thansettakij
thansettakij
OECD ติงหลายชาติทุ่ม 'รัฐบาลดิจิทัล' ไม่สำเร็จ ถ้าลืมแก้ปมใหญ่พัฒนาทักษะคน

OECD ติงหลายชาติทุ่ม 'รัฐบาลดิจิทัล' ไม่สำเร็จ ถ้าลืมแก้ปมใหญ่พัฒนาทักษะคน

17 มิ.ย. 69 | 06:45 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มิ.ย. 69 | 06:53 น.

OECD Digital Government Outlook 2026 ชี้รัฐบาลดิจิทัลทั่วโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญสู่การสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรม แต่ยังเผชิญความท้าทายด้านทักษะบุคลากร การใช้ AI และการปิดช่องว่างระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติ

KEY

POINTS

  • การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการวางรากฐานด้านเทคโนโลยี ไปสู่การสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันของระบบ การใช้ AI และการบริการเชิงรุก
  • ความท้าทายสำคัญคือการขาดแคลนทักษะดิจิทัลของบุคลากรภาครัฐ โดยรายงานของ OECD พบว่ามีเพียง 6 ประเทศสมาชิกเท่านั้นที่มีกลยุทธ์พัฒนาบุคลากรสำหรับข้าราชการอย่างชัดเจน
  • หลายประเทศยังเผชิญกับ "ช่องว่างระหว่างนโยบายและการปฏิบัติ" โดยเฉพาะด้านธรรมาภิบาลข้อมูล การกำกับดูแล AI และการพัฒนากำลังคนที่ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการในยุคใหม่

รายงาน OECD Digital Government Outlook 2026 ระบุว่า การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลทั่วโลกกำลังเข้าสู่ "จุดเปลี่ยนสำคัญ" จากช่วงของการวางรากฐานด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่ระยะที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงรูปธรรมต่อการทำงานของภาครัฐและการให้บริการประชาชน

สิ่งที่น่าสนใจของรายงานที่สะท้อนว่า หลายประเทศได้ลงทุนและพัฒนาระบบพื้นฐานด้านดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบระบุตัวตนดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ หรือแพลตฟอร์มข้อมูลภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในระยะต่อไปไม่ได้อยู่ที่การสร้างระบบใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำให้เทคโนโลยีเหล่านั้นสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันอย่างยั่งยืน

สำหรับหนึ่งในแนวโน้มสำคัญที่ OECD ให้ความสำคัญ คือการขยายผลการใช้งานระบบที่ทำงานร่วมกันได้และการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการมีเพียงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขั้นพื้นฐาน ไปสู่การผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถใช้งานระบบร่วมกันได้อย่างกว้างขวาง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการทำงาน และยกระดับการให้บริการสาธารณะที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ

ผลักดัน AI จากการทดลองสู่การใช้งานจริง

รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการขยายการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จากโครงการทดลองในวงจำกัด ไปสู่การบูรณาการเข้ากับกระบวนการทำงานของภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม การขยายการใช้งาน AI ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์ของ AI มีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ และวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

ยกระดับบริการเชิงรุก ลดภาระประชาชน

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญคือการพัฒนาบริการสาธารณะที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลางมากขึ้น โดยมุ่งสู่การให้บริการเชิงรุกที่สามารถคาดการณ์ความต้องการของประชาชนล่วงหน้าได้

OECD ระบุว่าหลักการสำคัญของแนวทางดังกล่าวคือ "ขอข้อมูลครั้งเดียว" หรือ Once-only Principle ซึ่งมุ่งลดภาระของประชาชนในการส่งข้อมูลซ้ำหลายครั้งให้กับหน่วยงานภาครัฐ และทำให้ภาครัฐสามารถออกแบบบริการที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปรับการลงทุนและพัฒนาทักษะรองรับยุคดิจิทัล

รายงานยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างการลงทุนและการพัฒนาทักษะดิจิทัลภายในภาครัฐ โดยมุ่งปรับปรุงกระบวนการวางแผนงบประมาณให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และสนับสนุนรูปแบบการทำงานที่สามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้

ควบคู่กันนั้นคือการพัฒนาทักษะของบุคลากรภาครัฐ เพื่อให้สามารถรองรับเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นเรื่องบุคลากรถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยรายงาน OECD Digital Government Outlook 2026 ชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความพร้อมของบุคลากรภาครัฐในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม OECD พบว่า ในบรรดาประเทศสมาชิกทั้งหมด มีเพียง 6 ประเทศเท่านั้นที่มีกลยุทธ์เฉพาะด้านบุคลากรและทักษะดิจิทัลสำหรับข้าราชการอย่างชัดเจน ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย ชิลี อิสราเอล อิตาลี และโปรตุเกส

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้หลายประเทศจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล แต่การวางแผนด้านกำลังคนและทักษะเฉพาะทางยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงจำกัด

ช่องว่างระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติยังเป็นโจทย์ใหญ่

แม้หลายประเทศจะมีความคืบหน้าในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล แต่ OECD พบว่ายังคงมี "ช่องว่างระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติ" หรือ Implementation Gap อยู่ในหลายด้าน

ประเด็นแรกคือเรื่องธรรมาภิบาลข้อมูล แม้หลายประเทศจะมีกลยุทธ์ด้านข้อมูลแล้ว แต่การนำไปใช้จริงในระดับปฏิบัติการยังเป็นไปอย่างล่าช้า โดยเฉพาะการจัดการคุณภาพข้อมูลและการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

ประเด็นต่อมาคือการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ หลายประเทศมีระบบสำคัญ เช่น ระบบระบุตัวตนดิจิทัล แต่จำนวนผู้ใช้งานจริงหรือจำนวนบริการที่รองรับยังอยู่ในระดับต่ำในหลายพื้นที่

นอกจากนี้ ระบบงบประมาณและการพัฒนาบุคลากรยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของการทำงานยุคใหม่ โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจำนวนมากยังอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดและไม่เอื้อต่อการพัฒนาแบบวนซ้ำ ขณะที่มีเพียง 6 ประเทศในกลุ่ม OECD ที่มีกลยุทธ์ด้านทักษะดิจิทัลของข้าราชการอย่างชัดเจน

ออสเตรเลียวางแผนกำลังคนดิจิทัลระยะยาว

ออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแนวทางชัดเจนที่สุด โดยจัดทำแผน "Data, Digital and Cyber Workforce Plan 2025-2030" เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านข้อมูล ดิจิทัล และความมั่นคงไซเบอร์ของภาครัฐ

แผนดังกล่าวกำหนดลำดับความสำคัญไว้ 4 ด้าน ได้แก่ การดึงดูด สรรหา และรักษาบุคลากรด้านข้อมูล ดิจิทัล และไซเบอร์ การยกระดับขีดความสามารถทางเทคนิคของบุคลากร การสร้างและสนับสนุนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนขีดความสามารถในหน่วยงานต่าง ๆ

นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากรและโครงการลงทุนด้านดิจิทัลเพื่อคาดการณ์ความต้องการทักษะในอนาคต ซึ่งช่วยให้การวางแผนกำลังคนสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของภาครัฐ

ชิลีให้ความสำคัญกับการรักษาบุคลากร

สำหรับชิลี แนวทางสำคัญอยู่ที่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการรักษาบุคลากรในระยะยาว ภายใต้มาตรฐานคุณภาพชีวิตในการทำงานระดับชาติ หน่วยงานภาครัฐต้องปฏิบัติตามโปรโตคอลด้านความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน หรือ Work-life Balance Protocols เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตของบุคลากรและลดปัญหาการสูญเสียกำลังคนที่มีทักษะ

เกาหลีใต้พัฒนาทักษะตามบทบาทและสายอาชีพ

แม้เกาหลีใต้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีกลยุทธ์เฉพาะด้านบุคลากรดิจิทัล แต่รายงาน OECD ยกให้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจด้านการพัฒนาทักษะของข้าราชการ

