การประท้วงเริ่มลุกลาม หลังหลายประเทศหันกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มโควิด

01 สิงหาคม 2564

กระแสเดินขบวนต่อต้านมาตรการควบคุมโควิดลามระบาดหลายประเทศ อิสราเอล-ฝรั่งเศสประท้วงแรง สะท้อนภาวะกดดันรัฐบาลนานาประเทศ ต้องสร้างสมดุลการคุมเข้มโรคระบาดกับเสรีภาพประชาชน

หลังจากที่รัฐบาลหันมาใช้มาตรการเดิม ๆในการ ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รวดเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น เช่นการสวมใส่หน้ากากอนามัยในอาคาร และการต้องแสดงใบรับรองสุขภาพก่อนจะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ทำให้ ชาวอิสราเอล พากันออกมา ชุมนุมประท้วง ต่อต้านมาตรการดังกล่าวของรัฐบาล และแสดงความไม่พอใจ แม้ว่าเป้าหมายของมาตรการเหล่านี้ก็เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดพุ่งสูงสุดในรอบหลายเดือน

การประท้วงเริ่มลุกลาม หลังหลายประเทศหันกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มโควิด

ชาวอิสราเอลหลายร้อยคนออกมารวมตัวในนครเทลอาวีฟ เมืองหลวง เมื่อวันเสาร์ (31 กค) เพื่อแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลนำมาตรการคุมเข้มโควิดกลับมาใช้อีกครั้ง รวมทั้งการกำหนดให้ใส่หน้ากากอนามัยในอาคาร และบังคับใช้ ใบรับรองสุขภาพ หรือ Green Pass ที่แสดงถึงการฉีดวัคซีนแล้ว โดยคนที่จะเข้าอาคารต่างๆต้องแสดง Green Pass จึงจะสามารถเข้าได้ ซึ่งรวมถึงสถานออกกำลังกาย (ฟิตเนส) ร้านอาหาร และโรงแรม


การประท้วงในอิสราเอล

การนำมาตรการคุมเข้มกลับมาบังคับใช้อีกครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 ก.ค.) พุ่งไปถึง 2,435 ราย ทำสถิติยอดติดเชื้อรายวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2564 ขณะที่จำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลมี 326 คน สูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. ส่งผลให้อิสราเอลสั่งฉีดวัคซีนเข็มที่3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับผู้สูงวัยที่อายุ 60 ปีขึ้นไปเมื่อวันศุกร์ และวันนี้ (1 ส.ค.) ก็เริ่มฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปีที่มีปัญหาสุขภาพ

 

นายนิตซาน โฮโรวิตซ์ รัฐมนตรีสาธารณสุขอิสราเอล เปิดเผยว่า รัฐบาลจำเป็นต้องนำมาตรการคุมเข้มบางอย่างกลับมาใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์เดลต้าที่เริ่มระบาดอีกครั้ง แต่จะไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ เพราะไม่ต้องการให้กระทบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ประท้วงกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้อำนาจเผด็จการ ลิดรอนเสรีภาพประชาชน และจัดฉากเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด

 

ทั้งนี้ อิสราเอลฉีดวัคซีนครบสองโดสให้ประชาชนแล้วเกือบ 60% ของประชากรราว 9.3 ล้านคนทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ใช้วัคซีนของไฟเซอร์ แต่ยังมีอีกราว 1 ล้านคนที่ปฏิเสธไม่ยอมฉีด

 

ส่วนที่ประเทศฝรั่งเศส ประชาชนหลายพันคนได้ออกมาชุมนุมกันในหลายพื้นที่ทั่วกรุงปารีสเมื่อวานนี้ (31 ก.ค.) เพื่อแสดงพลังคัดค้านมาตรการบังคับใช้ใบรับรองสุขภาพ หรือ Health Pass ของรัฐบาลที่เพิ่งผ่านกฎหมายอนุมัติรับรอง และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 ส.ค.นี้ กฎเกณฑ์ดังกล่าวอนุญาตให้ผู้ที่มีใบรับรองดังกล่าวเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และสถานที่สาธารณะส่วนใหญ่ได้

 

นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังบังคับให้บุคลากรการแพทย์ “ทุกคน” ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ภายในกลางเดือนก.ย.นี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

การประท้วงที่กลายเป็นจลาจลในฝรั่งเศส

กลุ่มผู้ประท้วงกล่าวหาว่ารัฐบาลฝรั่งเศสลิดรอนสิทธิเสรีภาพของพลเรือน พร้อมเรียกร้องให้ชาวฝรั่งเศสออกมาชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ ส่งผลให้เกิดการปะทะกับตำรวจปราบจลาจลที่ฉีดแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำเข้าใส่ฝูงชน

 

ทั้งนี้ จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน พบว่า ชาวฝรั่งเศสส่วนใหญ่สนับสนุนกฎหมายบังคับใช้ใบรับรองสุขภาพ ( Health Pass) หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดยังคงพุ่งสูง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 ก.ค.) มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันมากกว่า 24,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 111,800 รายขณะที่มีผู้ฉีดวัคซีนป้องกันเพียง 52% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ทั้งประเทศ