนี้ไม่อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง แต่อิหร่านยืนยันว่าต้องรวมอยู่ด้วย

ล่าสุด นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เป็นเจ้าภาพในการหารือระหว่างผู้แทนอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งถือเป็นการเจรจาระดับสูงครั้งสำคัญในรอบหลายทศวรรษ โดยเลบานอนเรียกร้องการหยุดยิงเพื่อยุติการโจมตีที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 2,000 ราย และทำให้ประชาชน 1.2 ล้านคนต้องพลัดถิ่น

ในขณะที่อิสราเอลกดดันให้เลบานอนปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งหลังการหารือ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะดำเนินการเจรจาต่อไป โดยทูตของเลบานอนระบุว่าการพูดคุยเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่คะแนนนิยมต่อการใช้กำลังทหารของสหรัฐฯ เริ่มลดลง โดยโพลจาก Reuters/Ipsos พบว่าชาวอเมริกันที่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่านลดลงเหลือ 35%

ซึ่งก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้สั่งระงับการทิ้งระเบิดใส่พื้นทีอิหร่านไว้ชั่วคราว หลังจากที่เคยข่มขู่ว่าจะทำลาย "อารยธรรมทั้งหมด" ของอิหร่าน หากไม่มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยภาพรวมของข้อตกลงหยุดยิงในช่วงสัปดาห์แรกยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ แม้จะมีถ้อยคำตอบโต้ที่รุนแรงจากทั้งสองฝ่ายก็ตาม

 

ที่มา : Reuters