
ซาอุฯ ซัดอิหร่านละเมิดกฎหมายโลก ปมถล่มโรงกลั่นน้ำมัน-สนามบิน
ซาอุฯ ประณามอิหร่านพุ่งเป้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน-พื้นที่พลเรือน หวังเขย่าเสถียรภาพภูมิภาค โต้ข่าวลือเปิดสนามบินให้เครื่องบินรบใช้ ยันเพียงลาดตระเวนป้องกันน่านฟ้า GCC ลั่นอิหร่านเสี่ยงเป็นผู้สูญเสียรายใหญ่ที่สุด หากเดินหน้าต่อ
KEY
POINTS
- ซาอุดีอาระเบียกล่าวหาว่าการที่อิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและสนามบินเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง โดยมีเจตนาเพื่อสั่นคลอนความมั่นคง
- ซาอุฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของอิหร่านที่ว่าอนุญาตให้เครื่องบินรบใช้สนามบิน โดยชี้แจงว่าเป็นเพียงเครื่องบินลาดตระเวนเพื่อป้องกันภัยคุกคาม
- ซาอุฯ เตือนว่าการกระทำของอิหร่านเป็นการยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์และจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า การพุ่งเป้าโจมตีไปยังสถานที่พลเรือน รวมถึงสนามบินและโรงกลั่นน้ำมัน ไม่ได้แสดงถึงสิ่งอื่นใดเลย นอกเหนือจากความเจตนาที่จะสั่นคลอนความมั่นคงและเสถียรภาพ และถือเป็นการละเมิดกฎบัตรระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง
นอกจากนี้ทางการซาอุดีอาระเบียยังปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลอิหร่านที่อ้างว่าซาอุดีอาระเบียอนุญาตให้เครื่องบินขับไล่และเครื่องบินเติมน้ำมันใช้สนามบินของซาอุฯ ในการทำสงคราม
กระทรวงฯ ชี้แจงอีกว่า เครื่องบินที่ถูกกล่าวถึงนั้นเป็นเครื่องบินลาดตระเวนเพื่อปกป้องน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบียและกลุ่มคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) จากขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านเท่านั้น
ขณะเดียวกันยังได้กล่าวเตือนว่าการโจมตีที่ยังคงดำเนินต่อไปของอิหร่านที่บ่งชี้ถึงการยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์และจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต
อย่างไรก็ดีกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียย้ำว่า การกระทำของอิหร่านในขณะนี้ ไม่ได้สะท้อนถึงความมีสติปัญญา หรือความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการขยายวงของความขัดแย้งเลย ซึ่งหากความขัดแย้งขยายตัวออกไป อิหร่านเองที่จะเป็นผู้สูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

