thansettakij
thansettakij
อินโดนีเซีย–สหรัฐ ปิดดีลการค้า คงภาษี 19% แลกเปิดทางลงทุนแร่สำคัญ

อินโดนีเซีย–สหรัฐ ปิดดีลการค้า คงภาษี 19% แลกเปิดทางลงทุนแร่สำคัญ

20 ก.พ. 2569 | 07:51 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.พ. 2569 | 07:59 น.

อินโดนีเซีย–สหรัฐ ลงนามดีลการค้าแบบตอบโต้ คงภาษี 19% เตรียมยกเลิกอุปสรรคภาษี-ไม่ใช่ภาษีต่อสินค้าสหรัฐ เปิดทางลงทุนแร่สำคัญ มีผลใน 90 วัน

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ตกลงคงอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียไว้ที่ 19% ตามข้อตกลงเดิม แทนที่จะปรับขึ้นเป็น 32% ตามที่เคยเสนอ
  • เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน อินโดนีเซียจะเปิดทางและอำนวยความสะดวกให้บริษัทสหรัฐฯ เข้าลงทุนในภาคอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญและพลังงาน
  • ภายใต้ข้อตกลงนี้ สินค้าส่งออกหลักของอินโดนีเซียหลายรายการ เช่น กาแฟ ยางธรรมชาติ และสิ่งทอ จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีในอัตรา 0%

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.05 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกาได้ลงนามข้อตกลงการค้าแบบตอบโต้ (reciprocal trade) โดยสหรัฐยังคงอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียไว้ที่ 19% ตามกรอบที่เคยตกลงกันก่อนหน้านี้ จากเดิมที่เคยเสนอจะปรับขึ้นสูงถึง 32% กระทรวงเศรษฐกิจอินโดนีเซียเปิดเผยเมื่อวันศุกร์

การลงนามมีขึ้นระหว่างรัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย และผู้แทนการค้าสหรัฐ ภายหลังการเจรจาที่ดำเนินมายาวนานหลายเดือน โดยแอร์ลังกาแถลงผ่านระบบออนไลน์จากกรุงวอชิงตันว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นผลลัพธ์แบบ “วิน-วิน” และเคารพอธิปไตยของทั้งสองประเทศ

รัฐบาลจาการ์ตาระบุว่า สินค้าส่งออกหลักของอินโดนีเซีย ได้แก่ กาแฟ ช็อกโกแลต ยางธรรมชาติ และเครื่องเทศ จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอีกเกือบ 1,700 รายการที่อยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อรับสิทธิยกเว้นภาษีเช่นกัน รวมถึงน้ำมันปาล์มซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ

ในส่วนของอุตสาหกรรมสิ่งทอ อินโดนีเซียจะได้รับสิทธิอัตราภาษี 0% ภายใต้กลไกโควตาภาษี (Tariff-Rate Quota: TRQ) โดยรายละเอียดเชิงเทคนิคจะมีการหารือเพิ่มเติมหลังจากการลงนาม ขณะเดียวกัน สหรัฐได้ถอนข้อเรียกร้องบางประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจออกจากการเจรจา อาทิ ประเด็นการพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และสถานการณ์ในทะเลจีนใต้

สำหรับประเด็นการค้าทรานชิปเมนต์จากจีน ข้อตกลงฉบับนี้ยังไม่ครอบคลุม เนื่องจากฝ่ายอินโดนีเซียยืนยันว่าไม่มีธุรกิจลักษณะดังกล่าวดำเนินการอยู่ในประเทศ

เอกสารข้อมูลจากทำเนียบขาวระบุว่า อินโดนีเซียจะทยอยยกเลิกอุปสรรคด้านภาษีต่อสินค้าสหรัฐในเกือบทุกภาคส่วน พร้อมปรับปรุงมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers) อาทิ ข้อกำหนดสัดส่วนวัตถุดิบภายในประเทศ (local content requirement) และการยอมรับมาตรฐานสินค้าของสหรัฐในหลายสาขา เช่น มาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ การควบคุมการปล่อยมลพิษ อุปกรณ์การแพทย์ และเวชภัณฑ์

นอกจากนี้ อินโดนีเซียจะเปิดทางและอำนวยความสะดวกให้บริษัทสหรัฐเข้าลงทุนในแร่ธาตุสำคัญและทรัพยากรพลังงาน โดยให้สิทธิภายใต้เงื่อนไขเดียวกับนักลงทุนภายในประเทศ ตามการเปิดเผยของ Office of the United States Trade Representative

ข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน หลังจากทั้งสองฝ่ายดำเนินกระบวนการทางกฎหมายภายในประเทศเสร็จสิ้น ทั้งนี้ ยังเปิดช่องให้สามารถปรับแก้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ หากได้รับความเห็นชอบร่วมกัน

ด้าน ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้เดินทางเยือนกรุงวอชิงตันเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม และเข้าร่วมการประชุมผู้นำครั้งแรกของ Board of Peace ภายใต้การนำของ Donald Trump โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามในเอกสารหัวข้อ “Implementation of the Agreement Toward a NEW GOLDEN AGE for the U.S.-Indonesian Alliance” ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่า จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการเติบโต และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองในระดับโลก

ก่อนหน้านี้ภายในสัปดาห์เดียวกัน บริษัทจากอินโดนีเซียและสหรัฐได้ลงนามข้อตกลงทางธุรกิจรวมมูลค่า 38,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว