thansettakij
thansettakij
Easy Money พลิกโฉมโรงจำนำ สู่สถาบันการเงินทางเลือก

Easy Money พลิกโฉมโรงจำนำ สู่สถาบันการเงินทางเลือก ดึง AI ประเมินทรัพย์-เจาะ SME

25 มิ.ย. 69 | 02:30 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 02:51 น.

Easy Money ทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากโรงรับจำนำสู่สถาบันการเงินทางเลือก หลังพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน พบกลุ่ม SME มีสัดส่วนกว่า 60% ของฐานลูกค้า เดินหน้าลงทุนเทคโนโลยีและ AI ยกระดับการประเมินทรัพย์และบริการดิจิทัล หวังขยายบทบาทเป็นแหล่งสภาพคล่องทางเลือกในยุคสินเชื่อเข้มงวด

KEY

POINTS

  • Easy Money พลิกโฉมธุรกิจจากโรงรับจำนำสู่การเป็น "สถาบันการเงินทางเลือก" เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เป็นเครื่องมือบริหารสภาพคล่องและสร้างโอกาสทางธุรกิจ
  • เจาะกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ SME ซึ่งมีสัดส่วนถึง 60% ของฐานลูกค้าทั้งหมด โดยใช้ทรัพย์สินเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในช่วงที่สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
  • นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในกระบวนการประเมินราคาทรัพย์สินที่มีความซับซ้อน เช่น นาฬิกาหรูและสินค้าแบรนด์เนม เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว และสร้างมาตรฐานการให้บริการ

นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท อีซี่มันนี่ กรุ๊ป หรือ  Easy Money เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า บริษัทกำลังเดินหน้าปรับบทบาทธุรกิจจากโรงรับจำนำแบบดั้งเดิมสู่การเป็น “สถาบันการเงินทางเลือก” เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยเฉพาะในช่วงที่สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบการหันมาใช้ทรัพย์สินที่ถือครองอยู่เป็นแหล่งสภาพคล่องระยะสั้นมากขึ้น

แม้ในทางกฎหมายยังต้องดำเนินธุรกิจภายใต้ใบอนุญาตโรงรับจำนำตามข้อกำหนดของกระทรวงมหาดไทย แต่บริษัทได้ปรับกระบวนการทำงาน ระบบบริหารจัดการ และรูปแบบการให้บริการให้มีลักษณะใกล้เคียงกับสถาบันการเงินสมัยใหม่มากขึ้น

นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท อีซี่มันนี่ กรุ๊ป หรือ  Easy Money

โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคที่มีต่อธุรกิจโรงรับจำนำ จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นทางเลือกสุดท้ายของผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงิน ให้กลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการบริหารสภาพคล่องและสร้างโอกาสทางธุรกิจ

 

นายสุธี กล่าวว่า ปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินในมือประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะทองคำ เครื่องประดับ นาฬิกาหรู สินค้าแบรนด์เนม และทรัพย์สินประเภทลักชัวรีอื่น ๆ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นเงินทุนได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ทองคำ 2 บาทในปัจจุบันมีมูลค่าสูงกว่า 100,000 บาท หรือมากกว่าฐานเงินเดือนเฉลี่ยของคนทำงานหลายเท่าตัว ทำให้ทรัพย์สินเหล่านี้กลายเป็นแหล่งเงินทุนสำรองที่มีสภาพคล่องสูง

Easy Money พลิกโฉมโรงจำนำ สู่สถาบันการเงินทางเลือก ดึง AI ประเมินทรัพย์-เจาะ SME

SME ฐานลูกค้าหลัก สะท้อนเทรนด์ใช้ทรัพย์สินเป็นทุน

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือโครงสร้างลูกค้าของ Easy Money ที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้บริการเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องระยะสั้น ปัจจุบันลูกค้าจำนวนมากนำทรัพย์สินมาใช้เป็นเครื่องมือทางธุรกิจ

Easy Money พลิกโฉมโรงจำนำ สู่สถาบันการเงินทางเลือก ดึง AI ประเมินทรัพย์-เจาะ SME

บริษัทประเมินว่าลูกค้าประมาณ 60% ของฐานลูกค้าทั้งหมด เป็นกลุ่มผู้ประกอบการ SME หรือมีการนำเงินที่ได้รับไปใช้ในกิจกรรมทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทุนหมุนเวียน การซื้อวัตถุดิบ การขยายกิจการ การเข้าซื้อร้านค้า หรือการลงทุนในทรัพย์สินต่าง ๆ ที่มองเห็นโอกาสสร้างผลตอบแทนในอนาคต

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจรับจำนำในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงแหล่งเงินฉุกเฉินอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงสภาพคล่องของผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะในช่วงที่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินมีเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น

“ลูกค้าหลายรายไม่ได้เข้ามาเพราะไม่มีทางเลือก แต่เข้ามาเพราะต้องการใช้โอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น การนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาเปลี่ยนเป็นเงินทุนจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็วและความยืดหยุ่น” นายสุธีกล่าว

