thansettakij
thansettakij
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าสู่ยุคเชิงพาณิชย์ ธุรกิจ-บ้านจ่อใช้จริง จีนเร่งสเกลผลิต

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าสู่ยุคเชิงพาณิชย์ ธุรกิจ-บ้านจ่อใช้จริง จีนเร่งสเกลผลิต

Counterpoint Research ชี้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าสู่การแข่งขันเฟสใหม่ จากการโชว์เทคโนโลยี สู่การใช้งานเชิงพาณิชย์จริง ทั้งในภาคธุรกิจและบ้านพักอาศัย จีนเร่งใช้จุดแข็งด้านการผลิตลดต้นทุน ขณะที่สหรัฐฯ เดินหน้าพัฒนา AI ให้หุ่นยนต์ตัดสินใจและทำงานได้เองมากขึ้น

KEY

POINTS

  • อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังเปลี่ยนจากการสาธิตเทคโนโลยีไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยมุ่งเน้นการผลิตในระดับอุตสาหกรรมและลดต้นทุน
  • ตลาดเป้าหมายหลักที่เตรียมนำหุ่นยนต์ไปใช้งานจริงคือภาคธุรกิจ เช่น โรงงาน คลังสินค้า และการใช้งานในบ้าน เช่น การดูแลผู้สูงอายุ
  • จีนกำลังเร่งขยายกำลังการผลิตเพื่อลดราคาและสร้างตลาด ขณะที่สหรัฐฯ เน้นการพัฒนา AI ให้หุ่นยนต์สามารถตัดสินใจและทำงานได้ซับซ้อนขึ้น

อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ของโชว์เทคโนโลยี” ไปสู่ “เครื่องมือใช้งานจริง” หลังผู้เล่นรายใหญ่เริ่มขยับเป้าหมายจากการแสดงศักยภาพด้านการเคลื่อนไหว หรือความล้ำหน้าของ AI ไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม การลดต้นทุน และการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ในวงกว้าง

Counterpoint Research ระบุในรายงานอุตสาหกรรมล่าสุดว่า การแข่งขันของตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังเข้าสู่ระยะใหม่ โดยจุดชี้ขาดไม่ได้อยู่ที่การสาธิตว่า หุ่นยนต์เดิน วิ่ง หรือโต้ตอบได้ดีเพียงใด แต่อยู่ที่ความสามารถในการนำไปใช้งานจริง การขยายการติดตั้ง และการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจรองรับ Embodied AI หรือ AI ที่ทำงานผ่านร่างกายของหุ่นยนต์ในโลกจริง

ธุรกิจ-บ้าน จ่อเป็นตลาดใช้งานจริง

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าสู่ยุคเชิงพาณิชย์ ธุรกิจ-บ้านจ่อใช้จริง จีนเร่งสเกลผลิต

ทิศทางดังกล่าวทำให้ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เริ่มถูกจับตาใน 2 กลุ่มหลัก คือ ภาคธุรกิจและการใช้งานในบ้าน โดยในภาคธุรกิจ หุ่นยนต์อาจถูกนำไปใช้ในงานโรงงาน คลังสินค้า โลจิสติกส์ งานบริการ และงานที่ต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะที่ตลาดบ้านพักอาศัยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ถือเป็นอีกพื้นที่ที่ผู้ผลิตให้ความสนใจ โดยเฉพาะงานช่วยเหลือในบ้าน การดูแลผู้สูงอายุ งานบริการพื้นฐาน และการเชื่อมต่อกับระบบบ้านอัจฉริยะ หากต้นทุนลดลงและความสามารถของ AI ดีขึ้น ตลาดกลุ่มนี้อาจกลายเป็นโอกาสระยะยาวของอุตสาหกรรม

จีนเร่งสเกลผลิต ลดต้นทุน

ฝั่งจีนกำลังเดินเกมด้วยจุดแข็งด้านการผลิตและซัพพลายเชน โดยมีบริษัทอย่าง Unitree เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่เร่งขยายกำลังการผลิต ลดต้นทุน และผลักดันหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าสู่ตลาดเร็วขึ้น

แนวทางของจีนสะท้อนยุทธศาสตร์การใช้การผลิตระดับสเกลเป็นตัวเร่งตลาด หากสามารถทำให้ราคาหุ่นยนต์ลดลงและผลิตได้ในปริมาณมาก จะช่วยเปิดทางให้ภาคธุรกิจเริ่มทดลองใช้งานจริงได้เร็วขึ้น และอาจทำให้จีนมีบทบาทสำคัญในการสร้างแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เชิงอุตสาหกรรม

สหรัฐฯ ดัน AI ให้หุ่นยนต์คิดเองได้

ขณะที่สหรัฐฯ ยังเน้นการพัฒนาความสามารถด้าน AI โดยเฉพาะการตัดสินใจอัตโนมัติ การให้เหตุผล และการปฏิบัติงานในสถานการณ์จริง เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม วิเคราะห์สถานการณ์ และทำงานได้เองมากขึ้น

จุดแข็งของสหรัฐฯ จึงอยู่ที่ “สมอง” ของหุ่นยนต์ หรือระบบ AI ที่ทำให้หุ่นยนต์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักรที่เคลื่อนไหวตามคำสั่ง แต่สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมจริงได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา Embodied AI ในระยะต่อไป

ซัพพลายเชนเทคโนโลยีรับอานิสงส์

Counterpoint Research มองว่า การแข่งขันในตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระยะต่อไป จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของโมเดล AI เพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับโมเดลธุรกิจ การผลิต การบูรณาการซัพพลายเชน และการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม

หากการใช้งานเชิงพาณิชย์เดินหน้าได้ต่อเนื่อง หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะกระตุ้นความต้องการเทคโนโลยีสำคัญหลายด้าน ทั้งชิปประมวลผล AI เซมิคอนดักเตอร์ประสิทธิภาพสูง แพ็กเกจจิงขั้นสูง เซ็นเซอร์ ระบบควบคุมมอเตอร์ และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์

ดังนั้น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จึงไม่ใช่เพียงสินค้าเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งสนามแข่งขันสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก โดยมีจีนและสหรัฐฯ เป็นผู้เล่นหลักที่เดินเกมคนละด้าน ฝั่งหนึ่งเร่งผลิตให้เกิดตลาดจริง อีกฝั่งเร่งพัฒนา AI ให้หุ่นยนต์ทำงานได้ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น