thansettakij
thansettakij
ทรูยกระดับโครงข่ายรับมรสุม ใช้ AI คาดการณ์สถานีฐานเสี่ยงน้ำท่วม

ทรูยกระดับโครงข่ายรับมรสุม ใช้ AI คาดการณ์สถานีฐานเสี่ยงน้ำท่วม

01 ก.ย. 69 | 04:33 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ย. 69 | 04:48 น.

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับแผนรับมือฝนตกหนักและอุทกภัยทั่วประเทศ นำ AI และ Predictive Analytics วิเคราะห์ข้อมูลน้ำท่วม สภาพอากาศ ระดับน้ำ และโครงข่าย คาดการณ์พื้นที่และสถานีฐานเสี่ยงล่วงหน้า พร้อมติดตั้ง Flooding Sensor เตรียมระบบไฟสำรอง รถ COW และทีมวิศวกรปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง

KEY

POINTS

  • ทรูใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลน้ำท่วมย้อนหลัง 5 ปีร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศ เพื่อคาดการณ์และประเมินความเสี่ยงของสถานีฐานที่อาจได้รับผลกระทบ
  • เตรียมมาตรการป้องกันสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า เช่น ย้ายอุปกรณ์ขึ้นที่สูง ติดตั้งเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำ และเตรียมระบบไฟฟ้าสำรอง
  • จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ (BNIC) เพื่อเฝ้าระวังโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมทีมวิศวกรพร้อมอุปกรณ์เคลื่อนที่เร็วสำหรับเข้าแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

สถานการณ์ฝนตกหนักและความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องเร่งยกระดับความพร้อมของโครงข่าย ล่าสุด ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้าแนวทางบริหารเครือข่ายเชิงคาดการณ์และป้องกันล่วงหน้า หรือ Predictive and Preventive Network Resilience เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและเตรียมรับมือก่อนเกิดเหตุ

ทรูนำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลน้ำท่วมย้อนหลัง 5 ปี ร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศ ระดับน้ำ และข้อมูลสถานีฐาน เพื่อประเมินพื้นที่ที่มีโอกาสได้รับผลกระทบ พร้อมจัดลำดับความสำคัญของสถานีฐานที่ต้องเฝ้าระวัง รวมถึงเตรียมกำลังคนและอุปกรณ์เข้าแก้ไขสถานการณ์ล่วงหน้า

เร่งสำรวจสถานีฐาน-ติดตั้งเซ็นเซอร์

ทรูยกระดับโครงข่ายรับมรสุม ใช้ AI คาดการณ์สถานีฐานเสี่ยงน้ำท่วม

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมสถานีฐานทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วม พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือจุดที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น พร้อมติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำ หรือ Flooding Sensor และ CCTV ในจุดเฝ้าระวัง เพื่อให้ทีมวิศวกรติดตามสถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง

 

 

สำหรับสถานีฐานที่มีความเสี่ยง ทรูเตรียมมาตรการป้องกันแตกต่างกันตามระดับความเสี่ยง ทั้งการย้ายอุปกรณ์ขึ้นที่สูงประมาณ 2–3 เมตร หรือสูงกว่าระดับน้ำที่คาดการณ์ การสร้างฐานยกระดับและกำแพงป้องกันน้ำ ตลอดจนเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อให้สถานีฐานสามารถให้บริการได้ต่อเนื่อง

ทรูยกระดับโครงข่ายรับมรสุม ใช้ AI คาดการณ์สถานีฐานเสี่ยงน้ำท่วม

นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การรับมือภัยพิบัติจะไม่ใช่การรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าแก้ไข แต่ต้องใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมองเห็นความเสี่ยงล่วงหน้า โดยนำข้อมูลจากพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มาวิเคราะห์ร่วมกับสภาพอากาศ ระดับน้ำ และข้อมูลสถานีฐาน เพื่อประเมินสถานการณ์และจัดสรรกำลังคนและอุปกรณ์ไว้ล่วงหน้า

AI จำลองผลกระทบโครงข่าย

อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการนำ AI และ Predictive Analytics มาจำลองผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับโครงข่าย เช่น กรณีไฟฟ้าดับต่อเนื่อง ระบบสามารถประเมินว่าสถานีฐานใดจะได้รับผลกระทบ ระยะเวลาที่สถานีจะสามารถให้บริการต่อได้ รวมถึงประเมินการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณและขีดความสามารถในการรองรับการใช้งาน

ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำมาใช้กำหนดลำดับความสำคัญในการส่งทีมวิศวกรและอุปกรณ์เข้าเสริมโครงข่าย เพื่อลดระยะเวลาการหยุดชะงักและผลกระทบต่อผู้ใช้งาน

ทรูยกระดับโครงข่ายรับมรสุม ใช้ AI คาดการณ์สถานีฐานเสี่ยงน้ำท่วม

ขณะเดียวกัน ทรูเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เชื้อเพลิง แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าสำรอง อุปกรณ์โครงข่าย รวมถึงรถโมบายล์สถานีฐานเคลื่อนที่ หรือ Cell-on-Wheel (COW) เพื่อใช้เสริมสัญญาณในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเตรียมเรือท้องแบนและรถขับเคลื่อนสี่ล้อสำหรับเข้าถึงพื้นที่ฉุกเฉิน

โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสถานีฐานสำคัญ หรือ Critical Cell Sites ที่รองรับโรงพยาบาล สนามบิน ศูนย์บัญชาการ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ พร้อมประสานงานกับสำนักงาน กสทช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

BNIC เฝ้าระวังโครงข่าย 24 ชั่วโมง

ด้านศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ หรือ Business Network Intelligence Center (BNIC) ทำหน้าที่ติดตามสถานะโครงข่ายและข้อมูลจากสถานีฐานทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ AI วิเคราะห์ความผิดปกติและสัญญาณความเสี่ยง เมื่อพบแนวโน้มที่จะเกิดปัญหา จะประสานทีมวิศวกรภาคสนามเข้าดำเนินการทันที

นายธงชัย ขวัญพุฒ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาโครงข่ายและการปฏิบัติงานภาคสนาม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทนำบทเรียนจากเหตุการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ทั้งเชียงราย หาดใหญ่ และล่าสุดน่าน มาปรับแผนป้องกันและเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยง โดยใช้ AI และข้อมูลแบบเรียลไทม์ประกอบการคาดการณ์ ควบคู่กับการเตรียมโครงข่าย ทีมวิศวกร ระบบไฟฟ้าสำรอง และอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานในทุกภูมิภาค

ทั้งนี้ เมื่อเกิดภัยพิบัติ รูปแบบการใช้งานเครือข่ายอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณศูนย์พักพิง โรงพยาบาล และศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ทรูจึงติดตามทั้งสถานะโครงข่ายและปริมาณการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เพื่อพิจารณาเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่าย หรือส่งสถานีฐานเคลื่อนที่เข้าเสริมในจุดที่มีความต้องการใช้งานสูง

การเตรียมความพร้อมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา วันที่ 1 กันยายน 2569 ที่เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในประเทศไทย จากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ซึ่งอาจทำให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นและเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง