
ทำเนียบขาวปฏิเสธการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
ทำเนียบขาวปฏิเสธการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ หลังกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ โพสต์แล้วลบข้อความที่ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อราคาน้ำมัน
KEY
POINTS
- ทำเนียบขาวออกมาปฏิเสธข่าวที่ว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- การปฏิเสธดังกล่าวมีขึ้นหลังจากรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียอ้างว่ามีการคุ้มกันเกิดขึ้นจริง ก่อนที่จะลบโพสต์ดังกล่าวในเวลาอันรวดเร็ว
- โฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่า แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีการคุ้มกัน แต่การใช้กำลังทหารยังคงเป็นทางเลือกที่ประธานาธิบดีอาจนำมาใช้หากมีความจำเป็นในอนาคต
วันที่ 11 มีนาคม 2569 สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า คาโรลีน เลวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาว ได้ออกมายืนยันการกลับคำจากการโพสต์ในโซเชียลมีเดียที่ถูกลบของ คริส ไรท์ (Chris Wright) รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ซึ่งกล่าวถึงการคุ้มกันเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
โดยรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย ก่อนที่จะลบข้อความดังกล่าว ซึ่งกล่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ให้การคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการค้าพลังงานทั่วโลก หลังจากนั้นทำเนียบขาวได้ออกมาตอบโต้โพสต์นี้ในที่ประชุมสื่อ โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันอังคารที่ผ่านมา เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียประมาณเวลา 13:02 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (17:00 GMT) และลบโพสต์นั้นภายในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
ไม่นานหลังจากนั้น โฆษกทำเนียบขาวได้ปฏิเสธว่าการคุ้มกันโดยทหารเกิดขึ้นจริง โดยกล่าวว่า
ขอยืนยันว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันหรือเรือใด ๆ ในขณะนี้ แม้ว่านั่นจะเป็นทางเลือกที่ประธานาธิบดีได้กล่าวว่า จะใช้งานหากจำเป็นในเวลาที่เหมาะสม
ในรายงานของอัลจาซีรา รายงานอีกว่า มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำมันโลกเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางเดินทะเลแคบ ๆ ระหว่างอิหร่าน โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แต่ตั้งแต่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มทำสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็หยุดชะงักลง ท่ามกลางความกลัวที่ว่าการโจมตีจากอิหร่านจะเกิดขึ้น
ซึ่งเดิมทีรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหรัฐ ได้รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วยความช่วยเหลือจากกองทัพสหรัฐฯ และเขายกย่องการบริหารงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สำหรับการแทรกแซงที่ถูกกล่าวหา
ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังรักษาเสถียรภาพของพลังงานโลกระหว่างปฏิบัติการทหารต่อต้านอิหร่านกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันยังคงไหลเข้าสู่ตลาดโลก
แต่โพสต์นี้ถูกลบอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการอธิบาย โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่ามีการลบโพสต์นั้นอย่างรวดเร็วและเธอยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับรัฐมนตรีพลังงานเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง
ขณะที่รัฐบาลอิหร่านได้เสนอว่าโพสต์ที่ถูกลบนั้นเป็นความพยายามในการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นตลาดน้ำมันทั่วโลก แอบบอส แอรอกชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวในโซเชียลมีเดียว่า
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กำลังโพสต์ข่าวปลอมเพื่อจัดการตลาด พวกเขาจะไม่สามารถปกป้องตัวเองจากสึนามิเงินเฟ้อที่ได้สร้างขึ้นกับชาวอเมริกัน ตลาดกำลังเผชิญกับการขาดแคลนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ใหญ่กว่าการคว่ำบาตรน้ำมันอาหรับ การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน และการรุกรานคูเวต รวมกัน
รายงานระบุว่า การเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยอิสระเป็นจุดที่รัฐบาลของทรัมป์กังวล ซึ่งได้ให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือการดำเนินการขนส่งทางทะเลทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบ โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทรัมป์ได้เตือนอิหร่านว่าอย่าปล่อยทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ไม่นานหลังจากนั้น เขาได้โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า
ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ทำการโจมตี เรือและ/หรือเรือที่ปล่อยทุ่นระเบิดที่ไม่ทำงาน 10 ลำและ/หรือเรือและจะยังมีอีกต่อไป
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 4 วันหลังจากสงครามเริ่มต้น ทรัมป์ได้โพสต์ในแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะให้ประกันความเสี่ยงทางการเมืองและการรับประกันสำหรับเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซใน “ราคาที่สมเหตุสมผลมาก
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า การสนับสนุนทางทหารอาจพร้อมใช้งานด้วยเช่นกัน หากจำเป็น กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วที่สุด
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สหรัฐฯ จะรับประกันการไหลของพลังงานที่เสรีไปยังโลก
แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการบริหารงานของเขาจะมีประสิทธิภาพในการปกป้องเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบนี้ได้มากแค่ไหน เนื่องจากช่องแคบดังกล่าวอยู่ใกล้อิหร่านและอิหร่านได้สัญญาว่าจะปิดช่องแคบ
ขณะที่ พลเอกแดน เคน (Dan Caine) หัวหน้าคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ ก็ได้ส่งสัญญาณในวันเดียวกันว่า กองทัพยังไม่ได้เริ่มการดำเนินการใด ๆ เพื่อปกป้องเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบ ซึ่งดูเหมือนจะขัดแย้งกับโพสต์ที่ถูกลบของรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหรัฐ
หากได้รับมอบหมายให้คุ้มกัน เราจะพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อสร้างเงื่อนไขทางทหารเพื่อให้สามารถทำได้
อย่างไรก็ตาม การไม่สามารถขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความไม่พอใจในระดับสาธารณะทั่วโลก
เมื่อวันอังคาร (10 มีนาคม 2569) American Automobile Association หรือ AAA พบว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยในสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นเป็น 3.54 ดอลลาร์ต่อแกลลอน (94 เซนต์ต่อลิตร) เพิ่มขึ้นเกือบ 43 เซนต์จากสัปดาห์ก่อน
ขณะเดียวกันสงครามกับอิหร่านถูกมองว่าไม่เป็นที่นิยมในสหรัฐฯ โดยมีการสำรวจความคิดเห็นที่แสดงให้เห็นว่าสงครามครั้งนี้มีอัตราการสนับสนุนต่ำที่สุดในบรรดาสงครามต่างประเทศที่สหรัฐฯ ได้เข้าร่วมในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
มหาวิทยาลัย Quinnipiac ได้เปิดเผยการสำรวจเมื่อวันจันทร์ (9 มีนาคม 2569) ที่พบว่า 53 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในสหรัฐฯ คัดค้านการใช้กำลังทหารกับอิหร่าน การสำรวจจาก Reuters-Ipsos เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพบเปอร์เซ็นต์ของการไม่เห็นด้วยสูงขึ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์

