
ซัมซุง เปิดแว่นตาอัจฉริยะ AI ผนึก Google-Gentle Monster ขยาย Galaxy Ecosystem
ซัมซุง เปิดเกมรุกตลาดอุปกรณ์สวมใส่ เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะบนแพลตฟอร์ม Android XR ดึง Gemini เป็นผู้ช่วย AI แบบเรียลไทม์ จับมือ Gentle Monster และ Warby Parker พัฒนาดีไซน์ หวังผลักดัน Galaxy Ecosystem จากสมาร์ทโฟนสู่การใช้งานแบบแฮนด์ฟรีในชีวิตประจำวัน
KEY
POINTS
- ซัมซุงเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ AI โดยร่วมมือกับ Google และแบรนด์แว่นตา Gentle Monster เพื่อขยายระบบนิเวศของ Galaxy
- แว่นตาทำงานบนแพลตฟอร์ม Android XR และใช้ AI Gemini ของ Google เป็นผู้ช่วยส่วนตัว สามารถวิเคราะห์สิ่งที่ผู้ใช้มองเห็นและตอบสนองตามบริบท
- ด้านการออกแบบได้ร่วมมือกับ Gentle Monster และ Warby Parker เพื่อให้มีรูปลักษณ์เหมือนแว่นตาที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ดูเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีมากเกินไป
ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ในงาน Galaxy Unpacked ที่กรุงลอนดอน นับเป็นการขยายพอร์ตอุปกรณ์ภายใน Galaxy Ecosystem จากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ทวอทช์ และหูฟัง ไปสู่อุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นแกนหลัก
แว่นตารุ่นดังกล่าวพัฒนาบนแพลตฟอร์ม Android XR ภายใต้ความร่วมมือกับ Google พร้อมติดตั้ง Gemini เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว สามารถประมวลผลข้อมูลจากภาพที่ผู้ใช้มองเห็น ตำแหน่งที่ตั้ง และบริบทของกิจกรรมในขณะนั้น
วางแว่น AI เป็นจุดเชื่อมต่อใหม่
วอน-จุน ชเว ประธานและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจ Mobile eXperience หรือ MX ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ระบุว่า การเข้าสู่ยุค Agentic AI ทำให้อุปกรณ์ต้องสามารถเข้าใจและตอบสนองต่อบริบทของผู้ใช้ได้มากขึ้น
ซัมซุงจึงวางตำแหน่งแว่นตาอัจฉริยะให้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้กับ AI โดยช่วยจัดการงานในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาใช้งานทุกครั้ง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันของผู้ผลิตเทคโนโลยีที่กำลังย้าย AI ออกจากหน้าจอสมาร์ทโฟน ไปสู่อุปกรณ์ที่ติดตามตัวผู้ใช้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถรับรู้ทั้งภาพ เสียง และตำแหน่งแบบเรียลไทม์
แว่นตาอัจฉริยะของซัมซุงสามารถสรุปข้อความ อ่านข้อมูลสำคัญ แปลภาษา และรับคำสั่งผ่านเสียงหรือการสัมผัส ผู้ใช้จึงยังสามารถมองและทำกิจกรรมตรงหน้าได้ตามปกติ
ใช้ Snapdragon AR1 แบตเตอรี่สูงสุด 9 ชั่วโมง
ด้านฮาร์ดแวร์ แว่นตาอัจฉริยะใช้ชิป Snapdragon AR1 Gen1 Platform ซึ่งออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์แว่นตาและระบบประมวลผลภาพ รองรับการทำงานของ AI แบบเรียลไทม์ การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น และการบริหารพลังงานภายในกรอบแว่นขนาดกะทัดรัด
ตัวแว่นมีกล้องสำหรับบันทึกภาพจากมุมมองของผู้ใช้ เพื่อส่งข้อมูลให้ระบบ AI วิเคราะห์และนำไปใช้กับคำสั่งหรือกิจกรรมต่าง ๆ
