
OECD เตือนใช้ AI ลัดขั้นตอนคิด อาจบั่นทอนการเรียนรู้เด็ก
OECD เปิดผล PISA 2025 พบว่า นักเรียนที่ไม่ใช้แชตบอต AI ทำงานเรียนบางประเภท มีคะแนนวิทยาศาสตร์เฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่ใช้ โดยเฉพาะการใช้ AI สรุปเนื้อหาที่ได้รับมอบหมายให้อ่าน พร้อมเตือนว่า AI ต้องช่วยส่งเสริมกระบวนการคิด ไม่ใช่ทำงานแทนนักเรียน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า AI เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้คะแนนลดลง
KEY
POINTS
- OECD ระบุว่าการใช้ AI เพื่อลัดขั้นตอนการเรียนรู้ เช่น ให้สรุปเนื้อหาหรือทำการบ้านแทน อาจบั่นทอนทักษะการคิดวิเคราะห์และความเข้าใจของเด็ก
- AI ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยเสริมการเรียนรู้ เช่น สร้างแบบฝึกหัดหรือให้ข้อเสนอแนะ ไม่ใช่เครื่องมือที่มาทดแทนกระบวนการคิดของผู้เรียน
- การใช้ AI อย่างไม่เท่าทัน ประกอบกับทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ที่ลดลง เสี่ยงสร้างช่องว่างทางการศึกษาระหว่างนักเรียนที่ใช้ AI เป็นผู้ช่วยคิดกับผู้ที่ใช้เพื่อหาคำตอบสำเร็จรูป
รายงาน PISA 2025 Results (Volume I): Future-Ready Students จัดทำโดย องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD ) ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ AI กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีความซับซ้อน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ความถี่ในการใช้ ระดับความสามารถเดิมของนักเรียน และรูปแบบการจัดการเรียนการสอน
สำหรับการใช้ AI ในวัตถุประสงค์ทั่วไปเพื่อช่วยเรียน นักเรียนที่ใช้เป็นรายสัปดาห์มีคะแนนใกล้เคียงกับนักเรียนที่ไม่ใช้ ขณะที่กลุ่มที่ใช้ในระดับพอเหมาะมีแนวโน้มทำคะแนนสูงกว่ากลุ่มที่ใช้น้อยมากหรือใช้อย่างเข้มข้น
AI ต้องช่วยคิด ไม่ใช่คิดแทน
OECD ระบุว่า การเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากการรับเนื้อหาหรือคำตอบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ผู้เรียนต้องใช้ความพยายามทางความคิดกับข้อมูลใหม่ ผ่านการอ่าน ตั้งคำถาม วิเคราะห์ เชื่อมโยงข้อมูล ทดลองแก้ปัญหา และเรียนรู้จากข้อผิดพลาด
หากนำ AI มาใช้เพื่อให้ข้อเสนอแนะ สร้างแบบฝึกหัด อธิบายแนวคิดเพิ่มเติม หรือช่วยฝึกทักษะเฉพาะบุคคล เทคโนโลยีจะสามารถสนับสนุนการเรียนรู้ได้
แต่หากใช้ AI เพื่อข้ามขั้นตอน เช่น ให้สรุปบทเรียนโดยไม่อ่าน ตอบคำถามโดยไม่วิเคราะห์ หรือทำงานทั้งหมดแทนนักเรียน อาจลดโอกาสในการพัฒนาความเข้าใจและทักษะการแก้ปัญหาด้วยตนเอง
OECD จึงเสนอให้ AI ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือพยุงการเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องมือที่ผู้เรียนต้องพึ่งพาเพื่อให้ได้คำตอบ โดยต้องเพิ่มความพยายามในการเรียนรู้ของนักเรียน ไม่ใช่เข้ามาทดแทนกระบวนการคิด
เสี่ยงเกิดช่องว่างความรู้เท่าทัน AI
PISA 2025 พบว่า ภายในปี 2025 นักเรียนส่วนใหญ่ในหลายประเทศและเขตเศรษฐกิจนำแชตบอต AI เช่น ChatGPT มาใช้ทำงานในโรงเรียนแล้ว แต่มีนักเรียนเพียงประมาณ 1 ใน 5 ของประเทศ OECD ที่ใช้เป็นประจำเกือบทุกวัน
งานที่นักเรียนนำ AI มาใช้ครอบคลุมการสรุปเรื่องที่ต้องอ่าน การค้นคว้าเบื้องต้นเกี่ยวกับหัวข้อใหม่ การร่างงานเขียน และการใช้ AI เพื่อช่วยในการเรียน
นักเรียนที่ใช้ AI บ่อยและได้รับโอกาสพัฒนาความรู้เท่าทัน AI มีแนวโน้มทำคะแนนได้ดีกว่าเล็กน้อย แต่โอกาสดังกล่าวพบมากกว่าในกลุ่มนักเรียนที่ได้เปรียบทางเศรษฐกิจและสังคม
