ศาลสหรัฐ ฟัน โดนัลด์ ทรัมป์ มีความผิด ที่สั่งยกเลิกโครงการสถานีชาร์จ EV แห่งชาติ

24 ม.ค. 2569 | 05:07 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ม.ค. 2569 | 05:17 น.

ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลาง เมืองซีแอตเทิล ตัดสินว่าการที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งระงับงบประมาณสนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นการกระทำที่ "ผิดกฎหมาย"

KEY

POINTS

  • ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตัดสินว่ารัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ กระทำการ "ผิดกฎหมาย" ที่สั่งระงับงบประมาณโครงการโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (NEVI)
  • การฟ้องร้องริเริ่มโดยพรรคเดโมแครต 20 รัฐ และเขตโคลัมเบีย หลังจากกระทรวงคมนาคมระงับโครงการมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานปี 2021
  • คำสั่งศาลดังกล่าวส่งผลให้รัฐต่างๆ สามารถเดินหน้าโครงการก่อสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต่อไปได้ตามแผนเดิม

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางในเมืองซีแอตเทิล ตัดสินว่าการที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งระงับงบประมาณสนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นการกระทำที่ "ผิดกฎหมาย"

หลังจากพรรคเดโมแครต รวม 20 รัฐ และเขตโคลัมเบีย (District of Columbia) ได้ยื่นฟ้องหลังจากกระทรวงคมนาคม (DOT) ที่สั่งระงับโครงการ National Electric Vehicle Infrastructure (NEVI) หรือโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 160,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานปี 2021 ที่ลงนามโดยโจ ไบเดน

ผู้พิพากษาระบุว่า กระทรวงคมนาคมและสำนักงานทางหลวงแห่งรัฐ (FHWA) สั่งยุติโครงการนี้โดยไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายปกครอง และกฎหมายปี 2021 ไม่ได้อนุญาตให้มีการระงับงบประมาณแม้เพียงชั่วคราว ซึ่งจากคำสั่งศาลนี้ ทำให้รัฐต่างๆ สามารถเดินหน้าสร้างสถานีชาร์จต่อไปได้

ศาลสหรัฐ ฟัน โดนัลด์ ทรัมป์ มีความผิด ที่สั่งยกเลิกโครงการสถานีชาร์จ EV แห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังดูย้อนแย้งจากไม่สนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐาน และเตรียมนำงบประมาณ 160,000 ล้านบาท ไปใช้ในโครงการอื่น ทว่าล่าสุด เขาได้แสดงทัศนะว่า ยินดีหากผู้ผลิตรถยนต์จีนจะมาตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐฯ เพื่อสร้างงานให้คนอเมริกัน โดยกล่าวว่า "ให้จีนเข้ามาเถอะ" หากเป็นการเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังระงับแผนจำกัดโดรนและรถบรรทุกจากจีน ที่ก่อนหน้านี้มีความกังวลเรื่องความมั่นคง ซึ่งจากการเปลี่ยนแผนเป็นเปิดประตูต้อนรับรถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีจากจีน ครั้งนี้ ส่งผลให้ ลิซ แคนนอน ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและบริการ (ICTS) ได้ลาออกจากตำแหน่ง

โดยที่ผ่านมา ลิซ แคนนอน มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบภัยคุกคามจากต่างประเทศ และเคยมีส่วนในการกีดกันรถยนต์จากจีนเกือบทั้งหมดออกจากตลาดสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง