thansettakij
thansettakij
ยิบอินซอย จัดทัพก้าวสู่องค์กร 101 ปี รับโอกาส AI–คลาวด์ ต่อยอดเกษตร-สุขภาพ

ยิบอินซอย จัดทัพก้าวสู่องค์กร 101 ปี รับโอกาส AI–คลาวด์ ต่อยอดเกษตร-สุขภาพ

28 ต.ค. 69 | 06:20 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ต.ค. 69 | 06:28 น.

ยิบอินซอย ปรับโครงสร้างสู่ธุรกิจ 101ปี เกาะโอกาส AI–คลาวด์ ต่อยอดเกษตรและพลังงาน มองธุรกิจสุขภาพ พร้อมเดินหน้าแผนฉลอง 100 ปี ฟื้นคลองผดุงกรุงเกษม–กระจายรายได้ชุมชน

KEY

POINTS

  • ยิบอินซอย ปรับโครงสร้างองค์กรในวาระก้าวสู่ปีที่ 101 โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยี AI, คลาวด์, ดาต้าเซ็นเตอร์ และความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่
  • ขยายธุรกิจสู่ภาคการเกษตร โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร
  • มองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ในด้านสุขภาพและการมีอายุยืน (Longevity) โดยจะพัฒนาต่อยอดจากความรู้และทรัพยากรเดิมที่กลุ่มบริษัทมีอยู่

นางมรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปีที่ 101  จะให้ความสำคัญกับการจัดโครงสร้างกลุ่มให้ชัดเจน รองรับโอกาสจากเทคโนโลยี AI คลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ควบคู่กับการขยายธุรกิจเกษตร เทคโนโลยีการเกษตร และพลังงานเพื่อการเกษตร  โดยมีผ่านมาได้จัดตั้งบริษัทยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ขึ้นมาขับเคลื่อนธุรกิจไอที 

"ตลอด 100 ปี ยิบอินซอยเติบโตจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เหมาะกับแต่ละยุค ตั้งแต่ธุรกิจการค้าและแร่ จนถึงการนำคอมพิวเตอร์จากต่างประเทศเข้ามาวางระบบ ซึ่งพัฒนาเป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม การเติบโตจากนี้จึงต้องติดตามเทคโนโลยีโลก พร้อมเลือกสิ่งที่เหมาะกับประเทศไทยและสร้างประโยชน์ในระยะยาว"

รับโอกาส AI–คลาวด์

นางมรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

นางมรกต กล่าวว่า ธุรกิจไอทีต้องเดินตามแนวโน้มโลก โดย AI คลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทและสร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่การนำมาใช้ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้วย โดยเฉพาะ AI ที่มีคำถามเรื่องการทดแทนแรงงานและขอบเขตการใช้งาน

 

การเลือกธุรกิจในอนาคตจะพิจารณาทั้งโอกาสเติบโต ประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน และผลกระทบต่อทรัพยากร สิ่งแวดล้อม รวมถึงคุณภาพชีวิต ส่วนการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ยังต้องประเมินเงื่อนไขและความไม่แน่นอนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ

ด้านโครงสร้างกลุ่มยิบอินซอย ที่เปลี่ยนมาเป็นโฮลดิ้งคอมพานี  จะทยอยส่งต่องานไอทีไปยังบริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูก    โดยบริษัทแม่ จะทำหน้าที่ดูแลการลงทุน กำหนดทิศทาง และหาโอกาสธุรกิจใหม่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การถ่ายโอนต้องใช้เวลา เพราะมีงานโครงการจำนวนมาก โดยเฉพาะงานภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับประวัติและผลงานอ้างอิงของผู้รับงาน

"ในช่วงเปลี่ยนผ่าน บริษัทแม่และบริษัทลูกจึงยังต้องดำเนินงานควบคู่กัน ก่อนที่บริษัทแม่จะเพิ่มน้ำหนักการดูแลความเสี่ยง การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และการลงทุน นอกจากนี้ ยังมองโอกาสด้านสุขภาพและการมีอายุยืน หรือ Longevity โดยเลือกต่อยอดจากความรู้และทรัพยากรที่กลุ่มมีอยู่"

นางมรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด และ นายยุพธัช ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิบอินซอย และแย๊คส์ จำกัด

ต่อยอดเกษตร เชื่อมถึงตลาด

แม้ไอทียังเป็นธุรกิจใหญ่ของกลุ่ม แต่นางมรกตมองว่าเกษตรมีโอกาสเติบโตตามมา เพราะประเทศไทยมีฐานการผลิตอาหารและศักยภาพด้านการเกษตรสูง บริษัทต้องการนำเทคโนโลยีไปช่วยให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้มั่นคงขึ้น ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศ โรคพืช และแมลง

แต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต้องแก้ปัญหาตลาดไปพร้อมกัน หากผลผลิตออกมามากจนราคาตกต่ำ เกษตรกรก็อาจไม่ได้มีรายได้เพิ่ม การพัฒนาจึงต้องเชื่อมตั้งแต่การผลิต การค้า อุตสาหกรรม ไปจนถึงการส่งออก

เป้าหมายคือทำให้อาชีพเกษตรกรสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีได้ เช่นเดียวกับเกษตรกรญี่ปุ่น แม้การรวมกลุ่มและสร้างความร่วมมือยังเป็นโจทย์ยาก รวมถึงแนวคิดสร้างความร่วมมือระหว่างไทย เวียดนาม และกัมพูชา เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาดข้าวโลก ซึ่งยังต้องอาศัยความร่วมมืออีกมาก

นางมรกตเห็นว่า ความมั่นคงทางอาหารเป็นจุดแข็งของไทย ประสบการณ์ช่วงโควิด-19 สะท้อนคุณค่าของฐานการผลิตและชุมชน เมื่อคนกลับบ้านเกิดแล้วยังมีทรัพยากรและโอกาสประกอบอาชีพ การใช้เทคโนโลยีพัฒนาเกษตรจึงต้องช่วยให้ผู้ผลิตมีรายได้และเห็นอนาคตของอาชีพด้วย

ลงทุนระวัง–หาพันธมิตร Robinhood 

สำหรับแผนลงทุน บริษัทจะดำเนินการอย่างระมัดระวังรับเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน ธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญจะเดินหน้าต่อ ส่วนการขยายกิจการต้องประเมินความพร้อมและความเสี่ยงเป็นรายธุรกิจ โดยพลังงานแสงอาทิตย์และโซลาร์ชุมชนยังเป็นด้านที่เดินหน้าลงทุนตามทิศทางของกลุ่ม

ส่วนแพลตฟอร์ม “Robinhood” การเข้ามาดูแลเริ่มจากความต้องการรักษาแอพพลิเคชันไทยให้ดำเนินต่อไปได้ แต่ธุรกิจที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงต้องใช้ความสามารถต่างจากไอทีที่บริษัทถนัด ทั้งการตลาด การสื่อสาร และงบโฆษณา จึงมองหาผู้ที่มีความพร้อมเข้ามาช่วยต่อยอด

ประสบการณ์จาก Robinhood ทำให้กลุ่มเรียนรู้ธุรกิจแอพพลิเคชันมากขึ้น และเห็นโอกาสเชื่อมกับบริการในชีวิตประจำวัน ทั้งสุขภาพและความยั่งยืน แต่ยังต้องหารูปแบบที่เหมาะกับศักยภาพบริษัท

ขณะที่การลงทุนสตาร์ทอัพ ยังเน้นธุรกิจที่เติมเต็มกลุ่มได้นั้นมีการปรับรูปแบบการลงทุนใหม่   เนื่องจาก สตาร์ทอัพบางราย มีผลิตภัณฑ์ดี แต่ขาดความพร้อมด้านการตลาด การเงิน บัญชี บุคลากร และการควบคุมการผลิต จึงไม่เน้นเข้าไปลงทุนสตาร์ทอัพโดยตรง แต่ใช้วิธีการดึงเข้ามาทำงานร่วมกับบริษัทก่อน   หลังจากธุรกิจเติบโตขึ้นแล้วแยกออกไปตั้งบริษัทใหม่

