
ยูเออีครองแชมป์ใช้ AI โลก สัดส่วน 70.1% ไทยอันดับ 87 โตเร็วอันดับ 2 โลก
Microsoft เปิดอันดับการใช้ Generative AI ล่าสุด ยูเออีครองแชมป์ด้วยสัดส่วน 70.1% ของประชากรวัยทำงาน ขณะที่ไทยมีอัตราใช้งาน 12.4% แม้ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก แต่จำนวนผู้ใช้เติบโตเร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก
KEY
POINTS
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ครองอันดับ 1 ของโลกในการใช้ AI โดยมีสัดส่วนประชากรวัยทำงานใช้งานสูงถึง 70.1%
- ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 87 ของโลก โดยมีอัตราการใช้ AI ในกลุ่มวัยทำงานอยู่ที่ 12.4% ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก
- แม้สัดส่วนการใช้งานยังน้อย แต่ไทยมีอัตราการเติบโตของผู้ใช้ AI สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก (36.4%) รองจากเกาหลีใต้
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว ผู้คนในหลายประเทศใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูล เขียนอีเมล สร้างคอนเทนต์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ
ขณะที่รัฐบาลและภาคเอกชนทั่วโลกเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง แต่ระดับการนำ AI มาใช้งานจริงกลับแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ โดยประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแข็งแกร่ง แรงงานมีทักษะ และมีนโยบายภาครัฐสนับสนุนอย่างชัดเจน ยังคงเป็นกลุ่มผู้นำของโลก
รายงาน Global AI Diffusion ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ของ Microsoft ระบุว่า การใช้ AI ทั่วโลกเพิ่มจาก 16.3% เป็น 17.8% ของประชากรวัยทำงานอายุ 15-64 ปี และมีทั้งหมด 26 ประเทศหรือเขตเศรษฐกิจที่ประชากรวัยทำงานมากกว่า 30% ใช้เครื่องมือ Generative AI แล้ว
ยูเออีครองอันดับหนึ่ง ใช้ AI แตะ 70.1%
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ยังคงครองอันดับหนึ่งของโลก โดยมีประชากรวัยทำงานใช้ AI คิดเป็น 70.1% เพิ่มขึ้น 6.1 จุดเปอร์เซ็นต์จากระดับ 64.0% ในช่วงครึ่งหลังปี 2568
ยูเออีผลักดัน AI ให้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านการลงทุนด้านรัฐบาลดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล การศึกษา การแพทย์ และนวัตกรรมทางธุรกิจ ส่งผลให้การใช้ AI ขยายตัวทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน
สิงคโปร์ตามอันดับสองที่ 63.4%
สิงคโปร์อยู่ในอันดับสอง ด้วยอัตราการใช้ AI 63.4% เพิ่มขึ้นจาก 60.9% โดยมีจุดแข็งจากระบบนิเวศเทคโนโลยี การวิจัย ทักษะดิจิทัล และการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในหน่วยงานรัฐ โรงเรียน และภาคธุรกิจ
AI มีบทบาทเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมการเงิน การแพทย์ การขนส่ง งานบริการลูกค้า และการบริหารจัดการองค์กร ทำให้สิงคโปร์ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นอร์เวย์ ไอร์แลนด์ และฝรั่งเศสติดท็อป 5
นอร์เวย์อยู่ในอันดับสาม ด้วยอัตราการใช้ AI 48.6% โดยภาคธุรกิจนำ AI ไปใช้เพื่อทำงานซ้ำ ๆ แบบอัตโนมัติ วิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจในภาคพลังงาน การผลิต การแพทย์ และการขนส่ง
ไอร์แลนด์อยู่ในอันดับสี่ที่ 48.4% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในยุโรปของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ทำให้มีระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง
ฝรั่งเศสอยู่ในอันดับห้า ด้วยอัตราการใช้ AI 47.8% โดยมีการลงทุนด้านงานวิจัย สตาร์ทอัพ และการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการแพทย์ อุตสาหกรรม การขนส่ง และการบริหารภาครัฐ
ไทยอันดับ 87 แต่โตเร็วอันดับ 2 ของโลก
ประเทศไทยมีอัตราการใช้ AI ในกลุ่มประชากรวัยทำงานอยู่ที่ 12.4% ในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.7 จุดเปอร์เซ็นต์จากระดับ 10.7% ในครึ่งหลังปี 2568
โดยไทยอยู่อันดับ 87 ของโลก ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8% และตามหลังประเทศสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์ 63.4% เวียดนาม 26.5% มาเลเซีย 21.8% ฟิลิปปินส์ 20.1% และอินโดนีเซีย 14.1%
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าจับตาคือ จำนวนผู้ใช้ AI ของไทยเพิ่มขึ้น 36.4% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2568 ถือเป็นอัตราการเติบโตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้ที่เติบโต 43.2% และสูงกว่าญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น 34.1%
Microsoft มองว่า การเติบโตของ AI ในเอเชียส่วนหนึ่งมาจากความสามารถของโมเดลที่รองรับภาษาท้องถิ่นได้ดีขึ้น รวมถึงการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน และความคุ้นเคยของประชาชนกับบริการดิจิทัล ส่งผลให้ AI ถูกนำไปใช้กับการค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่อสาร และการสร้างคอนเทนต์มากขึ้น
อันดับดังกล่าวสะท้อนว่า ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพร้อม บุคลากรมีทักษะ และมีนโยบายสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มใช้ประโยชน์จาก AI ได้รวดเร็วกว่าประเทศอื่น
สำหรับประเทศไทย แม้อัตราการใช้งานโดยรวมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วถือเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่ต้องผลักดันให้ AI ถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคธุรกิจและแรงงานไทยอย่างเป็นรูปธรรม







