
Confluent เปิดเครื่องมือ Real-Time AI เสริมความปลอดภัยองค์กร
Confluent เปิดฟีเจอร์ใหม่บน Confluent Cloud และ Confluent Intelligence ยกระดับ Real-Time AI ด้วยระบบปกป้องข้อมูลอัตโนมัติ เชื่อมต่อคลาวด์ส่วนตัว รองรับองค์กรขนาดใหญ่
KEY
POINTS
- เปิดตัวเครื่องมือ AI แบบเรียลไทม์ใหม่บน Confluent Cloud เพื่อช่วยให้องค์กรพัฒนา AI ได้อย่างปลอดภัย คล่องตัว และขยายระบบได้ง่ายขึ้น
- เพิ่มระบบ Automated Data Privacy ที่ใช้ Machine Learning ตรวจจับและปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล (PII) โดยอัตโนมัติ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีข้อกำกับเข้มงวด
- รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Azure Private Link เพื่อให้การประมวลผล AI ทำงานผ่านเครือข่ายส่วนตัวของ Microsoft เพิ่มความปลอดภัยในการเชื่อมต่อบริการคลาวด์
Confluent บริษัทด้าน Data Streaming ในเครือ IBM เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน Confluent Intelligence และ Confluent Cloud เพื่อยกระดับการพัฒนา AI แบบเรียลไทม์ ให้มีความปลอดภัย คล่องตัว และรองรับการขยายระบบระดับองค์กรได้ง่ายขึ้น พร้อมลดข้อจำกัดด้านความซับซ้อนของโครงสร้างข้อมูลที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำ AI ไปใช้งานจริงในภาคธุรกิจ
เชื่อม AI เข้ากับเวิร์กโฟลว์นักพัฒนา
Confluent ระบุว่า ได้ผสาน Apache Flink Pipelines เข้ากับ dbt (Data Build Tool) พร้อมเปิดตัว Model Context Protocol (MCP) Server และ Agent Skills ที่ช่วยให้ AI สามารถบริหารจัดการข้อมูลและเวิร์กโฟลว์ได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่านการสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ ลดภาระของนักพัฒนาในการสลับเครื่องมือและจัดการระบบสตรีมมิ่งข้อมูลแบบแมนนวล
นายฌอน ฟอลคอเนอร์ (Sean Falconer) หัวหน้าฝ่าย AI ของ Confluent กล่าวว่า โครงการ AI จำนวนมากไม่สามารถนำไปใช้งานจริงได้ เนื่องจากโครงสร้างข้อมูลยังไม่พร้อมรองรับ ทั้งในด้านความปลอดภัยและการจัดการข้อมูลแบบกระจัดกระจาย โดย Confluent ต้องการทำให้ระบบ Data Streaming กลายเป็นรากฐานสำคัญสำหรับ AI ระดับองค์กรที่ปลอดภัยและพร้อมใช้งานจริง
เพิ่มระบบคุ้มครองข้อมูลอัตโนมัติ
นอกจากนี้ Confluent ยังรองรับ Azure Private Link เพื่อให้การประมวลผล AI ทำงานผ่านเครือข่ายส่วนตัวของ Microsoft โดยไม่ต้องผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเชื่อมต่อกับบริการอย่าง Azure OpenAI, Azure SQL และ Cosmos DB
เร่งองค์กร APAC ขยาย AI สู่ใช้งานจริง
นายเกร็ก เทย์เลอร์ (Greg Taylor) รองประธานและผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Confluent กล่าวว่า แม้องค์กรในภูมิภาค APAC จะเร่งลงทุน AI แต่หลายโครงการยังติดอยู่ในขั้นทดลอง เพราะโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลยังขาดความปลอดภัยและความสามารถในการขยายระบบ
ทั้งนี้ รายงานของ McKinsey & Company ระบุว่า 8 ใน 10 บริษัทมองว่าข้อจำกัดด้านข้อมูล เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายขีดความสามารถของ Agentic AI โดยเฉพาะความกังวลด้านข้อมูลรั่วไหลและการกำกับดูแลความปลอดภัย
รองรับโมเดล AI และระบบข้อมูลยุคใหม่
Confluent ยังเพิ่มการรองรับโมเดล TimesFM สำหรับตรวจจับความผิดปกติ รวมถึงโมเดลจาก Anthropic และ Fireworks AI เพื่อให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชัน Real-Time AI ที่ซับซ้อนได้รวดเร็วขึ้น
การอัปเดตครั้งนี้ยังต่อยอดจากความร่วมมือระหว่าง Confluent และ IBM ภายในงาน IBM Think ที่มุ่งเชื่อมการทำงานของ Confluent Cloud กับแพลตฟอร์ม watsonx.data เพื่อสร้างโครงสร้างข้อมูลแบบเรียลไทม์ รองรับระบบ AI ในสภาพแวดล้อมไฮบริดระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ







