
หุ้น Defensive Stock ที่หลบภัยของนักลงทุน
หุ้น Defensive Stock ที่หลบภัยของนักลงทุน หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง ความเสี่ยงต่ำ ทนทานในทุกสภาพตลาด จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ กลยุทธ์การลงทุนยามตลาดผันผวน
ในภาวะที่ตลาดหุ้นมีความไม่แน่นอนสูง อาจเกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น เงินเฟ้อ หรือแม้แต่เหตุการณ์ทางการเมืองและสงคราม นักลงทุนมักมองหาหุ้นที่สามารถช่วยลดความเสี่ยง และ หุ้น Defensive Stock คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยม
หุ้น Defensive Stock หรือ หุ้นป้องกันความเสี่ยง เป็นหุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจมั่นคง และสามารถดำเนินกิจการได้ดีแม้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ธุรกิจเหล่านี้มักเป็นสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทำให้ความต้องการสินค้าไม่ลดลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ
ตัวอย่างกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็น Defensive Stocks ได้แก่
- สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น บริษัทที่ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในครัวเรือน
- ภาคสาธารณูปโภค เช่น บริษัทการไฟฟ้า หรือบริษัทผลิตพลังงาน
- ภาคการแพทย์และเวชภัณฑ์ เช่น บริษัทผลิตยา โรงพยาบาล
- อุตสาหกรรมโทรคมนาคม เช่น บริการโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต
เทคนิคการเลือกหุ้น Defensive Stock
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจธุรกิจจากรายงานประจำปี โดยวิเคราะห์งบการเงินอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน และพิจารณาจากปัจจัยต่างๆเหล่านี้
เลือกจากขนาด
- หลีกเลี่ยงหุ้นที่มีขนาดเล็กเกินไป
- พิจารณาจากมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) เช่น Market Cap. ไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท
- หุ้นที่อยู่ในดัชนี SET50 หรือ SET100
ความผันผวนต่ำ
- เวลาราคาขึ้นก็จะขึ้นน้อยกว่าตลาด
- เวลาราคาลงก็จะลงน้อยกว่าตลาด
- เป็นหุ้นที่มีความผันผวนของราคาเมื่อเทียบกับความผันผวนของดัชนีราคาหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่ำ
ภาระหนี้น้อย
เลือกหุ้นที่มีปริมาณหนี้สินไม่สูงกว่าทุน หรือมีอัตราส่วน D/E ต่ำกว่า 1
กำไรสม่ำเสมอ
- เป็นตัวบ่งชี้ถึงฝีมือของบริษัทในการบริหารจัดการ
- กำไรอาจไม่หวือหวามากนัก
- อาจพิจารณาบริษัทที่มีกำไรตลอด 10 ปีติดต่อกัน
- จ่ายปันผลสม่ำเสมอ
- สะท้อนการบริหารจัดการระหว่างการนำเงินไปลงทุน กับการจ่ายเงินปันผลได้อย่างเหมาะสม
- อาจพิจารณาหุ้นที่จ่ายปันผล 10 ปีติดต่อกัน
ราคาไม่แพง
- มีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย (Margin of Safety : MOS) สูง
- หุ้นที่ราคายังไม่แพงจนเกินไป
- พิจารณากำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) เช่นไม่เกิน 15 เท่า
- พิจารณาราคาเทียบกับมูลค่าทางบัญชี (P/BV Ratio) เช่น ไม่เกิน 1.5 เท่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามหุ้น Defensive Stock มีจุดอ่อนคือ อาจมีผลตอบแทนอาจไม่สูงเท่าหุ้นเติบโต (Growth Stocks) ไม่ค่อยมีเรื่องราวการเติบโตที่จะนำมาเป็นจุดขายของหุ้น อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น และในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัว หุ้นกลุ่มนี้ก็มักจะทำผลตอบแทนได้ดีไม่เท่ากับหุ้นอื่นๆ










