
‘กอบศักดิ์’วิเคราะห์ปิดฮอร์มุซ หนุนสหรัฐขึ้นแท่นได้ประโยชน์หลักวิกฤตน้ำมันโลก
‘กอบศักดิ์ภูตระกูล’ วิเคราะห์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ หนุนสหรัฐอเมริกาขึ้นแท่นผู้ได้ประโยชน์หลักวิกฤตน้ำมันโลก
KEY
POINTS
- นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล วิเคราะห์ว่าสหรัฐฯ คือผู้ได้รับประโยชน์หลักจากวิกฤตการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยสามารถขายน้ำมันสำรองจำนวนมากให้กับประเทศต่างๆ ที่ขาดแคลน
- สหรัฐฯ ใช้สถานการณ์นี้เป็นเครื่องมือกดดันให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ โดยอ้างว่าตนเองไม่ได้พึ่งพาน้ำมันจากเส้นทางดังกล่าว
- ประธานาธิบดีทรัมป์นำเสนอภาพลักษณ์ว่าสหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมช่วยเหลือทุกประเทศ และวิกฤตนี้ยังส่งผลดีต่อตลาดหุ้นของสหรัฐฯ
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (ศุภจี สุธรรมพันธุ์) โพสต์ข้อความถึงกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า
หนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากสงคราม น้ำมันสหรัฐ
ภาพด้านล่าง มาจาก Rory Johnston นักวิเคราะห์ด้านน้ำมัน
ภาพเรือขนส่งน้ำมันที่กำลังเข้าคิวมาที่สหรัฐ จากการที่อิหร่านปิดช่องแคบ Hormuz
President Trump เอามาภาพนี้มาเผยแพร่ในโซเชียลของตนเอง และให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่า
สหรัฐมีน้ำมันมากกว่า ซาอุดิอาระเบีย + รัสเซีย เป็นผู้ที่มีน้ำมันเยอะสุดในโลก ขณะนี้ทุกประเทศที่กำลังขาดแคลนน้ำมัน ทั้งเอเชีย และยุโรป กำลังมุ่งตรงมาที่ Gulf of America ดังจะเห็นในภาพด้านล่าง
สหรัฐพร้อมขาย น้ำมันเราเหลือเฟือ มาได้เลย นอกจากนี้ ทุกคนสามารถซื้อได้จากเวเนซุเอลาเช่นกัน สหรัฐได้ส่วนแบ่งกำไรจากการขายน้ำมันดังกล่าว
ท่านภูมิใจมากในเรื่องนี้ พูดถึงบ่อยครั้งในช่วงหลังๆ พอๆ กับการบอกว่า สหรัฐไม่ได้ใช้น้ำมันจาก Hormuz
เป็นปัญหาของคนอื่นๆ ที่สหรัฐทำอยู่ คือช่วยทุกคน ไม่น่าแปลกใจที่สหรัฐรอได้เช่นกัน เพราะได้ประโยชน์
นอกจากนี้ ราคาหุ้นสหรัฐก็ปรับตัวดีขึ้น Dow Jones กลับมาที่ 47,500-48,500
ไม่รีบร้อน มีเวลากดดันอิหร่านให้ยุติเรื่องนิวเคลียร์ ผ่านการปิดล้อมช่องแคบ Hormuz ที่ต้องใช้เวลากว่าจะส่งผลโดยหวังว่า เศรษฐกิจอิหร่านจะล้มลง สร้างแรงกดดันจากภายในอิหร่านอีกด้าน พร้อมสร้างสมดุลใหม่ระหว่างพลเรือนและทหารในอิหร่านที่ดูเหมือนจะเห็นไม่ตรงกันให้ยอมในที่สุด
มาดูกันครับว่า จะเป็นไปตามหวังหรือไม่ อิหร่านจะโต้กลับอย่างไร จะเกิด อุบัติเหตุ ที่ทำให้ต้องโจมตีอีกรอบหรือไม่ และการเผชิญหน้าจะลุกลามไปถึงตุรกี จีน ด้วยไหม
มาติดตามกันครับ
ขอบคุณภาพจาก Rory Johnston โดยเขาอธิบายว่าสีน้ำเงินคือเรือบรรทุกน้ำมันแบบ สกปรก (เช่น น้ำมันดิบ น้ำมันเตา ฯลฯ)
สีขาวคือเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันแบบ สะอาด (เช่น เบนซิน ดีเซล ฯลฯ)
และสีส้มคือเรือบรรทุกก๊าซ (เช่น LNG, LPG ฯลฯ)







