
SomapaIT ดัน AI Risk Scoring คัดกรองผู้เดินทาง ปักธง Smart Border โลก
SomapaIT ต่อยอดความเชี่ยวชาญ Border Management กว่า 30 ปี พัฒนา AI Risk Scoring จากข้อมูลจริงระดับ พันล้านธุรกรรม ช่วยเจ้าหน้าที่คัดกรองความเสี่ยงผู้เดินทาง พร้อมขยายเทคโนโลยีไทยสู่ตลาดโลก
KEY
POINTS
- บริษัท SomapaIT พัฒนาระบบ AI Risk Scoring เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในการประเมินความเสี่ยงและคัดกรองผู้เดินทาง
- เทคโนโลยี AI ดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ที่สั่งสมมากว่า 30 ปี และข้อมูลการเดินทางจริงระดับพันล้านรายการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์
- ระบบ AI Risk Scoring เป็นส่วนหนึ่งของโซลูชัน Smart Border ที่ครอบคลุมกระบวนการเดินทางทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนเดินทางจนถึงออกจากประเทศ
- บริษัทตั้งเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีบริหารจัดการชายแดนของไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อยกระดับสู่มาตรฐาน Smart Border ในระดับโลก
บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SomapaIT เดินหน้าขยายบทบาทจากผู้พัฒนาเทคโนโลยีบริหารจัดการการผ่านแดนและระบบข้อมูลผู้โดยสารของไทย สู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้าน Border Management ในตลาดต่างประเทศ พร้อมนำองค์ความรู้ที่สะสมมากว่า 30 ปี พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงและสนับสนุนการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
จากระบบไทยสู่ Border Management ระดับโลก
นายศุภประเสริฐ วงศ์สุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน SomapaIT เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีของไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบริหารจัดการการผ่านแดน หรือ Border Management Technology รวมถึงระบบข้อมูลผู้โดยสาร โดยได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานภาครัฐและท่าอากาศยานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ระบบที่บริษัทพัฒนามีการเชื่อมต่อกับสายการบินมากกว่า 200 สายการบิน และรองรับการคัดกรองข้อมูลผู้โดยสารมากกว่า 100 ล้านคนต่อปี ทำให้บริษัทมีทั้งองค์ความรู้เฉพาะด้านและข้อมูลจากธุรกรรมจริงในระดับหลายพันล้านรายการ ซึ่งถูกนำมาต่อยอดในการพัฒนาระบบรุ่นใหม่
นอกเหนือจากโครงการหลักในประเทศไทย SomapaIT ยังขยายการดำเนินงานไปยังต่างประเทศ โดยใน สปป.ลาว บริษัทได้พัฒนาระบบ Advance Passenger Processing System (APPS) และ Passenger Name Records (PNR) ให้แก่ภาครัฐ เพื่อยกระดับกระบวนการบริหารข้อมูลและตรวจสอบผู้โดยสารล่วงหน้า
ขณะที่ปาปัวนิวกินี บริษัทได้พัฒนาระบบ Multi-Agency Digital Arrival Solution (PNGDAC) ซึ่งเปิดให้หลายหน่วยงานสามารถนำข้อมูลมาใช้ร่วมกันในการบริหารจัดการผู้เดินทาง ส่วนสาธารณรัฐไลบีเรีย บริษัทได้พัฒนาระบบบริหารจัดการการเข้า–ออกประเทศ หรือ Entry/Exit System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารชายแดนและสนับสนุนด้านความมั่นคง
ศักยภาพดังกล่าวทำให้ SomapaIT ได้รับ ASOCIO Global Business Service Award จากสภาอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์เอเชียโอเชียเนีย รวมถึงได้รับหนังสือประกาศเกียรติคุณจากรัฐบาล สปป.ลาว จากผลการดำเนินงานตามมาตรฐานธุรกิจ สะท้อนการยอมรับบริษัทเทคโนโลยีไทยในระดับนานาชาติ
ปั้น AI Risk Scoring ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ ตม.
