thansettakij
thansettakij
ซีอีโอ Grab ดัน AI เพิ่มรายได้คนขับ-ร้านค้า เตือนคนไม่ปรับเสี่ยงถูกแย่งงาน

ซีอีโอ Grab ดัน AI เพิ่มรายได้คนขับ-ร้านค้า เตือนคนไม่ปรับเสี่ยงถูกแย่งงาน

14 ต.ค. 69 | 05:08 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ต.ค. 69 | 05:31 น.

Grab เดินหน้าผลักดัน AI ช่วยคนขับและร้านค้ารายย่อยเพิ่มรายได้ เผย Driver AI Coach ในไทยมีพาร์ตเนอร์คนขับใช้แล้วราว 1.2 แสนคน ขณะที่ My Merchant AI ช่วยเพิ่มรายได้ร้านค้า 10-15% พร้อมประกาศความร่วมมือกับ OpenAI เปิดให้พาร์ตเนอร์คนขับ พาร์ตเนอร์จัดส่ง และร้านค้ากว่า 30,000 รายใช้ ChatGPT Pro ฟรี ชี้คนทำงานที่ไม่เรียนรู้ AI อาจถูกคนที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเข้ามาแทนที่

KEY

POINTS

  • Grab พัฒนาเครื่องมือ AI เช่น Driver AI Coach และ My Merchant AI เพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้าสามารถวางแผนและบริหารจัดการธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้
  • บริษัทร่วมมือกับ OpenAI มอบสิทธิ์การใช้งาน ChatGPT Pro ฟรีแก่พาร์ทเนอร์กว่า 30,000 ราย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และนำ AI ไปต่อยอดสร้างโอกาสทางธุรกิจ
  • ซีอีโอ Grab เตือนว่าคนทำงานที่ไม่ปรับตัวเรียนรู้การใช้ AI มีความเสี่ยงที่จะถูกแทนที่โดยคนที่สามารถใช้เทคโนโลยีนี้เป็นประโยชน์ได้

นายแอนโทนี ตัน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Grab กล่าวบนเวทึ   CNN Global Perspectives: In Bangkok  หัวข้อ Can AI be Global ว่าการนำ AI มาใช้ในธุรกิจไม่ควรจำกัดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร แต่ต้องช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึงเทคโนโลยีและนำไปสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้ด้วย โดย Grab มีผู้ใช้ที่ทำธุรกรรมในแต่ละปีทั่วภูมิภาคประมาณ 138-139 ล้านคน และมุ่งนำ AI มาใช้สนับสนุนทั้งพาร์ตเนอร์คนขับและผู้ประกอบการรายย่อย ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลลัพธ์ทั้งด้านธุรกิจและสังคม

ซีอีโอ Grab ดัน AI เพิ่มรายได้คนขับ-ร้านค้า เตือนคนไม่ปรับเสี่ยงถูกแย่งงาน

Driver AI Coach ช่วยคนขับวางแผนเพิ่มรายได้

หนึ่งในตัวอย่างคือ Driver AI Coach ซึ่งเปิดให้บริการในประเทศไทยมาแล้วประมาณ 8-9 เดือนก่อนการขึ้นเวทีครั้งนี้ มีพาร์ทเนอร์คนขับในไทยประมาณ 120,000 คน ขณะที่ทั่วภูมิภาคมีพาร์ทเนอร์คนขับหลายล้านคน

เครื่องมือนี้ช่วยคนขับค้นหาโอกาสรับงาน วางแผนการทำงาน และคาดการณ์การใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ โดยเป้าหมายคือทำให้ AI เป็นเครื่องมือที่คนขับนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้เฉพาะผู้เชี่ยวชาญ

ซีอีโอ Grab ดัน AI เพิ่มรายได้คนขับ-ร้านค้า เตือนคนไม่ปรับเสี่ยงถูกแย่งงาน

ส่วน My Merchant AI ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยร้านค้ารายย่อยบริหารธุรกิจ เปรียบเสมือนมีประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) อยู่ในกระเป๋า ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงคำแนะนำด้านการเงินและการตลาดได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีทีมงานเฉพาะทางเหมือนธุรกิจขนาดใหญ่

จากงานศึกษาที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University), Harvard Business School และหน่วยงานอื่น ๆ พบว่าร้านค้าที่ใช้เครื่องมือนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 10-15%

พัฒนา AI ช่วยผู้พิการทางสายตา-ผู้สูงอายุ

Grab ยังนำ AI มาแก้ข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการของคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการทางสายตาและผู้สูงอายุในสิงคโปร์ บริษัทพบว่าระบบ AI ทั่วไปอาจเข้าใจภาษาอังกฤษแบบ Singlish ซึ่งเป็นรูปแบบการพูดที่ใช้กันในท้องถิ่นได้ไม่ดีนัก จึงรวบรวมข้อมูลเสียง Singlish จากประชาชนประมาณ 140,000 คน เพื่อนำมาฝึก AI ให้เข้าใจรูปแบบการพูดได้ดีขึ้น และช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเรียกรถด้วยเสียงได้สะดวกกว่าเดิม

สำหรับผู้สูงอายุ บริษัทกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อขยายแนวทางการใช้ AI ที่ช่วยให้คนกลุ่มนี้เดินทางได้อย่างมั่นใจและเป็นอิสระมากขึ้น ลดความจำเป็นในการพึ่งพาลูกหลานหรือสมาชิกในครอบครัวทุกครั้งที่ต้องเดินทาง

ปรับวัฒนธรรมองค์กร รับมือ AI เปลี่ยนโลกการทำงาน

นอกจากบริการสำหรับลูกค้าและพาร์ทเนอร์แล้ว Grab ยังปรับวิธีทำงานภายในองค์กร โดยเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน บริษัทหยุดการทำงานตามปกติชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานทั่วทั้งองค์กรทดลองสร้างผลงานด้วย Generative AI ในเวลาทำงาน ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรหรือพนักงานฝ่ายขายที่ไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิค

ช่วงเริ่มต้น พนักงานมากกว่า 47% กังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานของตน แต่หลังจากผ่านไป 9 สัปดาห์ พนักงานประมาณ 70-80% กลับมองว่า AI ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น สะท้อนความสำคัญของการเปิดโอกาสให้บุคลากรทดลองใช้และเรียนรู้เทคโนโลยีจริง แทนที่จะมอง AI เป็นเพียงภัยคุกคามต่ออาชีพ

แม้ไม่ได้มีพื้นฐานเป็นวิศวกร แต่แอนโทนีลงมือสร้าง My Merchant AI ร่วมกับทีม และระบุว่ามีสิทธิบัตรในชื่อของตนเอง นอกจากนี้ยังทดลองสร้างแดชบอร์ดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการใช้คำสั่งภาษาธรรมชาติและแนวทาง Vibe Coding ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ไม่ได้เขียนโค้ดเป็นอาชีพสามารถทดลองพัฒนาเครื่องมือได้

จับมือ OpenAI เปิด ChatGPT Pro ฟรีกว่า 3 หมื่นราย

ความร่วมมือกับ OpenAI เป็นอีกแนวทางที่ Grab ใช้ขยายโอกาสให้คนเข้าถึง AI โดยประกาศโครงการ Go Forward with AI เพื่อสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับ พาร์ทเนอร์จัดส่ง และร้านค้ากว่า 30,000 ราย ให้ใช้ ChatGPT Pro ได้ฟรี พร้อมส่งเสริมการฝึกอบรมและการนำ AI ไปใช้วางแผนการเงิน จัดทำงบประมาณ สร้างเครื่องมือทางการเงิน และค้นหาโอกาสสร้างรายได้เสริม

ตัวอย่างที่นำเสนอในเวทีคือพาร์ทเนอร์รายหนึ่งซึ่งมีรายได้จาก Grab มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำหลายเท่า และใช้ ChatGPT กับ Imagen สร้างคอนเทนต์ลง Instagram ในฐานะ Grab Creator โดยช่วยเพิ่มรายได้อีกประมาณ 20%

เตือนคนทำงานต้องเรียนรู้ AI ก่อนถูกแย่งงาน

ประเด็นสำคัญที่ แอนโทนี ฝากถึงคนทำงานคือ AI อาจไม่ใช่สิ่งที่จะเข้ามาแย่งงานโดยตรง แต่คนที่รู้จักและใช้ AI เป็นอาจเข้ามาแทนที่คนที่ไม่เรียนรู้หรือไม่ปรับตัว เขามองว่าการพัฒนาตัวเองต้องเริ่มจากความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ และการทำให้ดีขึ้นวันละ 1% เพื่อให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

ประสบการณ์จากการลงมือทำงานจริงยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าใจความต้องการของพาร์ทเนอร์ โดยเขาเคยสอบใบอนุญาตขับรถรับจ้างส่วนบุคคล (PDVL) ในสิงคโปร์และขับรถด้วยตัวเอง รวมถึงเคยส่งกาแฟล่าช้าจนถูกลูกค้าตำหนิ แม้จะซื้อกาแฟให้ชดเชย 2 แก้ว แต่ลูกค้าก็ยังไม่พอใจ เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ

อีกเหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจคือคนขับรายหนึ่งกล่าวขอบคุณที่เขาก่อตั้ง Grab พร้อมบอกว่า “You are a life giver” หรือเป็นผู้มอบชีวิตให้คนอื่น ซึ่งทำให้เขาเกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะเห็นว่างานของบริษัทสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้

เป้าหมายของการผลักดัน AI จึงไม่ได้มีเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการเปิดโอกาสให้คนขับ ผู้ส่งอาหาร และผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานและสร้างรายได้ เพื่อให้คนจำนวนมากมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจาก AI ได้มากขึ้น

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • AI
  • Grab
  • CNN