ส่วนแบ่งตลาดรับจำนำเกือบ 20%

จากการปรับตัวของตลาดและพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ธุรกิจของ Easy Money เติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มโรงรับจำนำเอกชนอยู่ในระดับเกือบ 20% นับเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ของประเทศ

ผู้บริหารมองว่าธุรกิจรับจำนำยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบันยังถือเป็นสัดส่วนที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรไทยทั้งหมด ขณะที่มูลค่าทรัพย์สินในมือประชาชนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นและการขยายตัวของตลาดสินค้าลักชัวรี

อีกจุดแข็งสำคัญของโมเดลธุรกิจ คือการใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่แล้วเป็นหลักประกัน ทำให้ความเสี่ยงด้านหนี้เสียอยู่ในระดับต่ำ โดยบริษัทมีอัตราทรัพย์หลุดจำนำต่ำกว่า 2% สะท้อนคุณภาพของพอร์ตและความสามารถในการบริหารความเสี่ยง

ทุ่มงบเทคโนโลยี 10% ยกระดับประเมินทรัพย์ด้วย AI

Easy Money พลิกโฉมโรงจำนำ สู่สถาบันการเงินทางเลือก ดึง AI ประเมินทรัพย์-เจาะ SME

นอกเหนือจากการขยายธุรกิจ บริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยจัดสรรงบประมาณด้านเทคโนโลยีคิดเป็นประมาณ 10% ของค่าใช้จ่ายรวมในแต่ละปี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและรองรับการเติบโตในระยะยาว

หนึ่งในโครงการสำคัญคือการนำ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการประเมินทรัพย์สิน โดยเฉพาะทรัพย์สินที่มีความซับซ้อนในการประเมินราคา เช่น นาฬิกาหรู เครื่องประดับ เพชร และสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งระบบสามารถช่วยระบุรุ่น ตรวจสอบรายละเอียดสินค้า และเปรียบเทียบข้อมูลกับฐานราคาตลาดที่มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

การใช้ AI ไม่เพียงช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประเมิน แต่ยังช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากการทำงานของมนุษย์ และทำให้มาตรฐานการประเมินทรัพย์ของทุกสาขาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยบริษัทระบุว่าระยะเวลาการประเมินทรัพย์ที่ไม่ใช่ทองคำลดลงประมาณหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับกระบวนการเดิม

นอกจากนี้ AI ยังถูกนำมาใช้สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและการบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในอนาคต

ดันดิจิทัลแพลตฟอร์ม สร้างระบบบริการครบวงจร

Easy Money พลิกโฉมโรงจำนำ สู่สถาบันการเงินทางเลือก ดึง AI ประเมินทรัพย์-เจาะ SME

ควบคู่ไปกับการลงทุนใน AI บริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแอปพลิเคชันสำหรับลูกค้า อย่างแอปพลิเคชัน Easy Smart ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานประมาณ 70% ของฐานลูกค้าทั้งหมด

แอปพลิเคชันดังกล่าวรองรับการชำระดอกเบี้ย การต่อสัญญา การเพิ่มวงเงิน การแจ้งเตือนสถานะสัญญา และการติดตามข้อมูลธุรกรรม ช่วยลดภาระการเดินทางของลูกค้าและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ

นายสุธีกล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาระบบดิจิทัลในระยะต่อไปจะมุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้มีความสะดวกมากขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องรักษาสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับการให้บริการโดยบุคลากร เนื่องจากลูกค้าจำนวนมากยังให้ความสำคัญกับการได้รับคำแนะนำและการดูแลจากพนักงานโดยตรง

สร้างความเชื่อมั่น เปลี่ยนภาพจำธุรกิจในระยะยาว

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของ Easy Money คือการสร้าง TRUST หรือความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน โดยบริษัทได้นำประเด็นด้านความปลอดภัย การจัดเก็บทรัพย์สิน และความโปร่งใสในการประเมินราคามาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดเก็บทรัพย์สินภายในองค์กร

ปัจจุบันบริษัทมีสาขาในรูปแบบ Stand-alone จำนวน 100 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งช่วยให้สามารถเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น และยังมีแผนขยายเครือข่ายเพิ่มเติมในอนาคตตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่

สำหรับเป้าหมายระยะยาว ผู้บริหารมองว่าความท้าทายสำคัญไม่ใช่การแข่งขันในธุรกิจรับจำนำ แต่เป็นการเปลี่ยนความเข้าใจของผู้บริโภคที่มีต่อธุรกิจ โดยต้องการให้สังคมมองเห็นบทบาทใหม่ของโรงรับจำนำในฐานะเครื่องมือบริหารสภาพคล่องและแหล่งเงินทุนทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการและประชาชนที่มีทรัพย์สินอยู่แล้ว

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน Easy Money เชื่อว่าการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง และความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจรับจำนำก้าวพ้นภาพจำเดิม และมีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินของไทยในอนาคต