thansettakij
thansettakij
วุ่นแล้ว! ดีล “OpenAI-เพนตากอน” สะเทือน ChatGPT ผู้ใช้สหรัฐลบแอปพุ่ง 295%

วุ่นแล้ว! ดีล “OpenAI-เพนตากอน” สะเทือน ChatGPT ผู้ใช้สหรัฐลบแอปพุ่ง 295%

04 มี.ค. 2569 | 05:57 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มี.ค. 2569 | 06:12 น.

กระแสวิจารณ์ความร่วมมือด้าน AI ระหว่าง OpenAI และ United States Department of Defense จุดกระแสต่อต้านในสหรัฐ ผู้ใช้แห่ถอนการติดตั้งแอป ChatGPT พุ่งเกือบ 300% ขณะดาวน์โหลดลดลงและรีวิว 1 ดาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดันแอปคู่แข่งอย่าง Claude จาก Anthropic ขึ้นอันดับดาวน์โหลด

KEY

POINTS

  • ความร่วมมือระหว่าง OpenAI กับเพนตากอน (กระทรวงกลาโหมสหรัฐ) สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความไม่พอใจในหมู่ผู้ใช้งาน
  • ส่งผลให้ยอดถอนการติดตั้งแอป ChatGPT ในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น 295% พร้อมกับยอดดาวน์โหลดที่ลดลงและรีวิว 1 ดาวที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
  • ผู้ใช้แสดงความกังวลว่าเทคโนโลยี AI อาจถูกนำไปใช้ในภารกิจทางการทหารหรือการสอดแนม จนเกิดกระแสต่อต้านบนโซเชียลมีเดีย
  • OpenAI ชี้แจงว่าข้อตกลงมีข้อจำกัดการใช้งาน โดยยืนยันว่าเทคโนโลยีจะไม่ถูกนำไปใช้พัฒนาอาวุธหรือสอดแนมประชาชน

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อความร่วมมือด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่าง OpenAI และกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือ เพนตากอน  ส่งผลสะเทือนต่อฐานผู้ใช้แอป ChatGPT ในตลาดสหรัฐอย่างเห็นได้ชัด หลังมีรายงานว่าผู้ใช้จำนวนมากเริ่มถอนการติดตั้งแอปและแสดงความไม่พอใจผ่านช่องทางออนไลน์

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ตลาดแอประบุว่า ภายหลังข่าวการทำข้อตกลงด้าน AI กับเพนตากอนถูกเผยแพร่ การถอนการติดตั้งแอป ChatGPT ในสหรัฐเพิ่มขึ้นราว 295% ภายในช่วงเวลาไม่นาน ขณะเดียวกัน ยอดดาวน์โหลดลดลงประมาณ 13% และ รีวิวระดับ 1 ดาวเพิ่มขึ้นกว่า 775% สะท้อนแรงกดดันจากผู้ใช้บางส่วนที่กังวลต่อบทบาทของ AI ในภาคการทหาร

กระแสต่อต้านดังกล่าวยังทำให้แฮชแท็ก “Cancel ChatGPT” กลายเป็นประเด็นพูดถึงในโซเชียลมีเดีย โดยผู้ใช้บางส่วนแสดงความกังวลว่าเทคโนโลยี AI อาจถูกนำไปใช้ในภารกิจทางทหารหรือการสอดแนม

วุ่นแล้ว! ดีล “OpenAI-เพนตากอน” สะเทือน ChatGPT ผู้ใช้สหรัฐลบแอปพุ่ง 295%

ในช่วงเดียวกัน แอปผู้ช่วย AI คู่แข่งอย่าง Claude จาก Anthropic ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น และขึ้นสู่อันดับต้น ๆ ของชาร์ตดาวน์โหลดแอปในสหรัฐ สะท้อนการแข่งขันในตลาด AI ผู้ช่วยดิจิทัลที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น

ด้านผู้บริหาร OpenAI ออกมาชี้แจงว่าบริษัทได้ปรับรายละเอียดความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ โดยกำหนด ข้อจำกัดด้านการใช้งาน เพื่อย้ำว่าเทคโนโลยี AI จะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อการสอดแนมประชาชนหรือการพัฒนาอาวุธอัตโนมัติ

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความท้าทายที่เพิ่มขึ้นของบริษัทเทคโนโลยี AI ในยุคที่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเริ่มเกี่ยวพันกับภาคความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้และทิศทางการแข่งขันในอุตสาหกรรม AI ระดับโลก