ความแตกต่างนี้อาจเพิ่มช่องว่างระหว่างนักเรียนที่สามารถใช้ AI เพื่อวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูล กับนักเรียนที่ใช้เทคโนโลยีเพียงเพื่อค้นหาคำตอบหรือทำงานแทนตนเอง
OECD ระบุว่า โรงเรียนต้องสอนให้นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบจาก AI ค้นหาอคติ เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง และตัดสินใจว่างานประเภทใดควรหรือไม่ควรมอบหมายให้ AI ทำ
ทักษะอ่านยุค AI ลดลง
PISA 2025 พบว่า ระหว่างปี 2018-2025 คะแนนการอ่านลดลงในประมาณ 3 ใน 4 ของระบบการศึกษาที่มีข้อมูลเปรียบเทียบได้ ขณะที่คะแนนเฉลี่ยของประเทศ OECD ลดลง 25 คะแนน หรือมากกว่าพัฒนาการเรียนรู้เฉลี่ยหนึ่งปี
ทักษะที่ลดลง ได้แก่ การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล การเชื่อมโยงเนื้อหาจากหลายแหล่ง และการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่อสิ่งที่อ่าน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่อการตรวจสอบข้อมูลและคำตอบที่สร้างโดย AI
สัดส่วน “นักอ่านที่เร่งรีบ” ซึ่งอ่านเนื้อหาอย่างรวดเร็วและตอบคำถามผิด เพิ่มจาก 6.6% ในปี 2018 เป็น 11.4% ในปี 2025 หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
รายงานระบุว่า ทักษะการอ่านเริ่มลดลงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 จึงยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้อย่างชัดเจน แต่การอ่านเพื่อความเพลิดเพลินที่ลดลง รวมถึงพฤติกรรมอ่านบนหน้าจอแบบกวาดสายตาและเลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว อาจกระทบต่อความสามารถในการอ่านเนื้อหาซับซ้อนและการคิดเชิงลึก
ใช้ดิจิทัลมากเกินไปสัมพันธ์กับคะแนนลดลง
การใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการเรียนในระดับพอเหมาะ มีความสัมพันธ์กับคะแนนวิทยาศาสตร์ที่สูงกว่าทั้งกลุ่มที่ไม่ใช้และกลุ่มที่ใช้ในระดับสูงมาก
ในทางกลับกัน การใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อความบันเทิงในโรงเรียนนานกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน มีความสัมพันธ์กับคะแนนวิทยาศาสตร์ที่ลดลง
นักเรียนเฉลี่ย 28% ในประเทศ OECD รายงานว่า เพื่อนร่วมชั้นเสียสมาธิจากสมาร์ทโฟน เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ระหว่างเรียนวิทยาศาสตร์เกือบทุกคาบหรือทุกคาบ
โรงเรียนที่ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือหรือมีแนวทางใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในแต่ละวิชาอย่างชัดเจน มีสัดส่วนนักเรียนรายงานปัญหาเสียสมาธิน้อยกว่า แต่ OECD ระบุว่า ยังไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนว่านโยบายดังกล่าวช่วยเพิ่มคะแนนวิทยาศาสตร์
เด็กไทยอ่านฟื้น แต่ยังห่าง OECD 69 คะแนน
นักเรียนไทยมีคะแนนการอ่าน PISA 2025 เฉลี่ย 392 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนนจากปี 2022 แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ซึ่งอยู่ที่ 461 คะแนน รวม 69 คะแนน
นักเรียนไทยมีสัดส่วนคำตอบด้านการอ่านที่ตอบอย่างรวดเร็วแต่ไม่ถูกต้องเฉลี่ย 10.8% สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ที่ 8.9%
ด้านวิทยาศาสตร์ นักเรียนไทยได้ 432 คะแนน เพิ่มขึ้น 23 คะแนนจากปี 2022 ส่วนคณิตศาสตร์ได้ 407 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน สวนทางกับค่าเฉลี่ย OECD ซึ่งคะแนนวิทยาศาสตร์ลดลง 3 คะแนน การอ่านลดลง 14 คะแนน และคณิตศาสตร์ลดลง 9 คะแนน
ขณะเดียวกัน นักเรียนไทย 36.9% มีผลประเมินต่ำกว่าระดับพื้นฐานพร้อมกันทั้งวิทยาศาสตร์ การอ่าน และคณิตศาสตร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ซึ่งอยู่ที่ 19.7%







