
“ศุภชัย”ชูนวัตกรรมรับแรงกระแทก AI ผนึก 30 พันธมิตรเร่งเครื่องซีพี
“ศุภชัย เจียรวนนท์” ชี้ภูมิรัฐศาสตร์–สงคราม–AI เร่งธุรกิจปรับตัว ย้ำนวัตกรรมต้องใช้ได้จริงและสร้างคุณค่า ผนึกพันธมิตรเทคโนโลยี 30 องค์กร เปิดพื้นที่ทดลองต่อยอดสินค้า กระบวนการ และธุรกิจใหม่ มุ่ง 3 ด้าน AI อาหารและการมีอายุยืนยาว และเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
KEY
POINTS
- เครือซีพี โดยศุภชัย เจียรวนนท์ ชูนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI
- ผนึกกำลังกับ 30 พันธมิตรองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากรและผลักดันการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
- มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนวัตกรรมใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ AI, Food & Longevity และ Sustainability Tech เพื่อสร้างโซลูชันที่ใช้ได้จริงทางธุรกิจ
นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส และประธานคณะกรรมการด้านนวัตกรรม เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ความท้าทายด้านความยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI กำลังเร่งให้ภาคธุรกิจต้องสร้างนวัตกรรมและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
การปรับตัวต้องครอบคลุมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การปรับกระบวนการดำเนินงาน และการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ เพราะหากธุรกิจไม่ปรับเปลี่ยน ก็อาจไม่สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ทัน
ผนึก 30 พันธมิตรเทคโนโลยี หนุนซีพีเปลี่ยนผ่าน
สำหรับเครือเจริญโภคภัณฑ์ พันธมิตรด้านเทคโนโลยีทั้ง 30 องค์กร ถือเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านองค์กร ช่วยพัฒนาศักยภาพบุคลากรและผลักดันการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง แม้บทบาทเบื้องหลังบางส่วนอาจไม่ได้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง
ความร่วมมือครั้งนี้มีพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อาลีบาบา ซีเมนส์ ออลเทค หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) และชไนเดอร์ อีเล็คทริค (ไทยแลนด์) ร่วมนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาต่อยอดการพัฒนาคนและแก้โจทย์การดำเนินธุรกิจจริง
นายศุภชัย กล่าวว่า การได้เห็นนวัตกรของเครือฯ ขึ้นรับรางวัล รวมถึงบุคลากรอีกหลายพันคนที่ส่งโครงการเข้าประกวด เป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจ เพราะบุคลากรเหล่านี้คือกำลังสำคัญในการผลักดันเครือเจริญโภคภัณฑ์สู่องค์กรแห่งนวัตกรรม
ย้ำนวัตกรรมต้องใช้ได้จริง–สร้างคุณค่า
นายศุภชัย กล่าวว่า นิยามของนวัตกรรมต้องประกอบด้วยการทำสิ่งใหม่ สามารถนำไปใช้ได้จริง และสร้างคุณค่า ซึ่งเชื่อมโยงกับค่านิยมของเครือฯ โดยเฉพาะหลัก “3 ประโยชน์”
“ทำสิ่งใหม่ เรื่องใหม่ ใช้ได้จริง และที่สำคัญ คือ สร้างคุณค่า”
การสร้างคุณค่าต้องส่งต่อประโยชน์ไปถึงลูกค้า คู่ค้า ประเทศชาติ ประชาชน และสังคมโลก โดยนวัตกรเป็นผู้ทำให้แนวคิดเหล่านี้เกิดขึ้นจริง จึงเป็นเสมือนฮีโร่ที่ควรได้รับการยกย่อง และต้องได้รับการสนับสนุนให้สร้างสรรค์ผลงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แนวคิดดังกล่าวมีรากฐานจากคำสอนของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ถ่ายทอดให้ตนเองและลูก ๆ ตั้งแต่วัยเด็ก โดยเปรียบการใช้เวลาเพื่อสร้างคุณค่าเหมือนการปลูกต้นไม้ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปย่อมผลิดอกออกผล ขณะที่การใช้เวลาเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว เมื่อผ่านไปแล้วอาจเหลือเพียงความทรงจำ
เปิดพื้นที่ลองผิดลองถูก สร้างวัฒนธรรมนวัตกรรม
การสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรมต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรกล้าลงมือทำ ทุ่มเท เสียสละ และพร้อมทดลองสิ่งใหม่ โดยนายธนินท์ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากความล้มเหลว และการทดลองซ้ำจนกว่าจะประสบความสำเร็จ
“กล้าทำ ทุ่มเท เสียสละ ลองผิดลองถูก ล้มแล้วลุก ล้มแล้วเรียนรู้ ล้มหลาย ๆ ครั้ง ทดลองหลาย ๆ ครั้ง จนกระทั่งประสบความสำเร็จ”
นายศุภชัย ย้ำว่า แม้ประสบความสำเร็จแล้วก็ยังต้องพัฒนาต่อ เพราะองค์กรและบุคลากรสามารถสร้างคุณค่าใหม่ได้เสมอ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องจึงต้องเป็นทั้งจิตวิญญาณและวัฒนธรรมองค์กร โดยมีนโยบาย การสนับสนุนจากผู้บริหาร และบุคลากรที่พร้อมทุ่มเทเป็นแรงขับเคลื่อน
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับพันธมิตรเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อให้การพัฒนาคนและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเดินหน้าไปด้วยกัน
ใช้ Sandbox ทดสอบก่อนขยายผลธุรกิจ
สำหรับ CP Innovation and Excellence Center จะทำหน้าที่เป็นทั้งห้องปฏิบัติการและแพลตฟอร์มให้เครือฯ และพันธมิตรได้ทดลองร่วมกัน เปิดพื้นที่สำหรับการลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากความล้มเหลวในขอบเขตจำกัด ก่อนนำไปต่อยอดในวงกว้าง
“CP Innovation and Excellence Center จะเป็นทั้งห้องปฏิบัติการและแพลตฟอร์มให้เครือฯ และพันธมิตรได้ทดลองร่วมกัน เปิดพื้นที่ให้ลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากความล้มเหลวเล็ก ๆ หลายครั้งภายในห้องปฏิบัติการหรือพื้นที่ทดลอง หรือ Sandbox ก่อนร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลก”
บทบาทดังกล่าวจะช่วยให้เครือซีพีและพันธมิตรมีพื้นที่พัฒนาแนวทางใหม่ เชื่อมองค์ความรู้เข้ากับปัญหาที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน และทดลองโซลูชันก่อนนำไปใช้จริง
เร่ง 3 ด้าน AI–Food & Longevity–Sustainability Tech
ภายใต้วิสัยทัศน์ CP COE ของกลุ่มซีพี มุ่งขับเคลื่อน CP-CoEX สู่การเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมระดับโลก โดยเชื่อมเทคโนโลยีจากพันธมิตรเข้ากับโจทย์ธุรกิจใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ AI, Food & Longevity และ Sustainability Tech
การดำเนินงานจะผ่านหลักสูตร Business Accelerator ที่เน้นการเรียนรู้ควบคู่กับการลงมือปฏิบัติจริง และการพัฒนาโครงการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นโซลูชัน ต่อยอดสู่สินค้า กระบวนการ และโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้
ความร่วมมือภายใต้ “Tech & Future Workforce Ecosystem” จึงเป็นกลไกเชื่อมโยงบุคลากร เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวของเครือซีพี พร้อมผลักดันนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าให้ธุรกิจ สังคม และประเทศในระยะยาว