เกาหลีใต้มี "แผนพัฒนาข้าราชการแบบบูรณาการ" หรือ Comprehensive Plan for Civil Servant Talent Development ที่มุ่งเสริมสร้างทักษะดิจิทัลและความรู้ด้าน AI ควบคู่ไปกับความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ

จุดเด่นของแนวทางดังกล่าวคือการออกแบบการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่และระดับสายอาชีพของบุคลากรแต่ละกลุ่ม

โปรตุเกสและอิตาลีใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการพัฒนา

รายงานยังยกตัวอย่างแนวทางของโปรตุเกสและอิตาลีที่ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการติดตามและผลักดันความก้าวหน้าของการเปลี่ยนผ่านภาครัฐ

โปรตุเกสใช้แพลตฟอร์มกลางที่ชื่อว่า e-avalia ในการติดตามผลและประเมินประสิทธิภาพของโครงการดิจิทัล ทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของผลสำเร็จและประเด็นที่ต้องปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่อิตาลีเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าของโครงการดิจิทัลผ่านแดชบอร์ดสาธารณะ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและกระตุ้นการดำเนินงานของหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

การกำกับดูแล AI ยังตามหลังการใช้งาน

รายงานระบุว่า การนำ AI มาใช้ในภาครัฐเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กลไกกำกับดูแลและมาตรการป้องกันความเสี่ยงยังพัฒนาไม่ทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

โดยเฉพาะการประเมินผลกระทบก่อนนำ AI ไปใช้งานจริง ซึ่งยังดำเนินการอย่างเป็นระบบในสัดส่วนที่จำกัด มีเพียง 28% ของประเทศที่มีการประเมินผลกระทบของ AI อย่างเป็นระบบ

บริการภาครัฐยังยึดโครงสร้างหน่วยงานมากกว่าความต้องการประชาชน

OECD ยังพบว่าบริการสาธารณะจำนวนมากยังคงมีลักษณะเป็นการรอรับคำร้องจากประชาชน และถูกออกแบบตามโครงสร้างของหน่วยงานมากกว่าความต้องการของผู้ใช้บริการ

ผลที่เกิดขึ้นคือประชาชนยังต้องเป็นฝ่ายค้นหาข้อมูลและเรียนรู้วิธีเข้าถึงบริการด้วยตนเอง แทนที่ภาครัฐจะสามารถคาดการณ์ความต้องการและเข้าถึงประชาชนได้ก่อน

มากกว่าการฝึกอบรม คือการสร้างระบบพัฒนาคนทั้งวงจร

OECD ระบุว่า กลยุทธ์ด้านบุคลากรดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดหลักสูตรฝึกอบรมหรือเพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนรู้เท่านั้น

องค์ประกอบสำคัญยังรวมถึงการประเมินช่องว่างด้านทักษะอย่างเป็นระบบ การสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่สามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ รวมถึงการกำหนดสมดุลระหว่างการจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกกับการสร้างความสามารถภายในองค์กร

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐยังคงมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่นำมาใช้งานได้ด้วยตนเอง ไม่พึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกมากเกินไป

ภาพรวมของ OECD Digital Government Outlook 2026 สะท้อนว่า รัฐบาลทั่วโลกกำลังพยายามยกระดับจากการสร้างรากฐานดิจิทัล ไปสู่การทำให้เทคโนโลยี ข้อมูล และบริการต่าง ๆ ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่จับต้องได้แก่ประชาชน

บทเรียนจากประเทศที่ OECD ยกเป็นตัวอย่างสะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลไม่ใช่เพียงการลงทุนในระบบเทคโนโลยีหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องควบคู่ไปกับการลงทุนในคน กระบวนการทำงาน และกลไกการบริหารทรัพยากรบุคคล ในช่วงที่รัฐบาลดิจิทัลกำลังก้าวจากการวางรากฐานสู่การสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรม ความสามารถของบุคลากรภาครัฐจึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนเพียงใด