thansettakij
thansettakij
ยูเออีครองแชมป์ใช้ AI โลก สัดส่วน 70.1% ไทยอันดับ 87 โตเร็วอันดับ 2 โลก

ยูเออีครองแชมป์ใช้ AI โลก สัดส่วน 70.1% ไทยอันดับ 87 โตเร็วอันดับ 2 โลก

15 ก.ค. 69 | 04:53 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ค. 69 | 05:56 น.

Microsoft เปิดอันดับการใช้ Generative AI ล่าสุด ยูเออีครองแชมป์ด้วยสัดส่วน 70.1% ของประชากรวัยทำงาน ขณะที่ไทยมีอัตราใช้งาน 12.4% แม้ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก แต่จำนวนผู้ใช้เติบโตเร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก

KEY

POINTS

  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ครองอันดับ 1 ของโลกในการใช้ AI โดยมีสัดส่วนประชากรวัยทำงานใช้งานสูงถึง 70.1%
  • ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 87 ของโลก โดยมีอัตราการใช้ AI ในกลุ่มวัยทำงานอยู่ที่ 12.4% ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก
  • แม้สัดส่วนการใช้งานยังน้อย แต่ไทยมีอัตราการเติบโตของผู้ใช้ AI สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก (36.4%) รองจากเกาหลีใต้

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว ผู้คนในหลายประเทศใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูล เขียนอีเมล สร้างคอนเทนต์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ

ขณะที่รัฐบาลและภาคเอกชนทั่วโลกเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง แต่ระดับการนำ AI มาใช้งานจริงกลับแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ โดยประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแข็งแกร่ง แรงงานมีทักษะ และมีนโยบายภาครัฐสนับสนุนอย่างชัดเจน ยังคงเป็นกลุ่มผู้นำของโลก

ยูเออีครองแชมป์ใช้ AI โลก สัดส่วน 70.1% ไทยอันดับ 87 โตเร็วอันดับ 2 โลก

รายงาน Global AI Diffusion ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ของ Microsoft ระบุว่า การใช้ AI ทั่วโลกเพิ่มจาก 16.3% เป็น 17.8% ของประชากรวัยทำงานอายุ 15-64 ปี และมีทั้งหมด 26 ประเทศหรือเขตเศรษฐกิจที่ประชากรวัยทำงานมากกว่า 30% ใช้เครื่องมือ Generative AI แล้ว

ยูเออีครองอันดับหนึ่ง ใช้ AI แตะ 70.1%

ยูเออีครองแชมป์ใช้ AI โลก สัดส่วน 70.1% ไทยอันดับ 87 โตเร็วอันดับ 2 โลก

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ยังคงครองอันดับหนึ่งของโลก โดยมีประชากรวัยทำงานใช้ AI คิดเป็น 70.1% เพิ่มขึ้น 6.1 จุดเปอร์เซ็นต์จากระดับ 64.0% ในช่วงครึ่งหลังปี 2568

ยูเออีผลักดัน AI ให้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านการลงทุนด้านรัฐบาลดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล การศึกษา การแพทย์ และนวัตกรรมทางธุรกิจ ส่งผลให้การใช้ AI ขยายตัวทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

สิงคโปร์ตามอันดับสองที่ 63.4%

สิงคโปร์อยู่ในอันดับสอง ด้วยอัตราการใช้ AI 63.4% เพิ่มขึ้นจาก 60.9% โดยมีจุดแข็งจากระบบนิเวศเทคโนโลยี การวิจัย ทักษะดิจิทัล และการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในหน่วยงานรัฐ โรงเรียน และภาคธุรกิจ

ยูเออีครองแชมป์ใช้ AI โลก สัดส่วน 70.1% ไทยอันดับ 87 โตเร็วอันดับ 2 โลก

AI มีบทบาทเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมการเงิน การแพทย์ การขนส่ง งานบริการลูกค้า และการบริหารจัดการองค์กร ทำให้สิงคโปร์ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นอร์เวย์ ไอร์แลนด์ และฝรั่งเศสติดท็อป 5

นอร์เวย์อยู่ในอันดับสาม ด้วยอัตราการใช้ AI 48.6% โดยภาคธุรกิจนำ AI ไปใช้เพื่อทำงานซ้ำ ๆ แบบอัตโนมัติ วิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจในภาคพลังงาน การผลิต การแพทย์ และการขนส่ง

ไอร์แลนด์อยู่ในอันดับสี่ที่ 48.4% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในยุโรปของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ทำให้มีระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง

ฝรั่งเศสอยู่ในอันดับห้า ด้วยอัตราการใช้ AI 47.8% โดยมีการลงทุนด้านงานวิจัย สตาร์ทอัพ และการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการแพทย์ อุตสาหกรรม การขนส่ง และการบริหารภาครัฐ

ไทยอันดับ 87 แต่โตเร็วอันดับ 2 ของโลก

ยูเออีครองแชมป์ใช้ AI โลก สัดส่วน 70.1% ไทยอันดับ 87 โตเร็วอันดับ 2 โลก

ประเทศไทยมีอัตราการใช้ AI ในกลุ่มประชากรวัยทำงานอยู่ที่ 12.4% ในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.7 จุดเปอร์เซ็นต์จากระดับ 10.7% ในครึ่งหลังปี 2568

โดยไทยอยู่อันดับ 87 ของโลก ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8% และตามหลังประเทศสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์ 63.4% เวียดนาม 26.5% มาเลเซีย 21.8% ฟิลิปปินส์ 20.1% และอินโดนีเซีย 14.1%

อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าจับตาคือ จำนวนผู้ใช้ AI ของไทยเพิ่มขึ้น 36.4% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2568 ถือเป็นอัตราการเติบโตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้ที่เติบโต 43.2% และสูงกว่าญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น 34.1%

Microsoft มองว่า การเติบโตของ AI ในเอเชียส่วนหนึ่งมาจากความสามารถของโมเดลที่รองรับภาษาท้องถิ่นได้ดีขึ้น รวมถึงการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน และความคุ้นเคยของประชาชนกับบริการดิจิทัล ส่งผลให้ AI ถูกนำไปใช้กับการค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่อสาร และการสร้างคอนเทนต์มากขึ้น

อันดับดังกล่าวสะท้อนว่า ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพร้อม บุคลากรมีทักษะ และมีนโยบายสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มใช้ประโยชน์จาก AI ได้รวดเร็วกว่าประเทศอื่น

สำหรับประเทศไทย แม้อัตราการใช้งานโดยรวมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วถือเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่ต้องผลักดันให้ AI ถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคธุรกิจและแรงงานไทยอย่างเป็นรูปธรรม

 

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • AI
  • Microsoft