อีกก้าวสำคัญของ SomapaIT คือการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารจัดการชายแดน โดยบริษัทนำองค์ความรู้เฉพาะทางที่สะสมมานานกว่า 30 ปี มาพัฒนาและฝึก AI เพื่อให้เข้าใจบริบทของการตรวจคนเข้าเมืองและความมั่นคงโดยเฉพาะ
หนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาคือ AI Risk Scoring ระบบประเมินความเสี่ยงของผู้เดินทางเข้า–ออกประเทศ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองและตัดสินใจ
นายศุภประเสริฐ เปรียบเทียบแนวคิดของระบบดังกล่าวกับการทำ Risk Scoring ในภาคการเงิน ที่ธนาคารใช้ข้อมูลหลายด้านประกอบการพิจารณาความเสี่ยงของผู้ขอสินเชื่อ แต่กรณีของการเดินทางระหว่างประเทศมีความซับซ้อนมากกว่า เพราะเกี่ยวข้องทั้งพฤติกรรมการเดินทาง ข้อมูลผู้โดยสาร เอกสาร และปัจจัยด้านความมั่นคงจำนวนมาก
ที่ผ่านมา การคัดกรองผู้เดินทางต้องอาศัยประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประกอบกับข้อมูลและเอกสารเป็นสำคัญ แต่ AI Risk Scoring จะเข้ามาเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการประมวลผลข้อมูลและจัดระดับความเสี่ยง เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่พิจารณาผู้เดินทางได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในช่วงก่อนเดินทาง ขณะเดินทางเข้าประเทศ ระหว่างพำนัก และก่อนออกจากประเทศ
อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขได้ว่า AI Risk Scoring มีความแม่นยำในระดับใด เนื่องจากประสิทธิภาพของ AI ขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูลและกระบวนการฝึกระบบอย่างต่อเนื่อง จึงควรมองเทคโนโลยีนี้ในฐานะเครื่องมือสนับสนุนเจ้าหน้าที่ มากกว่าการนำ AI มาทดแทนกระบวนการตัดสินใจทั้งหมด
“AI จะฉลาดและแม่นยำได้ ต้องเกิดจากผู้ถ่ายทอดที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์จริง รวมถึงข้อมูลที่นำมาให้ AI เรียนรู้ก็มีความสำคัญอย่างมาก AI ของเราเรียนรู้จากข้อมูลจริงในระดับ Billion Transactions”
วาง Smart Border ครบวงจรตั้งแต่ก่อนเดินทางถึงออกนอกประเทศ
AI Risk Scoring ยังถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลไกเบื้องหลังของ Smart Border Solution ที่ SomapaIT พัฒนาขึ้น โดยมีระบบย่อยมากกว่า 30 โมดูล ครอบคลุมกระบวนการเดินทางในหลายช่วงตั้งแต่ก่อนเดินทางจนกระทั่งผู้เดินทางออกจากประเทศ
เริ่มจากช่วง Pre-Travel เช่น ระบบ e-Visa และการเตรียมข้อมูลก่อนการเดินทาง ต่อด้วยกระบวนการตรวจสอบผู้โดยสารล่วงหน้าและ Virtual Border ก่อนถึงประเทศปลายทาง
เมื่อผู้โดยสารเดินทางมาถึง ระบบจะครอบคลุมกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ไม่ว่าจะเป็น Biometrics, AutoGate รวมถึงระบบสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่หลังบ้าน
จากนั้นในช่วง In-Country ระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพำนัก การเดินทางภายในประเทศ รวมถึงการตรวจสอบกรณีอยู่เกินกำหนด หรือ Overstay ก่อนเชื่อมต่อไปถึงขั้นตอนการเดินทางออกจากประเทศ
แนวทางดังกล่าวทำให้ Border Management ไม่ได้เริ่มต้นที่เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองอีกต่อไป แต่ขยายออกไปตั้งแต่ก่อนบุคคลออกเดินทาง และดำเนินต่อเนื่องตลอดวงจรของการเดินทาง
เล็งประเทศกำลังพัฒนา ตลาดใหม่เทคโนโลยีไทย
สำหรับโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศ นายศุภประเสริฐ มองว่า ตลาด Border Management ยังมีโอกาสในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่ต้องการผู้ให้บริการซึ่งสามารถเข้ามา พัฒนาระบบ บริหารระบบ และถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้กับหน่วยงานในประเทศได้ครบวงจร
ประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบของตนเองอยู่แล้ว ขณะที่อีกหลายประเทศยังอยู่ระหว่างการยกระดับระบบตรวจคนเข้าเมืองและความมั่นคงชายแดน จึงเป็นกลุ่มตลาดที่ SomapaIT ให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจในระยะต่อไป
บริษัทจะยังคงโฟกัสธุรกิจด้าน Border Management ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลัก โดยมองว่าการแข่งขันในธุรกิจเทคโนโลยีเฉพาะทางจำเป็นต้องทั้งปรับตัวเร็วและรักษามาตรฐานระดับสากลไปพร้อมกัน
30 ปี SomapaIT จากเทคโนโลยีไทยสู่ตลาดโลก
ดร.นำโชค โสมาภา ผู้ก่อตั้ง บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเดินทางตลอด 30 ปีของบริษัทเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สามารถเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสและผลักดันให้องค์กรเติบโตได้
จุดเริ่มต้นของ SomapaIT มาจากความตั้งใจที่จะสร้างเทคโนโลยีของคนไทยเพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ ก่อนพัฒนาไปสู่ระบบบริหารจัดการการผ่านแดนและระบบตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคง และนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปสร้างความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ
แนวคิด “Breaking Through the Global” ในมุมของบริษัทจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการนำธุรกิจออกไปสร้างรายได้ในต่างประเทศ แต่หมายถึงการยกระดับนวัตกรรมของไทยให้ได้รับความเชื่อมั่นในระดับสากล ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสร้างคุณค่าร่วมให้กับประเทศและสังคม
“เราไม่ได้สร้างเทคโนโลยีเพื่อให้โลกจดจำชื่อของเรา แต่เราสร้างเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้คน ประเทศ และโลกใบนี้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และเชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น” ดร.นำโชค กล่าว







