
สะพัด! OpenAI สะดุดแผน IPO 6 แสนล้าน CFO งัด CEO ตั้งคำถามความพร้อมองค์กร
วงในชี้ OpenAI เกิดความเห็นต่าง เมื่อ CFO ตั้งคำถามความพร้อมองค์กรต่อแผน IPO และการลงทุน 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บริษัทออกมาปฏิเสธความขัดแย้ง
KEY
POINTS
- มีรายงานว่า CFO ของ OpenAI ตั้งคำถามต่อแผนของ CEO ที่จะเร่งนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) และแผนการลงทุนขนาดใหญ่
- ประเด็นหลักที่ CFO กังวลคือ "ความพร้อมขององค์กร" ในการรองรับภาระทางการเงินและโครงสร้างธุรกิจมหาศาล โดยเฉพาะต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่อาจสูงถึง 6 แสนล้านดอลลาร์
- อย่างไรก็ตาม โฆษกของ OpenAI ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องความขัดแย้งภายใน โดยยืนยันว่าไม่มีความแตกแยกระหว่างผู้บริหารเกี่ยวกับแผนดังกล่าว
รายงานจาก The Information ระบุว่า ซาร่า ฟรายอาร์ (Sarah Friar) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ OpenAI ได้ตั้งคำถามภายในต่อแผนของแซม อัลต์แมน (Sam Altman) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ OpenAI ที่ต้องการเร่งนำ OpenAI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในช่วงปลายปี 2026 พร้อมเดินหน้าแผนลงทุนขนาดใหญ่ที่อาจแตะระดับ 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 19.5 ล้านล้านบาท) ในช่วงหลายปีข้างหน้า
รายงานดังกล่าวชี้ว่า ประเด็นหลักอยู่ที่ “ความพร้อมขององค์กร” ในการรองรับภาระทางการเงินและโครงสร้างธุรกิจระดับมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทกำลังเร่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับขนาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ ชิป และระบบพลังงาน ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก และอาจสร้างแรงกดดันต่อฐานะการเงินในระยะยาว
ด้าน Reuters รายงานว่า OpenAI กำลังเผชิญต้นทุนด้าน Compute ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทมีรายได้ราว 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.22 แสนล้านบาท) ในปี 2025 และมีรายจ่ายประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.6 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม CNBC รายงานว่า โฆษกของ OpenAI ออกมาปฏิเสธรายงานเรื่องความขัดแย้งภายใน โดยยืนยันว่าไม่มีความแตกแยกระหว่างผู้บริหารเกี่ยวกับแผน IPO และทิศทางบริษัท
ก่อนหน้านี้ OpenAI เพิ่งปิดรอบระดมทุน 122,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.97 ล้านล้านบาท) ดันมูลค่าบริษัทขึ้นสู่ระดับประมาณ 852,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 27.69 ล้านล้านบาท) ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม AI
OpenAI กำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการเร่งลงทุนเพื่อรักษาความเป็นผู้นำ กับการควบคุมความเสี่ยงทางการเงินในระดับที่ยั่งยืน
เรียบเรียงจาก The Information Reuters CNBC







