
ทีซีพี กรุ๊ป รุกเปิดฐานผลิต "เครื่องดื่มกระทิงแดง" ใหญ่สุดในจีน
ทีซีพี กรุ๊ป จากประเทศไทย เปิดฐานผลิตเครื่องดื่มกระทิงแดงใหญ่สุดในจีน มูลค่าการลงทุน 10,000 ล้านบาท กำลังการผลิตรายปีกว่า 1,400 ล้านกระป๋อง นอกจากจะเป็นฐานการผลิตที่มีการลงทุนโดยตรงมากที่สุด ยังมีสายการผลิตมากสุด และใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะระดับสูงสุดในจีนอีกด้วย
โครงการฐานการผลิต เครื่องดื่มกระทิงแดง ของ ทีซีพี กรุ๊ป (TCP Group) จากไทยในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเน่ยเจียง มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ได้เริ่มต้นการดำเนินงานเมื่อวันพฤหัสบดี (14 ธ.ค.) นับเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ที่ทีซีพี กรุ๊ป ลงทุนโดยตรงในจีน ทั้งยังเป็นฐานการผลิตเครื่องดื่มกระทิงแดงขนาดใหญ่ที่สุดในจีนอีกด้วย
สำนักข่าวซินหัว สื่อใหญ่ของจีน รายงานว่า ฐานการผลิตแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ราว 167 ไร่ มูลค่าการลงทุน 2 พันล้านหยวน หรือราว 1 หมื่นล้านบาท มีสายการผลิต 5 สาย กำลังการผลิตรายปีตามการออกแบบอยู่ที่ 1.44 พันล้านกระป๋อง และมูลค่าผลผลิตรายปีจะแตะ 5 พันล้านหยวน (ราว 2.5 หมื่นล้านบาท) หลังจากก่อสร้างโครงการเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้เป็นฐานการผลิตที่มีการลงทุนมากที่สุด สายการผลิตมากที่สุด และใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะระดับสูงสุดของทีซีพี กรุ๊ป ในจีน
สำหรับเมืองเน่ยเจียงของซื่อชวน ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดี ได้ดึงดูดเหล่าผู้ประกอบการจำนวนมากจากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าพัฒนาธุรกิจในพื้นที่ เช่น ซีพี กรุ๊ป (CP Group) ที่เข้ามาในปี 1992 และทีซีพี กรุ๊ป ที่เข้ามาในปี 2020 โดยเน่ยเจียงได้เดินหน้าการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างใกล้ชิดกับ 63 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงไทยและเวียดนาม
ข้อมูลจากสำนักความร่วมมือทางเศรษฐกิจเน่ยเจียงระบุว่า ปริมาณการนำเข้าและส่งออกของเน่ยเจียงกับกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงถึง 1.14 พันล้านหยวน (ราว 5.7 พันล้านบาท) ในปี 2022 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 28.8 ของปริมาณการนำเข้าและส่งออกทั้งหมดของเมืองในปีดังกล่าว และร้อยละ 96 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของเน่ยเจียงมาจากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ส่วนการค้าระหว่างประเทศของเน่ยเจียงในปีนี้คาดว่าจะสูงเกิน 1 หมื่นล้านหยวน (ราว 5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าจากปีก่อน
เน่ยเจียงได้ดำเนินโครงการการลงทุนใหม่ จำนวน 169 โครงการ ซึ่ง 67 โครงการมีมูลค่าสูงเกิน 500 ล้านหยวน (ราว 2.5 พันล้านบาท) มีการลงทุนที่แท้จริงในโครงการอุตสาหกรรมนำเข้าจากนอกเมืองเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.25 เมื่อเทียบปีต่อปี และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสูงแตะ 35.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.25 พันล้านบาท) เมื่อนับถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่สำนักฯ เผยว่าเน่ยเจียงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเปิดกว้าง ซึ่งมุ่งเน้นกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก และพยายามบุกเบิกความร่วมมือทางอุตสาหกรรมระหว่างประเทศรูปแบบใหม่อย่างแข็งขัน
ทั้งนี้ "นิคมความร่วมมือทางอุตสาหกรรมซื่อชวน-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ซึ่งถือเป็นนิคมความร่วมมือทางอุตสาหกรรมกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งแรกของซื่อชวน ได้เปิดทำการในเมืองเน่ยเจียงพร้อมกันเมื่อวันพฤหัสบดี (14 ธ.ค.) อีกด้วย ซึ่งนิคมแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ใหม่สำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจอันมุ่งเน้นการส่งออกของเน่ยเจียง
เจ้าหน้าที่สำนักพาณิชย์มณฑลซื่อชวนระบุว่าสำนักพาณิชย์ฯ จะสนับสนุนเน่ยเจียงในการขยับขยายความร่วมมือทางอุตสาหกรรมและการแลกเปลี่ยนทางการค้ากับกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สนับสนุนเน่ยเจียงทำการพัฒนาตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างลึกซึ้ง และมีส่วนร่วมในโครงข่ายอุตสาหกรรมระดับโลกเพิ่มขึ้น






