thansettakij
thansettakij
ทรัมป์ ลุยส่งทหารยึดเกาะคาร์ก-คุมคลังยูเรเนียม สกัดอิหร่าน

ทรัมป์ ลุยส่งทหารยึดเกาะคาร์ก-คุมคลังยูเรเนียม สกัดอิหร่าน

19 มี.ค. 69 | 12:55 น.
อัปเดตล่าสุด :19 มี.ค. 69 | 12:56 น.

จับตาสงครามตะวันออกกลาง ‘ทรัมป์’ จ่อส่งทหารยึดเกาะคาร์ก-คุมคลังยูเรเนียม เบรกอิหร่าน หลังสหรัฐฯ เปิดฉากถล่มกว่า 7.8 พันครั้ง เผยทำเนียบขาวถกทางเลือกดึงทหารราบ ฝ่าความเสี่ยงการเมือง

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งทหารราบเข้ายึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน เพื่อควบคุมโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
  • มีการพิจารณาแผนส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปควบคุมคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
  • การดำเนินการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการส่งกำลังทหารเพิ่มเติมหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง เพื่อขยายขีดความสามารถในการปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาส่งกองกำลังทหารสหรัฐฯ เพิ่มเติมจำนวนหลายพันนายเข้าไปยังตะวันออกกลาง เพื่อขยายขีดความสามารถในการปฏิบัติการสงครามกับอิหร่านที่ดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือถึงทางเลือกในการส่งทหารราบไปยังเกาะคาร์ก(Kharg Island) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการส่งออกน้ำมันของอิหร่านถึง 90% 

อย่างไรก็ดีแม้สหรัฐฯ จะได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะไปแล้วเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเข้าควบคุมเกาะนี้เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการทำลายทิ้ง เนื่องจากมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน
 

ขณะเดียวกันนอกจากการใช้กำลังทางอากาศและเรือรบเพื่อคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันแล้ว สหรัฐฯ ยังพิจารณาความเป็นไปได้ในการส่งทหารประจำการตลอดแนวชายฝั่งของอิหร่านเพื่อรับประกันความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก

สำหรับประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดคือการส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปควบคุมสต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน แม้ว่านางทูลซี กับบาร์ด ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (DNI) ระบุว่า โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินถูกถล่มและปิดทับด้วยซีเมนต์ไปแล้ว แต่ทางทำเนียบขาวยังคงพิจารณาทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้

ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีทางอากาศไปแล้วกว่า 7,800 ครั้ง นับตั้งแต่วันเริ่มสงคราม (28 กุมภาพันธ์) และทำลายหรือสร้างความเสียหายแก่เรือรบอิหร่านไปแล้วกว่า 120 ลำ ปัจจุบันสหรัฐฯ มีทหารประจำการในพื้นที่ราว 50,000 นาย ภายใต้การดูแลของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM)
 

อย่างไรก็ดีแม้สงครามจะยังไม่เกิดการปะทะกันโดยตรงบนแผ่นดินอิหร่านในวงกว้าง แต่สหรัฐฯ มีทหารเสียชีวิตแล้ว 13 นาย และบาดเจ็บอีกประมาณ 200 นาย ซึ่งทรัมป์ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เนื่องจากเขาเคยประกาศในช่วงหาเสียงว่าจะนำสหรัฐฯ ออกจากสงครามที่ไม่มีวันจบในต่างแดน แต่ขณะนี้เขากลับไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะใช้ทหารราบ (Boots on the Ground) ในอิหร่าน

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวที่ไม่ประสงค์ออกนาม ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจส่งทหารราบ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เตรียมทุกทางเลือกไว้พร้อมสรรพ" เพื่อบรรลุเป้าหมาย 4 ประการ ประกอบด้วย 1.ทำลายขีดความสามารถขีปนาวุธของอิหร่าน 2.กวาดล้างกองทัพเรืออิหร่าน 3.ยับยั้งกลุ่มตัวแทนก่อการร้ายไม่ให้สร้างความไม่สงบในภูมิภาค และ 4.การันตีว่าอิหร่านจะไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์

นอกจากนี้สหรัฐฯ กำลังเผชิญความท้าทายด้านกำลังบำรุง หลังจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford เกิดเหตุเพลิงไหม้และต้องเดินทางไปซ่อมบำรุงที่ประเทศกรีซ ทำให้กำลังรบในพื้นที่ลดลงชั่วคราว 

ขณะที่ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social แสดงความลังเลในบางขณะว่าอาจจะปล่อยให้ประเทศที่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นผู้รับผิดชอบความปลอดภัยเอง หากสหรัฐฯ จัดการรัฐก่อการร้ายอิหร่านเสร็จสิ้นแล้ว

ที่มา สำนักข่าวรอยเตอร์ https://www.reuters.com/world/middle-east/us-weighs-military-reinforcements-iran-war-enters-possible-new-phase-2026-03-18/