
'ทรัมป์' ขู่ถล่มเกาะคาร์กฐานส่งออกน้ำมันสำคัญ 'อิหร่าน' หากปิดช่องแคบฮอร์มูซ
'ทรัมป์' สั่งกองทัพสหรัฐฯ ถล่มฐานทัพท่อส่งน้ำมันอิหร่าน หากปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ด้านตลาดพลังงานป่วนหนัก หลัง IEA ชี้อุปทานน้ำมันหยุดชะงัก ฟากเยอรมนี-ยูเครน รุมจวกสหรัฐฯ แอบปล่อยใบอนุญาตซื้อน้ำมันรัสเซียซ้ำเติมสงคราม
KEY
POINTS
- ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นท่าเรือส่งออกน้ำมันกว่า 90% ของอิหร่าน
- การโจมตีได้ทำลายเป้าหมายทางทหารจนราบคาบ แต่ยังคงเว้นโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันไว้
- ทรัมป์ขู่ว่าจะทำลายโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันทันที หากอิหร่านพยายามขัดขวางการเดินเรืออย่างเสรีในช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันผ่านโซเชียลมีเดียถึง กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการทำลายเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญและเป็นท่าเรือส่งออกน้ำมันกว่า 90% ของอิหร่าน
ทรัมป์ ระบุว่า ได้กวาดล้างเป้าหมายทางทหารจนราบคาบ แต่ยังคงเว้นโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ยื่นเงื่อนไขว่า หากอิหร่านหรือฝ่ายใดก็ตามพยายามขัดขวางการเดินเรืออย่างเสรีในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ พร้อมจะเปลี่ยนใจถล่มโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันทันที พร้อมเย้ยหยันระบอบการปกครองอิหร่านให้วางอาวุธก่อนที่จะไม่เหลือประเทศให้รักษา
เมื่อถูกถามถึงระยะเวลาของสงครามครั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธที่จะระบุวันที่สิ้นสุด โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "มันจะยาวนานเท่าที่จำเป็น" ซึ่งคำพูดนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดทุนและตลาดพลังงานโลกในทันที
รายงานจาก TankerTrackers.com ระบุว่า ก่อนการโจมตี อิหร่านยังคงส่งออกน้ำมันดิบอยู่ที่ 1.1 - 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ท่ามกลางภาวะสงครามที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์
นักวิเคราะห์จาก Rapidan Energy Group ชี้ว่าคำขู่ของทรัมป์จะทำให้ตลาดน้ำมันโลกตึงเครียดถึงขีดสุด เนื่องจากปัจจุบันถือเป็นการหยุดชะงักของอุปทานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ขณะที่กูรูด้านพลังงานจาก Bison Interests ตั้งข้อสังเกตว่า การบอมบ์เกาะคาร์กโดยไม่ทำลายโรงกลั่นน้ำมันเปรียบเสมือน "การสั่งแฮมเบอร์เกอร์ที่ไม่มีเนื้อสัตว์" ซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐฯ กำลังใช้มาตรการทางจิตวิทยาขั้นสูงสุดก่อนจะลงมือทำลายท่อน้ำมันจริงๆ
ประเด็นร้อนที่ทำเอาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสั่นคลอน คือการที่สหรัฐฯ ออกใบอนุญาตพิเศษ 30 วัน ให้หลายประเทศซื้อน้ำมันรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งได้ เพื่อสกัดกั้นราคาเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ ไม่ให้พุ่งสูงไปมากกว่านี้
ประเด็นนี้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับ นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ แห่งเยอรมนี โดยระบุว่านี่คือการส่งสัญญาณที่ผิดพลาด ขณะที่ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ตำหนิว่าความเคลื่อนไหวนี้จะทำให้รัสเซียมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ทำสงครามต่อ
สำหรับภาพรวมของสงครามในขณะนี้ได้ขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาค มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 2,000 ราย และประชาชนหลายล้านคนต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่น
ขณะที่อิสราเอลยังคงระดมถล่มเป้าหมายในเลบานอนและพื้นที่ตอนกลางของอิหร่านอย่างต่อเนื่องด้านสหรัฐฯ ได้สั่งเสริมกำลังรบรวมถึงเรือ USS Tripoli และนาวิกโยธินอีก 2,500 นาย เข้าสู่พื้นที่เพื่อเตรียมคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเร็วๆ นี้
อย่างไรกตามกลางคำขู่จากผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านที่ประกาศจะปิดตายเส้นทางเดินเรือดังกล่าวและโจมตีประเทศเพื่อนบ้านที่ให้ที่ตั้งฐานทัพแก่สหรัฐฯ
ที่มา : สำนักข่าวรอยเตอร์ https://www.reuters.com/world/middle-east/both-sides-dig-iran-war-approaches-two-week-mark-2026-03-13/