100 ปี กำหนดเป็นปีลงมือทำ

นายยุพธัช ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิบอินซอย และแย๊คส์ จำกัด ในฐานะประธานจัดงาน 100 ปี ยิบอินซอย กล่าวว่า การฉลองหนึ่งศตวรรษเป็นโอกาสนำประสบการณ์ องค์ความรู้ และความสัมพันธ์กลับมาสร้างประโยชน์ให้ชุมชน เมือง และประเทศ ภายใต้แนวคิด “A Century of Yip In Tsoi Legacy มรดกแห่งความเชื่อมั่น รากฐานแห่งความยั่งยืน” โดยกำหนดปี 2569 เป็นปีแห่งการลงมือทำ

นายยุพธัช ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิบอินซอย และแย๊คส์ จำกัด

กิจกรรมครอบคลุมการค้นหารากเหง้าผ่านวัฒนธรรมจีนแคะของผู้ก่อตั้ง การร่วมกับชุมชนสร้าง “ม้ามหาเจริญ” จากเศษโลหะและอะไหล่ย่านเชียงกง และเผยแพร่มรดกศิลปะของมีเซียม ยิบอินซอย ผ่านนิทรรศการ หนังสือ และแสตมป์

รวมถึงกิจกรรมเดินย่านมหาเจริญ เชื่อมมหาพฤฒาราม เจริญกรุง และตลาดน้อย เปิดประสบการณ์ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม อาหาร และวิถีชีวิต พร้อมกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น

ฟื้นคลองผดุงกรุงเกษม

โครงการสำคัญคือ “คลองดี เมืองมีสุข” ซึ่งบริษัทประสานความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต 6 เขตริมคลองผดุงกรุงเกษม ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อฟื้นฟูคลองด้วย EM Technology และจุลินทรีย์ขยายของบริษัท พร้อมติดตามคุณภาพน้ำและตรวจผลทางวิทยาศาสตร์

เริ่มดำเนินการช่วงสะพานพิทยเสถียรถึงสะพานเจริญสวัสดิ์ 36 ก่อนเตรียมขยายผลตลอดสาย และวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 จะจัดกิจกรรม Big Cleaning ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต และเครือข่าย ทำความสะอาดคลองและพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะถนนมหาพฤฒาราม ครอบคลุมบนบก ริมคลอง และในคลอง

วันที่ 7–8 พฤศจิกายน จะจัดงาน “สมโภชอาราม สนุกสำราญคลองผดุงฯ” เปิดพื้นที่ศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมสร้างสรรค์ สร้างโอกาสให้ร้านค้า ช่างฝีมือ และผู้ประกอบการในย่าน

ไฮไลต์คือ “Light & Sound Art Performance: A Happening Experience” วันที่ 7 พฤศจิกายน เวลา 18.30–19.30 น. บริเวณถนนมหาพฤฒาราม ช่วงสะพานพิทยเสถียรถึงสะพานนี้จงสวัสดิ์ ผสานแสง สี เสียง การแสดง และสถาปัตยกรรม กับแฟชั่นไหมอิรี่โดยกรกนก สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และแฟชั่น Upcycling โดยกงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์

ภายในงานมีศิลปะจัดวาง การฉายภาพ ไฟประดับริมคลอง และผลงานจากผักตบชวาของศิลปินเก่ง ปั้นพืช โดยเตรียมส่งมอบผลงานบางส่วนเพื่อสาธารณประโยชน์ และคงไฟประดับบางส่วนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน

วันที่ 9 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับวาระ 128 ปีชาตกาลผู้ก่อตั้ง บริษัทจะรำลึกถึงคุณยิบอินซอย พร้อมอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานถวาย ณ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร

นายยุพธัช กล่าวว่า เป้าหมายคือส่งต่อผลลัพธ์ทั้งคุณภาพน้ำ พื้นที่สาธารณะ รายได้ชุมชน และความร่วมมือระหว่างภาคส่วน ให้เป็นรากฐานการเติบโตในศตวรรษต่อไป