thansettakij
thansettakij
กลาโหมสหรัฐเยือนกัมพูชา ถกรื้อฟื้นการซ้อมรบร่วม หวังคานอิทธิพลจีน

กลาโหมสหรัฐเยือนกัมพูชา ถกรื้อฟื้นการซ้อมรบร่วม หวังคานอิทธิพลจีน

05 มิ.ย. 67 | 01:36 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มิ.ย. 67 | 02:35 น.

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐบินเยือนกรุงพนมเปญ พบ “ฮุน เซน-ฮุน มาแนต” หารือการรื้อฟื้นความร่วมมือด้านความมั่นคงด้วยการซ้อมรบร่วมกัน

นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอเมริกา เดินทางเยือนกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และพบปะหารือกับ สมเด็จฯ ฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาเมื่อวันอังคาร (4 มิ.ย.) เพื่อหารือเรื่องการฟื้นแผนการซ้อมรบร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ ท่ามกลางความกังวลของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ จีน กับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน

ทั้งนี้ นายออสติน ได้โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ X ว่า ทั้งสองฝ่ายมีการหารือที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับหนทางในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านกลาโหมระหว่างสหรัฐอเมริกาและกัมพูชา “ผมตั้งตารอคอยที่จะมีการหารือเพิ่มเติมกันอีก”

นอกจากสมเด็จฯฮุน เซนแล้ว ในโอกาสเดียวกันนี้ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐและคณะยังได้พบปะหารือนอกรอบกับนายฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายเตีย ไซฮา (Tea Seiha) รัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชาด้วย

ด้านพลตรีแพทริก ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือ เพนตากอน เปิดเผยว่า การหารือระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐและผู้นำกัมพูชา ครอบคลุมถึงการฟื้นแผนการฝึกทหารในด้านความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ การฝึกเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติ และการลดพื้นที่อันตรายจากทุ่นระเบิด รวมทั้งการเก็บกู้ระเบิด

นายลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ พบกับสมเด็จฯ ฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ(4 มิ.ย.2567)

การหารือเต็มคณะ (ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia)

สื่อต่างประเทศรายงานว่า มีทิศทางในเชิงบวกว่า กัมพูชาในยุคการบริหารของนายฮุน มาแนต ซึ่งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเมื่อปี 2566 ต่อจากสมเด็จฯ ฮุน เซน ผู้เป็นบิดา จะมีแนวทางที่สอดคล้องและเป็นมิตรกับรัฐบาลสหรัฐมากกว่ายุคสมัยการบริหารประเทศของฮุน เซน ที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับจีนอย่างใกล้ชิดมากกว่าสหรัฐ ทั้งนี้ นายฮุน มาแนต ยังเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์ของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ถือเป็นชาวกัมพูชาคนแรกและเป็นชาวต่างชาติคนหนึ่งในจำนวนไม่ถึงสิบคนที่ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนการทหารชั้นนำในสหรัฐ

นายฮุน มาแนต นายกฯกัมพูชา (ขวาสุด) สมัยเป็นนักเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา จีนและกัมพูชาเพิ่งร่วมซ้อมรบประจำปีภายใต้ชื่อปฏิบัติการ Golden Dragon เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการทหารและกระชับความร่วมมือระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ ขณะที่รัฐบาลกัมพูชาได้ยกเลิกการซ้อมรบ Ankor Sentinel ร่วมกับสหรัฐไปเมื่อปี 2017 (พ.ศ.2560) ดังนั้น รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐจึงต้องการหารือกับกัมพูชาเพื่อรื้อฟื้นการซ้อมรบร่วมประจำปีกันอีกครั้ง

ที่ผ่านมา จีนได้เข้ามามีบทบาทช่วยเหลือด้านเงินทุนให้กับกัมพูชาสำหรับการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์และความช่วยเหลือด้านการยกระดับฐานทัพใหม่ เช่น ฐานทัพเรือเรียม ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา ที่สหรัฐเพ่งเล็งว่า เป็นการเปิดทางให้กองทัพจีนเข้ามาใช้ฐานทัพในอ่าวไทย

ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นเรือรบสองลำของจีนยังคงจอดอยู่ในฐานทัพเรือเรียมของกัมพูชา

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงทั้งของสหรัฐและนานาชาติ ต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ฐานทัพเรือเรียมของฝ่ายจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ ยังมีเรือรบจีน 2 ลำที่เทียบท่าบริเวณฐานทัพเรือเรียมของกัมพูชามาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาก็ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การที่เรือรบจีนมาจอดเทียบอยู่เป็นเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะเป็นการเข้ามาประจำการถาวรของกองทัพจีนแต่อย่างใด  

อย่างไรก็ตาม ข่าวระบุว่า ในจำนวนเรือรบ 14 ลำ ที่เข้าร่วมการฝึกปฏิบัติการ Golden Dragon ระหว่างกองทัพจีนและกัมพูชาเมื่อช่วงปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมานั้น มีเรือจากทัพเรือของจีนเข้าร่วมด้วยจำนวน 3 ลำ ได้แก่ เรืออู่ยกพลขึ้นบก ฉีเหลียนชาน และเรือชั้นคอร์เวตอีกสองลำได้แก่ เรือปาจงและเหวินซาน โดยทั้งสามลำนั้นจอดประจำการอยู่ในกัมพูชามาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว นอกจากนี้ การซ้อมรบ Golden Dragon ยังถือเป็นครั้งแรกที่ทัพเรือของทั้งสองประเทศได้ซ้อมรบร่วมกันในทะเลหลวง หรือน่านน้ำที่ไม่มีรัฐใดเป็นเจ้าของ

กระทรวงกลาโหมของจีน ระบุว่า การฝึกร่วมครั้งนี้เป็นการฝึกฝนทักษะทางทหารของกำลังพล และยังเสริมสร้างความสามารถในการประสานงานและร่วมมือกันอีกด้วย ทั้งนี้ Golden Dragon เป็นการฝึกร่วมกันระหว่างกองทัพจีนและกัมพูชาที่มีมาแล้ว 6 ครั้ง แต่ครั้งนี้มีกำลังพลเข้าร่วมจากทางกัมพูชา 1,300 นาย และจากจีน 700 นาย ถือเป็นการซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่ที่สุดของทั้งสองประเทศ