
ไทย นำร่องชาติแรก เปิด Microsoft Elevate เชื่อมทักษะ AI สู่จ้างงานจริง
ไทยนำร่องประเทศแรกจาก 19 ประเทศ เปิด “Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand” ดึงภาครัฐ การศึกษา และนายจ้างร่วมพัฒนากำลังคน วางแผนเฟสแรก 9 เดือน ยกระดับทักษะ AI พร้อมเชื่อมเด็กจบใหม่ คนหางาน และผู้เปลี่ยนสายอาชีพเข้าสู่ตลาดแรงงาน
KEY
POINTS
- ประเทศไทยเป็นชาติแรกจาก 19 ประเทศทั่วโลกที่นำร่องโครงการ “Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์ ภาครัฐ และพันธมิตรเอกชน
- โครงการมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน เพื่อเชื่อมโยงสู่โอกาสการจ้างงานจริงให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
- การดำเนินงานครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตร AI ตามมาตรฐานสากล จัดกิจกรรมฝึกฝนทักษะ และใช้ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมเพื่อจับคู่ผู้ผ่านการอบรมกับตำแหน่งงานที่เปิดรับ
วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ไมโครซอฟท์ร่วมกับรัฐบาลไทยและพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เปิดตัวโครงการ “Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand” ภาคีความร่วมมือระดับชาติ เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ากับโอกาสการจ้างงานจริง รองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและความต้องการบุคลากรของภาคธุรกิจ
ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกจากทั้งหมด 19 ประเทศทั่วโลกที่เปิดตัวโครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs โดยนำความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานพัฒนาแรงงาน ภาคการศึกษา และนายจ้าง มาใช้พัฒนาโมเดลกำลังคนที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม ตั้งแต่การเรียนในห้องเรียนและมหาวิทยาลัย ไปจนถึงการประกอบอาชีพ
กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมนักเรียนอาชีวะ นักศึกษาใกล้จบ บัณฑิตจบใหม่ ผู้เริ่มต้นทำงาน ผู้กำลังมองหางาน และผู้ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ ควบคู่กับการสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลในการยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD
วางแผน 9 เดือน พัฒนาทักษะให้ตรงความต้องการนายจ้าง
โครงการมีกำหนดดำเนินงานระยะแรกประมาณ 9 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงเดือนมิถุนายน 2570 ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
- จัดตั้งภาคีและจัดทำกรอบการเปลี่ยนผ่านกำลังคน หรือ Workforce Transformation Framework เพื่อวางแนวทางพัฒนาบุคลากรรองรับตลาดแรงงานยุคใหม่
- พัฒนาหลักสูตรและการรับรองทักษะ AI ตามกรอบมาตรฐานสมรรถนะดิจิทัล DigComp 2.2 ของสหภาพยุโรป
- จัดกิจกรรมส่งเสริมการประยุกต์ใช้จริง เช่น Hackathon เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนฝึกนำทักษะมาแก้โจทย์
- เชื่อมโยงผู้ผ่านการอบรมเข้าสู่การจ้างงานจริง โดยใช้ข้อมูลความต้องการของตลาดแรงงานจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ JobsDB by SEEK เพื่อให้ทักษะที่พัฒนาตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ
แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผน AI and Jobs ระดับประเทศของไมโครซอฟท์ ซึ่งผสานข้อมูลเชิงลึกด้านแรงงาน หรือ Workforce Intelligence ความร่วมมือแบบภาคี การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และเส้นทางพัฒนาทักษะ AI เพื่อระบุแนวทางการลงทุนและนโยบายที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านกำลังคน
อว. ดันคลังหน่วยกิต เชื่อมมหาวิทยาลัยกับอุตสาหกรรม
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่มาตรฐาน OECD มีโจทย์เร่งด่วนในการเตรียมแรงงานให้พร้อมสำหรับโลกยุค AI เพื่อยกระดับทุนมนุษย์และขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ โดยกระทรวง อว. มุ่งปฏิรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติ หรือ National Credit Bank และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาทักษะ AI ที่ตลาดต้องการให้แก่บุคลากรไทย
“การปิดช่องว่างระหว่างหลักสูตรในห้องเรียนกับความต้องการจริงของภาคอุตสาหกรรม จะเปลี่ยนความรู้ด้าน AI ให้กลายเป็นการจ้างงานที่มีมูลค่าสูง และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมสำหรับประเทศไทย” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว
ศธ. ให้อาชีวะเป็นด่านหน้า เตรียมคนพร้อมทำงาน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ประเทศที่พร้อมสำหรับ AI คือประเทศที่มีคนพร้อมที่สุด กระทรวงศึกษาธิการในฐานะต้นน้ำของการพัฒนากำลังคน จึงขับเคลื่อนหลักการ “AI in All, All in AI และ AI for All” ของรัฐบาล โดยวางพื้นฐานให้ผู้เรียน “คิดเป็น ใช้เป็น และรู้เท่าทัน”
โครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand จะต่อยอดความร่วมมือจากการสร้างทักษะ ไปสู่การเชื่อมทักษะเข้ากับงานจริง โดยให้อาชีวศึกษาเป็นด่านหน้าในการนำหลักสูตรและการรับรองทักษะ AI ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานเข้าสู่การเรียนการสอน
“ส่วนครูจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ดูแลให้ผู้เรียนทุกพื้นที่ ทั้งในเมืองและพื้นที่ห่างไกล เข้าถึงทักษะ AI ได้อย่างเท่าเทียม และพร้อมทำงานได้ตั้งแต่วันแรก” นายประเสริฐกล่าว
ไมโครซอฟท์ชูเส้นทางจากห้องเรียนสู่การทำงานจริง
มร.เควิน เฟรย์ รองประธาน และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างผลกระทบเชิงบวก Microsoft Elevate กล่าวว่า โอกาสจาก AI ต้องอาศัยการเสริมสร้างทักษะและความมั่นใจให้ผู้คนสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้นำทักษะเหล่านั้นไปใช้ในการทำงานจริง
“ไมโครซอฟท์มุ่งมั่นสนับสนุนผู้คนอย่างครบวงจร ‘จากห้องเรียน สู่มหาวิทยาลัย จนถึงการทำงานจริง’ (Classroom to Campus to Career) เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยและพันธมิตรทุกภาคส่วนผ่านโครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่โอกาสการจ้างงานจริงซึ่งมีคุณค่าสำหรับคนไทยทุกคน” มร.เควินกล่าว
AI เปลี่ยนทักษะงาน เร่งปิดช่องว่างความพร้อม
การเปิดตัวภาคีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยข้อมูลที่ไมโครซอฟท์นำเสนอระบุว่า LinkedIn ประเมินว่า ภายในปี 2573 ทักษะที่ใช้ในตำแหน่งงานส่วนใหญ่ประมาณ 70% จะเปลี่ยนแปลงไป โดยมี AI เป็นตัวเร่งสำคัญ ขณะที่ระหว่างปี 2566–2568 มีตำแหน่งงานทักษะสูงด้าน AI เกิดขึ้นทั่วโลกกว่า 1.3 ล้านตำแหน่ง
นอกจากนี้ ข้อมูลประกอบโครงการระบุว่า ผู้นำองค์กร 66% จะพิจารณารับผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจและทักษะการใช้ AI หรือ AI Literacy เข้าทำงานเท่านั้น สะท้อนบทบาทของทักษะดังกล่าวต่อโอกาสการจ้างงาน
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจาก JobsDB by SEEK ระบุว่า ตลาดแรงงานยังมีการแข่งขันสูง โดยยอดใบสมัครงานเพิ่มขึ้น 13% ขณะที่ประกาศรับสมัครงานระบุความต้องการทักษะ AI มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความพร้อมของผู้เรียนยังเป็นโจทย์สำคัญ รายงาน AI in Education ปี 2569 ของไมโครซอฟท์ ซึ่งสำรวจผู้ตอบแบบสอบถามใน 6 ประเทศ พบว่า นักเรียนและนักศึกษา 77% ยังไม่เคยได้รับการฝึกอบรม AI อย่างเป็นทางการ ขณะที่ผู้สอน 66% ต้องการให้สถาบันการศึกษาจัดอบรม AI ทุกเดือนหรือทุกไตรมาส ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าวเป็นข้อมูลต่างประเทศ ไม่ใช่ผลสำรวจเฉพาะประเทศไทย
โครงการจึงมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้สถาบันและระบบที่รองรับการพัฒนาทักษะ เพื่อให้ผู้เรียนและแรงงานสามารถนำความรู้ AI ไปใช้ได้จริง และต่อยอดสู่โอกาสทางอาชีพ
รวมภาคีรัฐ–การศึกษา–นายจ้าง–แพลตฟอร์มหางาน
พันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการจัดหางาน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ร่วมด้วยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ FTI สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย หรือ DCT แพลตฟอร์มหางาน JobsDB by SEEK ตลอดจน Generation Thailand และมูลนิธิกองทุนไทย
ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ระบุว่า ความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากการพัฒนาทักษะในประเทศไทยผ่านโครงการต่าง ๆ ซึ่งได้เสริมสร้างทักษะดิจิทัลและ AI ให้คนไทยแล้วกว่า 2.7 ล้านคนในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยโครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand จะเดินหน้าเชื่อมการเรียนรู้ การรับรองทักษะ และความต้องการของนายจ้าง เพื่อเปลี่ยนทักษะ AI ให้เป็นโอกาสการทำงานที่จับต้องได้







