thansettakij
thansettakij
สำนักพิมพ์ยักษ์ฟ้อง Meta ปมใช้ข้อมูลข่าวฝึก AI Llama แตะ 30 ล้านล้านรายการ

สำนักพิมพ์ยักษ์ฟ้อง Meta ปมใช้ข้อมูลข่าวฝึก AI Llama แตะ 30 ล้านล้านรายการ

30 ก.ค. 69 | 04:40 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ค. 69 | 04:44 น.

สำนักพิมพ์รายใหญ่ของโลกยื่นฟ้อง Meta กล่าวหานำหนังสือและบทความวิชาการที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกโมเดล AI "Llama" โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ข้อมูลจาก Epoch AI ระบุว่า Llama ใช้ข้อมูลฝึกเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แตะ 30 ล้านล้านรายการ สะท้อนการแข่งขันด้าน AI ที่ต้องพึ่งพาข้อมูลขนาดมหาศาล ท่ามกลางข้อพิพาทลิขสิทธิ์ที่ทวีความเข้มข้นทั่วโลก

KEY

POINTS

  • กลุ่มสำนักพิมพ์ชั้นนำของโลกยื่นฟ้อง Meta ในคดีแบบกลุ่ม ข้อหานำหนังสือและบทความที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกโมเดล AI Llama โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ข้อมูลที่ใช้ในการฝึก AI Llama เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จาก 1.4 ล้านล้านรายการในรุ่นแรก พุ่งสูงถึง 30 ล้านล้านรายการในเวอร์ชันล่าสุด
  • คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มการฟ้องร้องบริษัทเทคโนโลยี AI ทั่วโลกในประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งอาจกลายเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สำคัญในอนาคต

Meta กำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎหมายครั้งใหม่ หลังกลุ่มสำนักพิมพ์ชั้นนำของโลกยื่นฟ้องบริษัทในคดีแบบกลุ่ม (Class Action) โดยกล่าวหาว่านำหนังสือและบทความวิชาการที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Llama โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์

ผู้ฟ้องประกอบด้วยสำนักพิมพ์ด้านการศึกษาและวิชาการรายใหญ่ ได้แก่ Elsevier, Cengage, Hachette, Macmillan และ McGraw Hill ร่วมกับนักเขียนรายหนึ่ง โดยระบุว่า Meta นำผลงานที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้พัฒนา AI โดยไม่ได้ขออนุญาตหรือทำข้อตกลงกับเจ้าของสิทธิ์

ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เขตแมนฮัตตัน ได้กำหนดนัดไต่สวนคดีครั้งแรกในวันที่ 15 กันยายน ซึ่งคดีนี้ถูกจับตาว่าอาจเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการตีความกฎหมายลิขสิทธิ์ในยุค AI

 

Llama ใช้ข้อมูลฝึกพุ่งจาก 1.4 ล้านล้าน สู่ 30 ล้านล้านรายการ

ข้อมูลจาก Epoch AI ชี้ให้เห็นว่า การแข่งขันพัฒนาโมเดล AI ทำให้บริษัทเทคโนโลยีต้องใช้ข้อมูลสำหรับฝึกระบบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Meta เปิดตัว Llama รุ่นแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 โดยใช้ข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน (Unique Data Points) ราว 1.4 ล้านล้านรายการ จากนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านล้านรายการ ในช่วงกลางปี 2567 และพุ่งแตะ 30 ล้านล้านรายการ ในโมเดลเวอร์ชันล่าสุดที่เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2568

แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ Meta เท่านั้น โดย DeepSeek จากจีน ก็เพิ่มปริมาณข้อมูลฝึกจาก 3.2 ล้านล้านรายการ ในเดือนมิถุนายน 2567 เป็น 14.8 ล้านล้านรายการ ในโมเดลรุ่นใหม่ที่เปิดตัวช่วงต้นปี 2568

การขยายตัวของชุดข้อมูลฝึกสะท้อนการแข่งขันด้าน AI ที่มุ่งยกระดับความสามารถของโมเดล แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เพิ่มแรงกดดันต่อประเด็นการเข้าถึงและการใช้ข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์

 

คดีลิขสิทธิ์ AI เพิ่มขึ้นทั่วโลก

คดีของ Meta เป็นเพียงหนึ่งในหลายคดีที่บริษัทเทคโนโลยีกำลังเผชิญจากการนำข้อมูลไปใช้ฝึกโมเดล AI โดย Reuters รายงานว่า ปัจจุบันมีนักเขียน สำนักข่าว ศิลปิน และผู้สร้างสรรค์ผลงานจำนวนมากทยอยยื่นฟ้องบริษัทผู้พัฒนา AI ด้วยข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน

หนึ่งในคดีที่ได้รับความสนใจคือ การฟ้องร้องของนักแสดงตลก Sarah Silverman พร้อมด้วยนักเขียน Richard Kadrey และ Christopher Golden ที่ยื่นฟ้อง Meta ในรัฐแคลิฟอร์เนีย อย่างไรก็ตาม ศาลแขวงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนมิถุนายนว่า กลุ่มผู้ฟ้องยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า Meta นำผลงานไปใช้เกินขอบเขตของหลัก Fair Use หรือการใช้งานโดยชอบธรรม จึงยกฟ้องในชั้นต้น ก่อนที่ผู้ฟ้องจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน

อีกคดีที่ถูกจับตาคือกรณีของ Anthropic ผู้พัฒนาโมเดล AI Claude ซึ่งศาลเห็นว่า การนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ถือเป็นการใช้งานเชิงแปรสภาพ (Transformative Use) ที่อาจได้รับความคุ้มครองภายใต้หลัก Fair Use

อย่างไรก็ตาม ศาลยังวินิจฉัยว่า การที่บริษัทจัดเก็บสำเนาหนังสือเถื่อนมากกว่า 7 ล้านเล่ม ไว้ในฐานข้อมูล ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และอาจนำไปสู่การกำหนดบทลงโทษหรือค่าปรับในภายหลัง

ศึกข้อมูล AI ยังเป็นโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรม

การเติบโตของโมเดล AI ทำให้ความต้องการข้อมูลฝึกเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์และสิทธิของเจ้าของผลงานกลายเป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรม

ผลของคดีที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่เพียงส่งผลต่อ Meta เท่านั้น แต่ยังอาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการพัฒนา AI ทั่วโลก ว่าบริษัทเทคโนโลยีสามารถนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ฝึกโมเดลได้มากน้อยเพียงใด และต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดในอนาคต

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • AI
  • Meta
  • Llama