KEY
POINTS
นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้มุมมองเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลา ผ่านเฟซบุ๊ค Vorapak Tanyawong โดยระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เปิดปฏิบัติการจับกุม นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมประกาศว่า สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมการบริหารประเทศเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว โดยอ้างเหตุผลด้านการโกงการเลือกตั้ง การค้ายาเสพติด และภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ
ผมขออนุญาตแชร์มุมมองที่เราอาจจะไม่ได้เห็นในข่าวในสื่อต่างๆถึง เหตุผลเชิงเศรษฐกิจ พลังงาน การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์ ว่าทำไมสหรัฐฯ จึงตัดสินใจทำและมุ่งเป้าไปในทิศทางนี้
นายวรภัค ให้มุมมองว่า เหตุการณ์นี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า “ประชาธิปไตย” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาผ่านเลนส์ เศรษฐกิจพลังงาน ระบบการเงินโลก และภูมิรัฐศาสตร์มหาอำนาจ
เวเนซุเอลาถือครองปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก แต่ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทรัพยากรถูกจำกัดด้วยมาตรการคว่ำบาตร การบริหารที่ล้มเหลว และระบบการเมืองแบบปิด สำหรับสหรัฐฯ เวเนซุเอลาจึงไม่ใช่เพียงประเทศที่มีปัญหา แต่เป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ใกล้บ้าน การเปิดเวเนซุเอลาอีกครั้งจะสร้างโอกาสให้สหรัฐฯ ได้แหล่งซัพพลายใหม่ที่ไม่พึ่งพาตะวันออกกลาง ลดต้นทุนขนส่ง และเปิดโอกาสให้บริษัทพลังงานอเมริกันกลับไปควบคุม upstream และ midstream
ราคาน้ำมันมีผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายในสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านเงินเฟ้อ
ภายใต้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ราคาน้ำมันไม่ใช่แค่ตัวเลขในตลาดโลก แต่คือคะแนนนิยมของรัฐบาลน้ำมันราคาถูก ค่าใช้จ่ายครัวเรือนลด CPI ลด แรงกดดันต่อธนาคารกลางลด ทั้งหมดนี้เชื่อมตรงไปยังการเมืองภายใน ในมุมนี้ เวเนซุเอลาไม่ใช่เรื่องต่างประเทศ แต่คือ เครื่องมือกดเงินเฟ้อโดยไม่ต้องพึ่งนโยบายดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว
เวเนซุเอลายังเป็นพื้นที่ทดสอบ การค้าออกนอกระบบดอลลาร์ เช่น ขายน้ำมันให้จีนและรัสเซีย รับชำระเงินด้วยสกุลทางเลือก หรือใช้ barter และ crypto ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าเป็น ภัยเชิงโครงสร้างต่อสถานะดอลลาร์ การดึงเวเนซุเอลากลับเข้าสู่ระบบการค้าแบบเดิม จึงเท่ากับเป็นการปิดหนึ่งในแนวหน้า de-dollarisation
เวเนซุเอลาในยุคมาดูโรถือเป็นจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ของจีนและรัสเซียในซีกโลกตะวันตก โดยจีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ ขณะที่รัสเซียมีบทบาทด้านความมั่นคงและพลังงาน การเข้าควบคุมเวเนซุเอลาอีกครั้งส่งสัญญาณว่าซีกโลกตะวันตกยังคงเป็นพื้นที่ที่มหาอำนาจอื่นไม่สามารถเข้าปักธงได้โดยไม่มีต้นทุน นับเป็น Monroe Doctrine เวอร์ชันศตวรรษที่ 21
ต่างจากปฏิบัติการในอิรักหรืออัฟกานิสถาน การดำเนินการในเวเนซุเอลามีลักษณะใกล้บ้าน ใช้เวลาสั้น มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจับต้องได้ และสามารถสื่อสารต่อสาธารณะได้ง่ายผ่านประเด็นยาเสพติด น้ำมัน และความมั่นคง
เหตุการณ์ในเวเนซุเอลาสะท้อนให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของนโยบายต่างประเทศ ที่กฎหมายและการทหารถูกใช้เพื่อ ลดสถานะอธิปไตยของประเทศอื่นอย่างเฉพาะกิจ และเศรษฐกิจ–การเงินกลายเป็นเป้าหมายหลัก นี่ไม่ใช่สงครามเพื่อประชาธิปไตย แต่คือ การจัดระเบียบอำนาจทางเศรษฐกิจโลกใหม่ ผ่านพลังงาน ดอลลาร์ และภูมิรัฐศาสตร์
นี่ไม่ใช่สงครามเพื่อประชาธิปไตยแต่คือ การจัดระเบียบอำนาจทางเศรษฐกิจโลกใหม่ ผ่านพลังงาน ดอลลาร์ และภูมิรัฐศาสตร์
สำหรับประเทศขนาดกลางทั่วโลก เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า ในโลกปัจจุบัน ทรัพยากร ระบบการเงิน และตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ มีผลต่อชะตาทางการเมืองมากกว่าอุดมการณ์เพียงอย่างเดียว
ในโลกใบใหม่ ทรัพยากร ระบบการเงิน ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์คือปัจจัยที่กำหนดชะตาทางการเมืองมากกว่าอุดมการณ์ใด ๆ