
เลือกตั้ง 2566 สรุปครบทุกเรื่อง "ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" ต้องรู้ไว้ให้ที่นี่
เลือกตั้ง 2566 สรุปทุกเรื่องต้องรู้ คุณสมบัติ-ลักษณะต้องห้าม-ระบบบัตรเลือกตั้ง-ช่องทางและขั้นตอนแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ พร้อมเช็คไทม์ไลน์วันเลือกตั้ง มัดรวมไว้ให้ครบที่นี่
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ครั้งใหม่ในประเทศไทย หรือ เลือกตั้ง 2566 ที่คาดว่าจะจัดขึ้นวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะมีประกาศยุบสภา ก่อนที่อายุผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 23 มีนาคม 2566
การเลือกตั้งในปี 2566 เป็นการจัดการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.ระบบแบ่งเขต 400 คน และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน
เพื่อความชัดเจน เกี่ยวกับกาารเลือกตั้ง ในปี 2566 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ฐานเศรษฐกิจ จึงได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้งในประเด็นที่น่าสนใจเป็นสิ่งที่ควรรู้เพื่อเตรียมความพร้อม
ระบบเลือกตั้ง ส.ส. 2566 ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ
การเลือกตั้ง ในปี 2566 ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะใช้ระบบที่ต่างออกไปจากที่เคยใช้ในการเลือกตั้งในปี 2562 จากที่ครั้งก่อนมีเพียงใบเดียว
การเลือกตั้งในปี 2566 ครั้งนี้ประชาชนจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบโดยทั่วไปจะมีสีที่ต่างกันโดยทั่วไปคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศสีของบัตรแต่ละใบเมื่อใกล้วันเลือกตั้งโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องทำเครื่องหมายกากบาทเท่านั้น หากพบเครื่องหมายอื่นจะถือว่า เป็นบัตรเสีย
- บัตรเลือก ส.ส.เขต ให้ประชาชนลงคะแนนเลือกบุคคลตามการแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 ใบต่อ ส.ส.
- บัตรเลือกพรรค ให้ประชาชนได้ลงคะแนนเลือกนโยบายของพรรคการเมืองที่ตัวเองชอบโดย กกต.จะนำเอาบัตรเลือกตั้งในส่วนนี้มาคิดหาสัดส่วนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค หรือ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ใบต่อ 1 พรรคการเมือง
ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง
- สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือ ส.ถ. หรือ ผ.ถ. หรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ว.
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
- เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอน ส.ถ. หรือ ผ.ถ.
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
ทั้งนี้ จะถูกจำกัดสิทธิครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี เพื่อไม่เสียสิทธิดังกล่าวข้างต้น กฎหมายกำหนดให้แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
วิธีการแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
ขั้นตอนที่ 1
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประสงค์จะแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้แจ้งเหตุจำเป็น ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ดังนี้
1. ให้ผู้แจ้งเหตุเข้าที่เว็บไซต์
ระบบแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์
2. เว็บไซต์ www.ect.go.th
3. แอปพลิเคชัน Smart Vote หัวข้อ "การแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ "
ขั้นตอนที่ 2
กรอกข้อความในแบบแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้ถูกต้องครบถ้วน และปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด เมื่อยืนยันข้อความที่ได้กรอกแล้ว ระบบจะแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้โดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 3
พิมพ์แบบการแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือจัดเก็บสำเนาข้อมูลไว้ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นหลักฐาน
จำนวน ส.ส.500 คน แบ่งเป็น
- ส.ส.เขต เพิ่มขึ้นจากปี 2562 เดิม 350 คน เป็น 400 คนทั่วประเทศ
- ส.ส.บัญชีรายชื่อลดลงจากในปี 2562 เดิม 150 คน เหลือ 100 คน
จำนวน ส.ส.ในแต่ละจังหวัด
ไล่เรียงจาก "มากที่สุด" ไปถึง "น้อยที่สุด"
มี ส.ส. 33 คน
- กรุงเทพมหานคร
มี ส.ส. 16 คน
- นครราชสีมา
มี ส.ส. 11 คน
- ขอนแก่น และอุบลราชธานี
มี ส.ส. 10 คน
- นครศรีธรรมราช ชลบุรี เชียงใหม่ อุดรธานี และบุรีรัมย์
มี ส.ส. 9 คน
- ศรีสะเกษ และสงขลา
มี ส.ส. 8 คน
- นนทบุรี ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ และสุรินทร์
มี ส.ส. 7 คน
- เชียงราย ชัยภูมิ ปทุมธานี สกลนคร และสุราษฎร์ธานี
มี ส.ส. 6 คน
- กาฬสินธุ์ นครปฐม นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และมหาสารคาม
มี ส.ส. 5 คน
- ปัตตานี ลพบุรี กาญจนบุรี นราธิวาส พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก ระยอง ราชบุรี และสุพรรณบุรี
มี ส.ส. 4 คน
- กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา ตรัง นครพนม ลำปาง เลย สระบุรี และสุโขทัย
มี ส.ส. 3 คน
- ตาก กระบี่ จันทบุรี ชุมพร น่าน บึงกาฬ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พะเยา พัทลุง พิจิตร เพชรบุรี แพร่ ภูเก็ต ยโสธร ยะลา สระแก้ว หนองคาย หนองบัวลำภู สมุทรสาคร และอุตรดิตถ์
มี ส.ส. 2 คน
- ชัยนาท นครนายก พังงา มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ลำพูน สตูล อ่างทองอำนาจเจริญ และอุทัยธานี
มี ส.ส.1 คน
- ตราด ระนอง สมุทรสงคราม และสิงห์บุรี
9.จังหวัดที่มี ส.ส.เพิ่มขึ้น
- อุดรธานี มี ส.ส. 10 คน
- ลพบุรี มี ส.ส. 5 คน
- นครศรีธรรมราช มี ส.ส. 10 คน
- ปัตตานี มี ส.ส. 5 คน
10.จังหวัดที่มี ส.ส.ลดลง
- เชียงราย มี ส.ส. 7 คน
- เชียงใหม่ มี ส.ส. 10 คน
- ตาก มี ส.ส. 3 คน
- สมุทรสาคร มี ส.ส. 3 คน
11.ไทม์ไลน์เลือกตั้ง 2566 หลังประกาศยุบสภา
กกต.ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 5 วันนับตั้งแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร
3-7 เม.ย. 2566
- วันรับสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
11 เม.ย. 2566
- วันสุดท้ายประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้ง และวันสุดท้ายประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
14 เม.ย. 2566
- ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
16 เม.ย. 2566
- วันสุดท้ายส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน สรรหา/ แต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
26 เม.ย. 2566
- วันสุดท้ายเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง และวันสุดท้ายเพิ่มชื่อ -ถอนชื่อ (ม.37, ม.38)
30 เม.ย. 2566
- วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้ง และแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
1-6 พ.ค. 2566
- แจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
1 พ.ค. 2566
- วันสุดท้ายยื่นคำร้องเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
3 พ.ค. 2566
- วันสุดท้ายศาลฎีกาพิจารณาสิทธิสมัคร กรณีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งไม่รับสมัคร
6 พ.ค. 2566
- วันสุดท้ายผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งยื่นคำร้องศาลฎีกา กรณีผู้สมัครขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม
7 พ.ค. 2566
- วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการเลือกตั้งทั่วไป
8-14 พ.ค. 2566
- วันสุดท้ายแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง






