
2023 เกมต่อไปของเกาหลีเหนือ “คิม จอง อึน” กำลังทำอะไร?
ปี 2023 โลกยังคงต้องจับตากันต่อไป กับเกมของเกาหลีเหนือ โดย “คิม จอง อึน” ผู้นำสูงสุด ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรบ้าง
ส่งท้าย 31 ธันวาคม 2022 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งใหม่ ตามเวลาท้องถิ่น (06.00 น. ตามเวลาไทย) หลังจากตลอดปี 2022 ได้ทดสอบขีปนาวุธไปมากกว่า 70 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นการทดสอบมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
ในครั้งล่าสุด ยิงขีปนาวุธ 3 ลูก ตกนอกชายฝั่งทางตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี คณะเสนาธฺการร่วมเกาหลีใต้ ประนามการกระทำนี้ว่า เป็นการยั่วยุอย่างร้ายแรง และบ่อนทำลายสันติภาพ เสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงประชาคมระหว่างประเทศ
การทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปที่ทรงพลังที่สุดจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ “ฮวาซอง 17” Hwasong 17 Intercontinental Ballistic Missile หรือ ICBM) เป็นขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยไกล รัศมีทำการระยะไกลระดับข้ามทวีปมากกว่า 5,500 กิโลเมตร ปกติแล้วขีปนาวุธชนิดนี้จะใช้ในการบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ เพื่อทำลายเป้าหมายในวงกว้างจากระยะไกล ขีปนาวุธชนิดนี้สามารถบรรทุกหัวรบได้มากกว่าหนึ่งหัว และสามารถปล่อยได้จากหลายสถานที่เช่น สถานีปล่อยขีปนาวุธภาคพื้นดิน เรือดำน้ำ หรือ รถปล่อยขีปนาวุธ
ข้อมูล : wikipedia
ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีพุ่งขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2560 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่เกาหลีเหนือด้วย "ไฟและความเดือดดาล" คำถามที่ตามมาก็คือ ปี 2022 ความตึงเครียดคาบสมุทรเกาหลีว่าเครียดหนักแล้ว แล้วในปี 2023 จะเครียดแค่ไหน ยังไม่มีใครคาดเดาได้ แม้แต่การถอดรหัสความคิดของผู้นำคิม ก็ยังเป็นเรื่องยาก ซึ่งนานาประเทศยังคงจับตามองว่าแล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ?
การเดินหน้าพัฒนานิวเคลียร์
นักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่า การเดินหน้าพัฒนานิวเคลียร์ ที่เห็นได้จากปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือรุดหน้าไปมากในด้านอาวุธ เริ่มต้นปีด้วยการทดสอบขีปนาวุธระยะสั้นที่ออกแบบมาโจมตีเกาหลีใต้ ตามด้วยขีปนาวุธพิสัยกลางที่สามารถล็อกเป้าหมายญี่ปุ่นได้ จนมาถึงปลายปียิงทดสอบขีปนาวุธ ฮวาซอง 17 อีกทั้งยัง ลดเกณฑ์การใช้อาวุธนิวเคลียร์ หลังจากประกาศในเดือนกันยายนว่าเกาหลีเหนือกลายเป็นรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
นาย คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุด เคยบอกว่า เขามุ่งหวังให้ เกาหลีเหนือ มีกองกำลังนิวเคลียร์ ที่ทรงพลังที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังเลื่อนตำแหน่งนายทหารหลายสิบนายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุด
ในมุมมองของ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธนิวเคลียร์ของ Carnegie Endowment for International Peace ระบุว่า การพัฒนาที่ร้ายแรงที่สุด จากเป้าหมายในปี 2566 อันดับต้น ๆ ของผู้นำคิม คือการเพิ่มการผลิตอาวุธนิวเคลียร์แบบทวีคูณ รวมถึงการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีที่มีขนาดเล็กลง ซึ่งสามารถใช้ต่อสู้กับสงครามกับเกาหลีใต้ได้
ส่วนรายการอื่นๆ ที่คาดว่าจะทำในปี 2023 คือ ดาวเทียมสอดแนม ซึ่งผู้นำคิมอ้างว่าจะส่งขึ้นสู่วงโคจรในฤดูใบไม้ผลินี้ และ ICBM เชื้อเพลิงแข็งที่แข็งแกร่งกว่า ซึ่งสามารถยิงไปยังสหรัฐฯ ได้ โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เกาหลีเหนืออ้างว่าดาวเทียมสอดแนมจับภาพหลายจุดในเกาหลีใต้
ผู้เชี่ยวชาญจึงสันนิษฐานได้ว่าปี 2023 จะแตกต่างจากปี 2022 อย่างชัดเจน โดยเกาหลีเหนือจะยังคงทดสอบ ปรับแต่ง และขยายคลังแสงนิวเคลียร์อย่างแข็งกร้าวเพื่อต่อต้านการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายนิวเคลียร์ ระบุว่า
"การยิงขีปนาวุธส่วนใหญ่ในปีหน้าอาจไม่ใช่การทดสอบ แต่เป็นการฝึกซ้อม เพราะขณะนี้เกาหลีเหนือเตรียมใช้ขีปนาวุธในความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น"
ส่วนการคาดเดาในเรื่องการเจรจา น่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะเขาอาจรอจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเกาหลีเหนือมีแสนยานุภาพที่จะทำลายล้างสหรัฐฯและเกาหลีใต้ได้ นั่นจะทำให้เขากลับไปเจรจาตามเงื่อนไขของเกาหลีเหนือ
การเปิดพรมแดนกับจีน
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนืออยู่ภายใต้การปิดพรมแดนที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด แม้แต่การค้าก็ถูกระงับเพื่อพยายามสกัดกั้นไวรัส ทำให้เกิดวิกฤติอาหารอย่างรุนแรง ผู้นำคิมระบุว่า เกาหลีเหนือเกิดวิกฤตอาหาร
ในปี 2566 ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเกาหลีเหนืออาจจะเปิดพรมแดนอีกครั้ง หลังการเปิดเมืองของจีนนำมาซึ่งความหวัง มีรายงานว่าเกาหลีเหนือฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนเพื่อเตรียมพร้อม แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดของจีนด้วย จึงเป็นเรื่องที่ผู้นำให้ความระมัดระวัง
ผู้สืบทอดอำนาจ
เบาะแสที่ว่าใครจะเป็นผู้นำเกาหลีเหนือต่อจากผู้นำคิมถูกวิพากวิจารณ์ เพราะเมื่อปีที่แล้ว “คิม ชูแอ” เด็กผู้หญิงซึ่งคาดว่าเป็นลูกสาวของเขา ถูกเปิดตัว เธอถูกถ่ายภาพในงานกิจกรรมทางทหาร 3 งาน โดยมีภาพเพิ่มเติมที่ปล่อยออกมาในวันปีใหม่ ทำให้บางคนคาดเดาว่าเธอคือผู้ที่ได้รับเลือกหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ ที่คงยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า ใน 2023 นี้ โลกจะได้เห็นอะไรบ้างจากบทบาทของผู้นำคิม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตาเเบบตาไม่กระพริบ
ข้อมูล : bbc






