KEY
POINTS
วันที่ 9 มกราคม 2569 สหรัฐอเมริกายังคงวางตัวเองในฐานะมหาอำนาจโลก ด้วยทรัพยากรและศักยภาพระดับแนวหน้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของนโยบายยุทธศาสตร์ชาติและความมั่นคงระยะยาว ตามเอกสาร National Security Strategy ฉบับพฤศจิกายน 2568 ระบุว่า เป้าหมายสูงสุดของยุทธศาสตร์ฉบับนี้คือการเชื่อมโยงสินทรัพย์และทรัพยากรระดับโลกทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อเสริมสร้างอำนาจและความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ให้ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา โดยสหรัฐมีทรัพยากรใดในการบรรลุสิ่งที่ต้องการ ดังนี้
สหรัฐมีระบบการเมืองที่สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางได้ตามสถานการณ์โลกและความท้าทายภายในประเทศ ทำให้ประเทศสามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงใหม่ ๆ ได้รวดเร็วและยืดหยุ่น เศรษฐกิจของสหรัฐใหญ่ที่สุดและมีนวัตกรรมสูงที่สุดในโลก ซึ่งช่วยสร้างความมั่งคั่งเพื่อใช้ลงทุนในผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ ภาคเทคโนโลยีของประเทศยังถือเป็นฐานรากสำคัญที่สนับสนุนความได้เปรียบของกองทัพและเสริมอิทธิพลของสหรัฐบนเวทีโลก
พร้อมสถานะของเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศมีเครื่องมือสำคัญในการสร้างอำนาจต่อรองและสนับสนุนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ กองทัพสหรัฐถือว่ามีศักยภาพมากที่สุดในโลก ขณะที่เครือข่ายพันธมิตรทั้งตามสนธิสัญญาและหุ้นส่วนในภูมิภาคยุทธศาสตร์สำคัญ ช่วยเสริมขีดความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามและรักษาดุลอำนาจในภูมิภาค
ภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบและทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทำให้สหรัฐสามารถป้องกันตัวเองจากการรุกรานโดยตรงจากมหาอำนาจอื่น อีกทั้งประชากรมีความรักชาติและเจตจำนงที่เข้มแข็ง ทำให้ประเทศมีฐานสนับสนุนด้านสังคมและวัฒนธรรมที่มั่นคง
ภายใต้นโยบายภายในประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ สหรัฐฯ กำลังฟื้นฟูวัฒนธรรมแห่งความสามารถ ขจัดแนวปฏิบัติแบบ DEI และรูปแบบที่เลือกปฏิบัติซึ่งบั่นทอนการแข่งขันและศักยภาพของประเทศ ขณะเดียวกันยังปลดปล่อยศักยภาพการผลิตพลังงานมหาศาลให้เป็นลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต นวัตกรรม และสนับสนุนชนชั้นกลาง การฟื้นฟูอุตสาหกรรมภายในประเทศช่วยให้สหรัฐฯ ควบคุมห่วงโซ่อุปทานและกำลังการผลิตของตนเอง
พร้อมคืนเสรีภาพทางเศรษฐกิจให้ประชาชนผ่านการลดภาษีและกฎระเบียบครั้งประวัติศาสตร์ ทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของการทำธุรกิจและการลงทุน นอกจากนี้ การลงทุนในเทคโนโลยีเกิดใหม่และวิทยาศาสตร์พื้นฐานยังช่วยรับประกันความมั่งคั่ง ความได้เปรียบในการแข่งขัน และความเป็นผู้นำทางทหารของประเทศในอนาคต