
‘ทรัมป์-อิหร่าน’ รับข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่ ลุ้นประกาศหยุดยิง-เจรจายุติข้อขัดแย้ง
จับตาข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่ส่งถึงมือ “ทรัมป์-อิหร่าน” เปิดทางหยุดยิงทันที พร้อมเจรจา ดับไฟสงครามตะวันออกกลาง หลังยืดเยื้อนานกว่า 5 สัปดาห์
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ และอิหร่านได้รับข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่ ซึ่งเสนอให้มีการหยุดยิงทันทีและทำข้อตกลงที่ครอบคลุมให้เสร็จสิ้นภายใน 15-20 วัน
- โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านอย่างรุนแรง หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในเส้นตายที่กำหนดในวันอังคาร
- อิหร่านมีท่าทีแข็งกร้าว โดยปฏิเสธที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว และไม่ยอมรับการกำหนดเส้นตายใดๆ
- ปากีสถานกำลังพยายามไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง โดยผู้บัญชาการทหารบกได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเพื่อผลักดันให้เกิดข้อตกลง
สถานการณ์โลกทวีความร้อนแรงหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ถล่มอิหร่านอย่างหนักหากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันอังคารนี้ ขณะที่ข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่ถูกส่งถึงมือทั้งสองฝ่ายเพื่อหาทางยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่าห้าสัปดาห์ ท่ามกลางความสูญเสียของพลเรือนและผลกระทบต่อเศรษฐกิจพลังงานทั่วโลกอย่างรุนแรง
รายงานข่าวจากวอชิงตันและดูไบระบุว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้รับร่างกรอบแผนงานเพื่อยุติความเป็นปรปักษ์ระหว่างกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้อเสนอดังกล่าวเป็นแนวทางแบบสองระดับที่เริ่มต้นด้วยการประกาศหยุดยิงในทันที ก่อนจะก้าวไปสู่ข้อตกลงที่ครอบคลุมซึ่งมีกำหนดจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 15-20 วัน
ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ได้รับทราบถึงรายละเอียดของข้อเสนอเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ความพยายามทางการทูตในครั้งนี้มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าพลเอกอาซิม มุนีร ผู้บัญชาการทหารบกของปากีสถาน ได้มีการติดต่อสื่อสารตลอดทั้งคืนกับนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน เพื่อผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของอิหร่านยังคงมีความแข็งกร้าว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านได้เปิดเผยว่าอิหร่านจะไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว และยืนยันว่าอิหร่านจะไม่ยอมรับการกำหนดเส้นตายใดๆ ในขณะที่กำลังพิจารณาข้อเสนออย่างละเอียด โดยฝ่ายอิหร่านมองว่ารัฐบาลวอชิงตันยังขาดความพร้อมสำหรับการทำข้อตกลงหยุดยิงแบบถาวร
ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและเต็มไปด้วยคำสบถเพื่อข่มขู่ว่าจะดำเนินการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการขนส่งของอิหร่านเพิ่มเติม หากไม่มีการทำข้อตกลงและเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซภายในวันอังคารนี้
โดยทรัมป์ได้กำหนดเส้นตายที่ชัดเจนคือวันอังคาร เวลา 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 00.00 น. ของวันพุธตามเวลามาตรฐานสากล (GMT) ซึ่งคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่การโจมตีทางอากาศยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาคตลอดระยะเวลากว่าห้าสัปดาห์นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการถล่มอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโลกผ่านการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมัน
ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่านถือเป็นประเด็นวิกฤต เนื่องจากเส้นทางน้ำดังกล่าวเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณการจัดหาทั่วโลก ซึ่งอิหร่านได้ใช้มาตรการนี้เพื่อตอบโต้การถูกโจมตี นอกเหนือจากการโจมตีอิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานรอบอ่าวเปอร์เซีย
ในขณะที่นายอันวาร์ การ์กาช ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ออกมาเน้นย้ำว่าข้อตกลงใดๆ ที่จะเกิดขึ้นจะต้องมีการการันตีสิทธิในการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งเตือนว่าหากข้อตกลงดังกล่าวไม่สามารถควบคุมโครงการนิวเคลียร์ รวมถึงขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านได้ ก็จะเป็นการปูทางไปสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางที่อันตรายและผันผวนมากยิ่งขึ้น
สถานการณ์การสู้รบยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอิหร่านได้ปฏิบัติการโจมตีโรงงานปิโตรเคมีและเรือที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลในคูเวต บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงขีดความสามารถในการตอบโต้ของอิหร่าน แม้ว่าทรัมป์จะเคยอ้างซ้ำหลายครั้งว่าได้ทำลายศักยภาพด้านขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านไปแล้วก็ตาม
นอกจากนี้ สื่อของทางการอิหร่านยังรายงานความสูญเสียครั้งสำคัญคือการเสียชีวิตของนายมาจิด คาเดมี หัวหน้าองค์กรข่าวกรองของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ ขณะเดียวกัน การโจมตีโดยอิสราเอลและสหรัฐฯ ยังได้สังหารสมาชิกะดับสูงของระบอบการปกครองอิหร่านไปแล้วหลายราย รวมถึงผู้นำสูงสุดอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งต่อมาได้มีการแต่งตั้งนายโมจตาบา บุตรชายของเขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน
ในส่วนของความสูญเสียทางฝั่งอิสราเอล สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้กู้ศพผู้เสียชีวิตสองรายจากซากอาคารที่พักอาศัยในเมืองไฮฟา ซึ่งถูกโจมตีโดยขีปนาวุธของอิหร่านเมื่อวันอาทิตย์ ข้อมูลจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน HRANA ที่มีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่านับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วประมาณ 3,540 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กอย่างน้อย 244 ราย
ความขัดแย้งยังได้ขยายวงกว้างออกไปเมื่ออิสราเอลได้รุกรานพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนและโจมตีกรุงเบยรูต เพื่อต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธเฮซบอลลาห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการขยายตัวของสงครามที่มีความรุนแรงที่สุด โดยทางการเลบานอนระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตในประเทศพุ่งสูงถึง 1,461 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กอย่างน้อย 124 ราย
ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น แหล่งข่าวระบุว่ามีการหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการหยุดยิงเป็นเวลา 45 วัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสองระยะที่อาจนำไปสู่การยุติสงครามอย่างถาวร โดยมีการอ้างถึงแหล่งข่าวจากสหรัฐฯ อิสราเอล และระดับภูมิภาคที่ร่วมหารือในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนการดังกล่าวยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้ายเนื่องจากท่าทีที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างคำขู่ของสหรัฐฯ และเงื่อนไขของอิหร่านในการเปิดเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความผันผวนของสถานการณ์ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั่วโลก
เนื่องจากจะมีผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางความมั่นคงและเศรษฐกิจในระดับมหภาค การดำเนินการทูตที่นำโดยปากีสถานและผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศจึงเป็นความหวังสุดท้ายในการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่จะนำไปสู่ความหายนะตามที่ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศเตือนไว้
ในขณะที่นานาชาติยังคงเรียกร้องให้มีการปกป้องชีวิตพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญจากการถูกทำลายล้างที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสู้รบในสนามรบ แต่ยังรวมถึงสงครามตัวแทนและการช่วงชิงอำนาจนำในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ
ที่มา : Reuters







