

KEY
POINTS
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมงานที่ศูนย์เคนเนดี (Kennedy Center) เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า เขาได้ตัดสินใจเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด (Fed) เรียบร้อยแล้ว
โดยระบุเพียงว่าเป็นบุคคลที่ได้รับความนับถืออย่างสูงและเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงการเงิน ซึ่งมีกำหนดจะประกาศชื่ออย่างเป็นทางการในเช้าวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569
เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งหลังจากที่เขามีโอกาสเข้าพบกับประธานาธิบดีทรัมป์ ณ ทำเนียบขาว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ขณะที่ตัวเก็งอีกรายอย่าง เควิน แฮสเซตต์ (Kevin Hassett) ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (NEC) เริ่มถูกลดความคาดหวังลง หลังจากทรัมป์ส่งสัญญาณว่าต้องการให้แฮสเซตต์ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปมากกว่า
สำหรับการสรรหาประธานเฟดคนใหม่ในครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าทำหน้าที่แทน เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานเฟดคนปัจจุบันที่จะหมดวาระลงในเดือนพฤษภาคม 2569
โดยทรัมป์คาดหวังว่าผู้นำเฟดคนใหม่จะมีแนวทางนโยบายที่สอดรับกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามเป้าหมายของฝ่ายบริหาร
อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินเริ่มมีการขยับตัวตอบรับกระแสข่าวดังกล่าว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่า เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) อาจมีท่าทีที่ระมัดระวังในการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากกว่าผู้สมัครรายอื่นในระยะยาว แม้ว่าในระยะสั้นจะให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ตาม
ทั้งนี้ การตัดสินใจดังกล่าวยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุดจนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งหาก เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ได้รับการเสนอชื่อจริง จะต้องผ่านกระบวนการรับรองจากวุฒิสภาต่อไป โดยเขาจะได้รับวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดเป็นเวลา 14 ปี ซึ่งจะเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2569 นี้
ที่มา Bloomberg