ซัมซุงระบุว่า แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้สูงสุด 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขณะที่เคสชาร์จสามารถเติมพลังงานให้ตัวแว่นได้สูงสุด 7 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเรื่องราคา กำหนดการวางจำหน่าย และประเทศที่จะเริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการ
Gemini วิเคราะห์สิ่งที่ผู้ใช้มองเห็น
ความร่วมมือกับ Google ถือเป็นส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ โดย Gemini จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย AI ที่สามารถตอบคำถามจากสิ่งที่ผู้ใช้กำลังมองเห็น และเชื่อมโยงข้อมูลกับตำแหน่งหรือกิจกรรมในขณะนั้น
ซาเมียร์ ซามัต ประธานฝ่าย Android Ecosystem ของ Google กล่าวว่า Google และซัมซุงมีเป้าหมายร่วมกันในการนำ AI ที่เข้าใจสภาพแวดล้อมและบริบทมาใช้ในชีวิตประจำวัน
การพัฒนาบน Android XR ทำให้แว่นตาสามารถเชื่อมต่อกับบริการและอุปกรณ์ภายในระบบ Android รวมถึงรองรับการโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติผ่าน Gemini
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ การสอบถามเส้นทาง ค้นหาสถานที่ ขอข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งรอบตัว หรือแปลบทสนทนาแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลโดยไม่ต้องละสายตาจากสภาพแวดล้อมตรงหน้า
บันทึกไวท์บอร์ด จัดข้อมูลลง Notes
แว่นตายังรองรับการบันทึกภาพและข้อมูลจากสิ่งที่ผู้ใช้มองเห็น เช่น ข้อความบนไวท์บอร์ดในการประชุม ก่อนนำข้อมูลไปจัดระเบียบลงใน Notes เพื่อใช้ทบทวนหรือแบ่งปันต่อ
ระบบผู้ช่วย AI สามารถจดจำบริบทของงานและเชื่อมโยงข้อมูลจากคำสั่งก่อนหน้า ทำให้ผู้ใช้สามารถกลับมาทำงานต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มอธิบายข้อมูลใหม่ทั้งหมด
อีกหนึ่งฟังก์ชันคือการแชร์ภาพแบบเรียลไทม์ ผู้ใช้สามารถส่งภาพจากมุมมองของตนเองให้คู่สนทนาดูระหว่างการโทร หรือบันทึกภาพและวิดีโอในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยยังคงใช้มือทำกิจกรรมอื่นได้
ฟีเจอร์ดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ทั้งในงานประชุม การซ่อมบำรุง การฝึกอบรม การเดินทาง และการสื่อสารระยะไกล แต่ในอีกด้านหนึ่ง การติดตั้งกล้องบนแว่นตายังคงเป็นประเด็นที่ผู้ผลิตต้องสร้างความชัดเจนด้านความเป็นส่วนตัวและการแจ้งเตือนเมื่อมีการบันทึกภาพ
ดึง Gentle Monster-Warby Parker แก้โจทย์ดีไซน์
นอกจากการแข่งขันด้าน AI แล้ว ซัมซุงยังพยายามแก้โจทย์สำคัญของตลาดแว่นตาอัจฉริยะ คือ รูปลักษณ์ น้ำหนัก และความสบายในการสวมใส่
บริษัทจึงนำความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์มาผสานกับงานออกแบบของ Gentle Monster และ Warby Parker เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถใช้เป็นแว่นตาในชีวิตประจำวัน ไม่จำกัดอยู่เฉพาะผู้ใช้เทคโนโลยี
รุ่นที่พัฒนาร่วมกับ Gentle Monster ใช้กรอบสีดำทรงเพรียวบาง ขอบด้านบนเป็นเส้นตรงและขอบด้านล่างโค้งมน เน้นภาพลักษณ์ร่วมสมัย
ส่วนรุ่น Warby Parker ใช้กรอบสีน้ำตาลเข้มและเส้นขอบคิ้วยกขึ้นเล็กน้อย เน้นรูปทรงคลาสสิกที่สามารถสวมใส่ได้หลายโอกาส
ซัมซุงระบุว่า ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อปรับรายละเอียดบริเวณหน้าผากและหลังใบหู ซึ่งมีผลต่อการกระจายน้ำหนักและความกระชับในการสวมใส่ พร้อมพัฒนากรอบ เลนส์ และสีสันหลายรูปแบบ เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน







