KEY
POINTS
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางในเมืองซีแอตเทิล ตัดสินว่าการที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งระงับงบประมาณสนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นการกระทำที่ "ผิดกฎหมาย"
หลังจากพรรคเดโมแครต รวม 20 รัฐ และเขตโคลัมเบีย (District of Columbia) ได้ยื่นฟ้องหลังจากกระทรวงคมนาคม (DOT) ที่สั่งระงับโครงการ National Electric Vehicle Infrastructure (NEVI) หรือโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 160,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานปี 2021 ที่ลงนามโดยโจ ไบเดน
ผู้พิพากษาระบุว่า กระทรวงคมนาคมและสำนักงานทางหลวงแห่งรัฐ (FHWA) สั่งยุติโครงการนี้โดยไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายปกครอง และกฎหมายปี 2021 ไม่ได้อนุญาตให้มีการระงับงบประมาณแม้เพียงชั่วคราว ซึ่งจากคำสั่งศาลนี้ ทำให้รัฐต่างๆ สามารถเดินหน้าสร้างสถานีชาร์จต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังดูย้อนแย้งจากไม่สนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐาน และเตรียมนำงบประมาณ 160,000 ล้านบาท ไปใช้ในโครงการอื่น ทว่าล่าสุด เขาได้แสดงทัศนะว่า ยินดีหากผู้ผลิตรถยนต์จีนจะมาตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐฯ เพื่อสร้างงานให้คนอเมริกัน โดยกล่าวว่า "ให้จีนเข้ามาเถอะ" หากเป็นการเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังระงับแผนจำกัดโดรนและรถบรรทุกจากจีน ที่ก่อนหน้านี้มีความกังวลเรื่องความมั่นคง ซึ่งจากการเปลี่ยนแผนเป็นเปิดประตูต้อนรับรถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีจากจีน ครั้งนี้ ส่งผลให้ ลิซ แคนนอน ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและบริการ (ICTS) ได้ลาออกจากตำแหน่ง
โดยที่ผ่านมา ลิซ แคนนอน มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบภัยคุกคามจากต่างประเทศ และเคยมีส่วนในการกีดกันรถยนต์จากจีนเกือบทั้งหมดออกจากตลาดสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง